สาวร้อง พ่อเสียชีวิตหลังรับการรักษาผ่าตัดตาปลา รพ.ปฏิเสธไม่ได้ฉีดยา แต่ผลชันสูตร-วงจรปิด ขัดแย้ง
สาวร้องขอความเป็นธรรม พ่อเข้าผ่าตัดตาปลา เสียชีวิตหลังเจ็บแผลกลับไปรพ.เดิมอีกครั้ง รพ.ปฏิเสธไม่ได้ฉีดยาเข้าเส้นเลือด แต่ผลชันสูตรและวงจรปิดขัดแย้งกัน
วันที่ 10 พฤษภาคม ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางสาวเสาวนีย์ จำนงค์ยา อายุ 40 ปี ร้องขอความเป็นธรรมกรณีพ่อเข้ารับการผ่าตัดตาปลาและเจ็บแผล กลับไปยังโรงพยาบาลเดิมอีกครั้ง ต่อมาพ่อมีอาการอ้วก ชักเกร็ง และเสียชีวิตภายในห้องฉุกเฉิน ซึ่งทางแพทย์ผู้รักษาแจ้งว่าจะให้ยาปฏิชีวนะฆ่าเชื้อ แต่หลังจากที่พบว่าพ่อเสียชีวิตได้สอบถามโรงพยาบาล กลับปฎิเสธว่ายังไม่ได้ให้ยาดังกล่าวและการเสียชีวิตอาจมาจากโรคหัวใจ ซึ่งพ่อเป็นข้าราชการบำนาญเพิ่งเกษียณ ไม่เคยเป็นโรคหัวใจ
โดยนางสาวเสาวนีย์ จำนงค์ยา ลูกสาว เล่ารายละเอียดว่า นายสกล จำนงค์ยา อายุ 61 ปี อดีตข้าราชการบำนาญ ได้เข้าไปรับการรักษา ผ่าตัดตาปลาที่เท้า ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในวันที่ 5 มกราคม หลังจากนั้นได้กลับมาบ้านแล้วล้างแผลที่รพ.สต. ต่อมาวันที่ 10 มกราคม พ่อเกิดอาการเจ็บปวดแผลเป็นอย่างมาก ร้องขอให้พาไปโรงพยาบาลจึงได้พากลับไปยังโรงพยาบาลที่รับการรักษา ในเวลา 13:48 น. โดยในขณะนั้นเมื่อไปถึงพ่อยังสามารถเดินเข้าโรงพยาบาลเองได้ เจ้าหน้าที่พาเข้าห้องฉุกเฉิน ซึ่งทางแพทย์แจ้งว่าจะให้ยาปฏิชีวนะฆ่าเชื้อ ระหว่างที่พยาบาลได้ทำการดูแผล และดำเนินการรักษาพ่อ เจ้าหน้าที่ได้ให้ตนเองออกมาภายนอก ก่อนที่เวลา 14:23 น. ได้ยินเสียงพยาบาลเรียกชื่อพ่อภายในห้องฉุกเฉิน และเจ้าหน้าที่วิ่งอลม่าน ก่อนจะได้รับแจ้งว่าพ่อหยุดหายใจ เจ้าหน้าที่กำลังเร่งช่วยเหลืออยู่และแจ้งว่าเสียชีวิตเวลาในเวลา 15:05 น.
ซึ่งตอนนั้นตนเองถามว่า ได้ฉีดยาปฏิชีวนะฆ่าเชื้อไปให้พ่อแล้วหรือยังและทางโรงพยาบาลได้ปฏิเสธว่ายังไม่ได้ฉีด การเสียชีวิตอาจเป็นสภาวะมาจากเป็นโรคหัวใจและเกิดการชักเกร็ง
หลังจากนั้นได้นำศพตั้งบำเพ็ญกุศลศพได้ 4 คืน และเกิดข้อสงสัยจึงได้เข้าสอบถามพูดคุยกับทางโรงพยาบาลแจ้งว่าการเสียชีวิตอาจจะมาจากโรคหัวใจ แต่ที่ผ่านมาไม่เคยมีประวัติโรคหัวใจแต่ขณะเข้ารับการรักษาได้แจ้งทางโรงพยาบาลเกี่ยวกับเรื่องของความดัน เก๊าและไต ระยะ 3 และ วันที่ 10 มกราคม ที่เข้าไปโรงพยาบาล ทางเจ้าหน้าที่ ไม่ได้ตรวจวัดความดันก่อนเข้ารักษาแผลซึ่งเมื่อสอบถามได้รับแจ้งว่าเป็นไปตามขั้นตอนระบบการรักษามาตรฐานของโรงพยาบาล และไม่ได้มีการฉีดยาปฏิชีวนะยาแก้อักเสบอะไรเข้าไป พ่อของตนได้อ้วกและชักเกร็งจนกระทั่งเสียชีวิตในขณะที่เจ้าหน้าที่ได้พยายามช่วยเหลือแล้ว
ครอบครัวจึงได้ส่งศพไปชันสูตรโดยละเอียดที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ในวันที่ 15 มกราคม
ทั้งนี้ทางครอบครัวได้รอผลชันสูตรการตาย ได้ผลในวันวันที่ 20 มีนาคม โดยในเบื้องต้น แพทย์แจ้งว่าพบทริปเทส เกิน 200 กรัมต่อมิลลิลิตร (เป็นสารหรือเอนไซม์ที่ถูกปล่อยออกมาจาก mast cell ในร่างกาย มักเกิดจากอาการแพ้อย่างรุนแรง ค่าปกติอยู่ในระหว่าง 1.9-13.5 นาโนกรัมต่อมิลลิลิต) ความเห็น เสียชีวิตจากหัวใจวายเฉียบพลัน สันนิษฐานจากการแพ้รุนแรง
ประกอบกับได้เห็นภาพกล้องวงจรปิดโดยเห็นลักษณะของการให้ยาผ่านขวดและสายน้ำเกลือ และทำให้เชื่อว่าทางเจ้าหน้าที่พยาบาลได้ทำการปล่อยยาผ่านเส้นเลือดให้กับพ่อแล้วจนภายหลังไม่นานได้เกิดอาการอ้วกคลื่นไส้อย่างรุนแรงก่อนที่จะชักเกร็งและเสียชีวิตดังกล่าว แต่จากประวัติการรักษาของโรงพยาบาลดังกล่าว กลับไม่พบว่ามีการฉีดยาให้
ซึ่งขณะนี้ทางครอบครัวเกิดความกังวลเนื่องจากไม่ทราบว่าใครจะต้องเป็นผู้ชี้ว่าเหตุการณ์การเสียชีวิตดังกล่าวเกิดจากการให้ยาฆ่าเชื้อและทำให้เสียชีวิตหรือไม่ แต่ได้แจ้งความดำเนินคดีไว้แล้ว ซึ่งชีวิตของพ่อไม่สามารถเอากลับคืนมาได้ อยากให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความเป็นธรรมกับชาวบ้านอย่างตนเองด้วย
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สาวร้อง พ่อเสียชีวิตหลังรับการรักษาผ่าตัดตาปลา รพ.ปฏิเสธไม่ได้ฉีดยา แต่ผลชันสูตร-วงจรปิด ขัดแย้ง
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th