โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทักษิณ ลุ้นอีก 2 ด่าน ราชทัณฑ์จ่อหารือ 'พักโทษ' ใน 24 เม.ย.นี้ ก่อนเสนอชื่อยธ.ต่อไป

MATICHON ONLINE

อัพเดต 21 เม.ย. เวลา 10.20 น. • เผยแพร่ 21 เม.ย. เวลา 09.16 น.

ทักษิณ ลุ้นอีก 2 ด่าน คณะกรรมการพักโทษระดับกรมราชทัณฑ์ เตรียมประชุมหารือภายในศุกร์ 24 เม.ย.69 ก่อนส่งรายงานความเห็นผู้ต้องขังเด็ดขาดเข้าเกณฑ์พักโทษทั่วไป เสนอ คณะกรรมการพักโทษระดับกระทรวงยุติธรรม

เมื่อวันที่ 21 เมษายน จากกรณี นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งอยู่ระหว่างการคุมขังภายในเรือนจำกลางคลองเปรม จากคำสั่งบังคับโทษ 1 ปี ของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง อย่างไรก็ตาม ปัจจุบัน นายทักษิณ ได้ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำฯ เป็นระยะเวลา 7 เดือน กับอีก 12 วัน และเตรียมจะได้รับการปล่อยตัวพักโทษทั่วไปเพื่อคุมประพฤติ ในวันจันทร์ที่ 11 พ.ค.69 เนื่องด้วยจะครบกำหนดการรับโทษมาแล้ว 2 ใน 3 ของอัตราโทษ 1 ปี หรือ 8 เดือน

โดยนายทักษิณ จะได้รับการพักโทษปล่อยตัวออกจากเรือนจำกลางคลองเปรมเพื่อเข้าสู่ขั้นตอนการคุมประพฤติในช่วงเช้า เพื่อคุมประพฤติต่ออีก 4 เดือน จากนั้นจะครบกำหนดโทษ 1 ปี ในวันที่ 9 ก.ย.69 พ้นโทษและเป็นอิสรภาพ

แหล่งข่าวระดับสูงภายในกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยว่า ภายหลังจากเมื่อวันที่ 31 มี.ค.69 ที่ผ่านมา ทางคณะกรรมการพักการลงโทษของเรือนจำกลางคลองเปรม ได้นำรายชื่อนักโทษเด็ดขาดที่มีคุณสมบัติเข้าเกณฑ์ได้รับการพิจารณาพักการลงโทษกรณีทั่วไป ซึ่งปรากฏว่ามติในที่ประชุมได้ลงความเห็นให้มีผู้ต้องขังเด็ดขาดของเรือนจำกลางคลองเปรม จำนวน 10 ราย ผ่านเกณฑ์ได้รับการพิจารณาพักการลงโทษ ซึ่ง 1 ในนั้นมีชื่อของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี

อย่างไรก็ตาม รายชื่อผู้ต้องขังเด็ดขาดทั้งหมดที่คณะกรรมการพักการลงโทษระดับเรือนจำกลางคลองเปรมมีความเห็นชอบ ได้ถูกประมวลและนำเสนอไปยังคณะกรรมการพักการลงโทษระดับกรมราชทัณฑ์ ซึ่งมีนายสมบูรณ์ ศิลา รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ เป็นประธาน จะได้พิจารณากลั่นกรองตรวจสอบความสมบูรณ์ครบถ้วนของเอกสารตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนด

จากนั้นคาดว่าคณะกรรมการพักการลงโทษระดับกรมราชทัณฑ์ จะมีการประชุมหารือและให้ความเห็นชอบพิจารณาผู้ต้องขังเด็ดขาดที่ผ่านเกณฑ์ได้รับการพักโทษกรณีทั่วไปเพื่อเตรียมเสนอรายชื่อไปยังคณะกรรมการพักการลงโทษระดับกระทรวงยุติธรรม ทั้งนี้ การประชุมของคณะกรรมการพักการลงโทษระดับกรมราชทัณฑ์ จะเกิดขึ้นไม่เกินวันที่ 24 เม.ย.69 เพื่อจะได้เสนอรายชื่อผู้ผ่านเกณฑ์ไปยังคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาวินิจฉัยการพักการลงโทษ (หรือคณะกรรมการพักการลงโทษระดับกระทรวงยุติธรรม)

ซึ่งประกอบด้วย ปลัดกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานอนุกรรมการ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านพัฒนาพฤตินิสัย อธิบดีกรมคุมประพฤติ อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ผู้แทนกระทรวงสาธารณสุข ผู้แทนสำนักงานศาลยุติธรรม ผู้แทนสำนักงานอัยการสูงสุด ผู้แทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผู้แทนกรมการปกครอง ผู้แทนกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ที่กำกับดูแลกองทัณฑปฏิบัติ เป็นอนุกรรมการ และมีผู้อำนวยการกองทัณฑปฏิบัติ เป็นอนุกรรมการและเลขานุการ ผู้อำนวยการกลุ่มงานพักการลงโทษ เป็นอนุกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบพักการลงโทษ สั่งเพิกถอนพักการลงโทษ กำหนดเงื่อนไขการคุมประพฤติ กำหนดหลักเกณฑ์การพิจารณาพักการลงโทษ และพิจารณาวินิจฉัยพักการลงโทษ ให้เป็นไปตาม พ.ร.บ.ราชทัณฑ์ พ.ศ.2560 มาตรา 52

