โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไขความลับพันล้านปี! ตัวอย่างจาก “ฉางเอ๋อ 6” เผยจุดเปลี่ยนสำคัญของอุกกาบาตที่พุ่งชนโลกและดวงจันทร์

SPACEMAN

อัพเดต 13 พฤษภาคม 2569 เวลา 4.09 น. • เผยแพร่ 20 ชั่วโมงที่ผ่านมา • SPACEMAN มนุษย์อวกาศ

ดวงจันทร์เปรียบเสมือนสมุดบันทึกประวัติศาสตร์ที่เก็บรักษาเรื่องราวการพุ่งชนในระบบสุริยะมานานกว่า 4,000 ล้านปี ล่าสุดคณะนักวิจัยจากสถาบันธรณีวิทยาและฟิสิกส์ธรณี (IGGCAS) ภายใต้สถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์จีน ได้ค้นพบหลักฐานชิ้นสำคัญจากตัวอย่างดินที่เก็บโดยภารกิจฉางเอ๋อ 6 (Chang'e-6) ซึ่งระบุว่าประเภทของอุกกาบาตที่เข้ามารุกรานระบบโลก-ดวงจันทร์ในช่วง 4,300 ล้านปี ถึง 2,800 ล้านปีก่อน มีการเปลี่ยนแปลงชนิดจากหน้ามือเป็นหลังมือ

ทีมนักวิทยาศาสตร์ได้แยกเศษหินจากการพุ่งชนจำนวน 40 ชิ้นที่มีอนุภาคโลหะขนาดเล็กจิ๋วปนอยู่ ซึ่งเปรียบเสมือน "แคปซูลกาลเวลา" ที่บันทึกร่องรอยการชนในยุคโบราณเอาไว้ ผลการวิเคราะห์พบว่าในกลุ่มเศษหินที่มีอายุเก่าแก่ถึง 4,300 ล้านปี ส่วนใหญ่เกิดจากการพุ่งชนของอุกกาบาตเหล็ก (Iron meteorites) และอุกกาบาตคอนไดรต์ธรรมดา (Ordinary chondrites) ซึ่งเป็นวัตถุจากระบบสุริยะชั้นใน โดยมีร่องรอยของอุกกาบาตที่มีคาร์บอนเป็นองค์ประกอบอยู่น้อยกว่า 8 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น

อย่างไรก็ตามในกลุ่มตัวอย่างที่มีอายุน้อยกว่าหรือประมาณ 2,800 ล้านปีก่อน สัดส่วนของโลหะที่มาจากอุกกาบาตคาร์บอนาเชียส (Carbonaceous asteroids) กลับพุ่งสูงขึ้นถึง 26 เปอร์เซ็นต์ การค้นพบนี้มีนัยสำคัญอย่างยิ่งต่อความเข้าใจเรื่องแหล่งกำเนิดน้ำบนโลก เนื่องจากอุกกาบาตชนิดคาร์บอนนี้เป็นแหล่งสะสมของน้ำและสารอินทรีย์ที่สำคัญ แต่การที่พวกมันเริ่มพุ่งชนระบบโลก-ดวงจันทร์ "ช้ากว่าที่เคยคาดกันไว้" ในขณะที่อัตราการพุ่งชนโดยรวมเริ่มลดน้อยลงแล้ว อาจหมายความว่าปริมาณน้ำและสารระเหยที่พวกมันนำมาส่งมอบให้กับโลกมีจำนวนจำกัดกว่าที่ทฤษฎีเดิมเคยประเมินไว้

สำหรับสาเหตุของการเปลี่ยนแปลงประเภทอุกกาบาตครั้งใหญ่นี้ นักวิทยาศาสตร์คาดการณ์ว่าอาจเกิดจาก 3 ปัจจัยหลัก คือ การเคลื่อนย้ายตำแหน่งของดาวเคราะห์ยักษ์ (Migration of giant planets) ที่ช่วยผลักดันอุกกาบาตคาร์บอนจากวงโคจรภายนอกเข้ามาข้างในปรากฏการณ์ยาร์คอฟสกี (Yarkovsky effect) ที่ทำให้วงโคจรของดาวเคราะห์น้อยค่อยๆ เปลี่ยนไปตามแรงดันรังสีความร้อน หรือการแตกตัวของดาวเคราะห์น้อยคาร์บอนขนาดใหญ่จนกลายเป็นเศษซากจำนวนมหาศาล ซึ่งก้าวต่อไปของนักวิทยาศาสตร์คือการวิเคราะห์ตัวอย่างดินจากภูมิภาคอื่นๆ ที่มีอายุแตกต่างกัน เพื่อสร้างภาพจำลองประวัติศาสตร์การก่อตัวของระบบสุริยะชั้นในให้ชัดเจนยิ่งขึ้น

ข้อมูลอ้างอิง: Xinhua

  • Chang'e-6 samples reveal secrets of Earth-moon asteroid bombardment
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...