“ทรัมป์” ส่งสัญญาณไม่ต่ออายุหยุดยิง เดินหน้ากดดันปิดฮอร์มุซ
"ทรัมป์" ส่งสัญญาณไม่รีบขยายข้อตกลงหยุดยิง ขณะอิหร่านยังลังเลเข้าร่วมเจรจาในปากีสถาน ความขัดแย้งยืดเยื้อกดดันการค้าโลก-พลังงาน
วันที่ 21 เมษายน 2569 เวลา 13.07 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ส่งสัญญาณว่าไม่น่าจะขยายเวลาข้อตกลงหยุดยิง 2 สัปดาห์กับอิหร่าน ซึ่งกำลังจะหมดอายุในอีก 2 วัน ขณะที่ฝ่ายอิหร่านยังไม่ยืนยันว่าจะเข้าร่วมการเจรจาสันติภาพ ท่ามกลางสงครามที่ลุกลามทั่วตะวันออกกลางและกระทบการค้าโลกอย่างหนัก
ทรัมป์ให้สัมภาษณ์เมื่อวันจันทร์ว่า ข้อตกลงหยุดยิงจะสิ้นสุดในเย็นวันพุธตามเวลาวอชิงตัน และเขาจะไม่รีบทำข้อตกลงที่ไม่ดี พร้อมย้ำว่าช่องแคบฮอร์มุซจะยังคงถูกปิดกั้นต่อไปจนกว่าจะมีข้อตกลงอย่างเป็นทางการ ขณะที่ Mohammad Bagher Ghalibaf ประธานสภาอิหร่าน ระบุว่าอิหร่านจะไม่ยอมเจรจาภายใต้แรงกดดันหรือคำขู่
สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนความไม่แน่นอนของการเจรจารอบใหม่ แม้ทรัมป์จะกล่าวว่าการพูดคุยอาจเริ่มได้เร็วที่สุดในวันอังคารก็ตาม โดยสหรัฐยังขู่โจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่าน หากการทูตล้มเหลว อย่างไรก็ตาม การหยุดยิงตลอด 2 สัปดาห์ที่ผ่านมายังพอประคองสถานการณ์ไว้ได้ หลังความขัดแย้งคร่าชีวิตผู้คนหลายพันรายและกระทบอุปทานพลังงานโลก
ทรัมป์ยังเปิดเผยว่า รองประธานาธิบดี JD Vance จะเดินทางไปยังปากีสถานเพื่อร่วมการเจรจา ซึ่งอาจเริ่มขึ้นในคืนวันอังคารหรือเช้าวันพุธ โดยมี Jared Kushner และ Steve Witkoff เข้าร่วมด้วย พร้อมย้ำว่าจะมีการประชุม และมันอาจจบลงได้ด้วยดี
อย่างไรก็ตาม น้ำเสียงเชิงบวกของทรัมป์สวนทางกับท่าทีของอิหร่าน โดยเฉพาะหลังจากสหรัฐสกัดและยึดเรือที่ติดธงอิหร่านในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันและก๊าซราว 20% ของโลกก่อนเกิดสงคราม ทำให้ช่องแคบดังกล่าวยังคงถูกปิดโดยพฤตินัย แม้อิหร่านเคยประกาศจะเปิดการเดินเรือ ก่อนจะกลับลำในไม่กี่ชั่วโมง
แม้อิหร่านยังไม่ปฏิเสธการเข้าร่วมเจรจาอย่างชัดเจน แต่ก็สะท้อนว่าทั้งสองฝ่ายยังคงพยายามหาทางออกเพื่อยุติสงคราม ซึ่งเริ่มต้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ จากการโจมตีทางอากาศของสหรัฐและอิสราเอล และลุกลามไปยังหลายประเทศในภูมิภาค
ด้านตลาดพลังงาน ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลงราว 1% ในวันจันทร์ หลังมีรายงานว่าอิหร่านอาจส่งคณะเจรจาไปยังกรุงอิสลามาบัด อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันเบรนท์ยังคงสูงกว่าช่วงก่อนสงครามราวหนึ่งในสาม
อีกประเด็นสำคัญคือโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน โดยทรัมป์เรียกร้องให้อิหร่านยุติความพยายามพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์และส่งมอบยูเรเนียมเสริมสมรรถนะ ขณะที่เตหะรานยืนยันว่าโครงการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อสันติ
ภายในอิหร่านเองยังมีความเห็นแตกแยก โดยกลุ่มสายแข็งในกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) รวมถึง Ahmad Vahidi ผลักดันให้ใช้ท่าทีแข็งกร้าวในการเจรจา ขณะที่ผู้นำสายประนีประนอม เช่น ประธานาธิบดี Masoud Pezeshkian และรัฐมนตรีต่างประเทศ Abbas Araghchi มีแนวโน้มสนับสนุนการบรรลุข้อตกลงกับสหรัฐ
ขณะเดียวกัน ทรัมป์ยังเผชิญแรงกดดันภายในประเทศ หลังผลสำรวจพบว่าชาวอเมริกันส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับสงคราม ซึ่งขัดกับคำมั่นหาเสียงของเขาที่ต้องการหลีกเลี่ยงความขัดแย้งในต่างประเทศและลดค่าครองชีพ
แม้ทรัมป์พยายามสร้างความมั่นใจว่าราคาน้ำมันจะลดลงอย่างรวดเร็วเมื่อสงครามยุติ และยืนยันว่าสหรัฐไม่ได้ติดหล่มสงคราม แต่ความขัดแย้งครั้งนี้ได้ยืดเยื้อเกินกรอบเวลา 4–6 สัปดาห์ที่เขาเคยตั้งไว้ พร้อมย้ำว่าตนจะไม่เร่งทำข้อตกลงที่ไม่เหมาะสม แม้จะถูกกดดันจากฝ่ายการเมืองภายในประเทศก็ตาม
อ้างอิง : bloomberg.com