แหล่งข่าวระดับสูงภายในกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยอีกว่า สำหรับการประชุมของคณะกรรมการพักการลงโทษระดับกระทรวงยุติธรรม ที่จะเกิดขึ้นในวันพุธที่ 29 เม.ย.69 นั้น นางพงษ์สวาท นีละโยธิน ปลัดกระทรวงยุติธรรม ได้มอบหมายให้ นางธารินี แสงสว่าง รองปลัดกระทรวงยุติธรรม หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านพัฒนาพฤตินิสัย ดำเนินการเป็นประธานในที่ประชุมแทนตนเอง โดยคณะฯ จะได้พิจารณาวินิจฉัยการพักการลงโทษ ให้ความเห็นชอบ หรือไม่เห็นชอบการพักการลงโทษกับนักโทษเด็ดขาด โดยการนำเหตุปัจจัยมาพิจารณาให้ความเห็นชอบ ไม่ว่าจะเป็นพฤติการณ์แห่งคดีที่ได้กระทำและการกระทำความผิดที่ได้กระทำมาก่อนแล้ว ระยะเวลาการคุมประพฤติ ความน่าเชื่อถือและความเหมาะสมของผู้อุปการะในการควบคุมดูแลนักโทษเด็ดขาดให้ปฏิบัติตามเงื่อนไขจนกว่าจะพ้นโทษ มีพฤติการณ์ในระหว่างถูกคุมขังจนน่าเชื่อว่าได้กลับตนเป็นคนดี ผลกระทบด้านความปลอดภัยของสังคม และผ่านการแก้ไข บำบัด ฟื้นฟู และพัฒนาพฤตินิสัยภายในเรือนจำ ตามข้อ 44 แห่ง กฎกระทรวงกำหนดประโยชน์ของนักโทษเด็ดขาดฯ พ.ศ.2562 นำมาพิจารณาประกอบด้วย และเมื่อคณะฯ หรือรัฐมนตรีอนุมัติพักการลงโทษ และให้ปล่อยตัวนักโทษเด็ดขาดรายใดซึ่งได้รับพักการลงโทษ ก็ให้แจ้งผลการอนุมัติให้ผู้บัญชาการเรือนจำรับทราบ และมีหนังสือแจ้งพนักงานคุมประพฤติและพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจในท้องที่ที่นักโทษเด็ดขาดซึ่งได้รับการปล่อยตัวเข้าไปพักอาศัยทราบภายในเวลาอันสมควร

ทั้งนี้ ในการคุมประพฤติจากการพักโทษ นักโทษเด็ดขาดต้องไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติในที่ที่ไปพักอาศัยภายในระยะเวลาที่กำหนด (3 วันหลังจากได้รับการปล่อยตัวพักโทษคุมประพฤติ) และจะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดในหมวด 9 (เงื่อนไขที่นักโทษเด็ดขาดซึ่งได้รับการปล่อยตัวก่อนครบกำหนดโทษต้องปฏิบัติ) แห่งกฎกระทรวงกำหนดประโยชน์ของนักโทษเด็ดขาดฯ พ.ศ.2562

แหล่งข่าวระดับสูงภายในกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยอีกว่า กรณีพิจารณาเรื่องการติดหรือไม่ติดกำไล EM ของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หากได้รับการพักโทษปล่อยตัวคุมประพฤติในวันที่ 11 พ.ค.69 นั้น ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของคณะกรรมการฯ ในแต่ละลำดับชั้น โดยเฉพาะคณะกรรมการพักการลงโทษระดับกรมราชทัณฑ์ และระดับกระทรวงยุติธรรม ที่จะพิจารณาจากปัญหาเรื่องสุขภาพและอายุของผู้ต้องขังที่มีอายุเกินกว่า 70 ปี รวมถึงสภาพแวดล้อมและความปลอดภัยของสถานที่คุมประพฤติและชุมชนโดยรอบด้วย ว่ามีความเสี่ยงกระทำผิดซ้ำหรือน่าห่วงกังวลอย่างใดหรือไม่

ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานเพิ่มเติมว่า สถานที่คุมประพฤติของ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หากเป็นบ้านจันทร์ส่องหล้า ซอยจรัญสนิทวงศ์ 69 แขวงและเขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร นายทักษิณ ชินวัตร จะต้องเดินทางไปรายงานตัวภายใน 3 วันนับแต่วันที่ได้รับการปล่อยตัวพักโทษคุมประพฤติ โดยจะต้องเดินทางไปรายงานตัวกับเจ้าพนักงานคุมประพฤติ สำนักงานคุมประพฤติ กรุงเทพมหานคร 1 ซึ่งเป็นสำนักงานที่เป็นผู้รับผิดชอบในพื้นที่เขตดังกล่าว อนึ่ง ขั้นตอนการรายงานตัวของผู้ถูกคุมความประพฤติ คือ ต้องรายงานตัวทุกเดือน แต่ถ้าหากรายงานตัวครบ 4 เดือน ครั้งถัดไปก็สามารถขยายเวลาได้เป็น 2 เดือนค่อยรายงานตัว ซึ่งก็เป็นไปตามเกณฑ์ที่ถูกใช้กับผู้ถูกประพฤติรายอื่นๆ

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ทักษิณ ลุ้นอีก 2 ด่าน ราชทัณฑ์จ่อหารือ ‘พักโทษ’ ใน 24 เม.ย.นี้ ก่อนเสนอชื่อยธ.ต่อไป

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...