กระสุนสั่งสอน! สาวสาด 9 มม. กลางพัทยา แค้นจัดคู่อริ “ด่าผ่านโซเชียลไม่หยุด” เจ็บสาหัส 2 ราย
เมื่อเวลา 22.46 น. วันที่ 27 มี.ค.69 พ.ต.ท.ศุภวัฒน์ ลัทธปรีชา รอง ผกก.ป. สภ.บางละมุง รับแจ้งเหตุใช้อาวุธปืนยิงกัน มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส 2 ราย เหตุเกิดบริเวณข้างร้านอาหารปูนางฟ้า ริมถนนนาเกลือ ใกล้เคียงตลาดลานโพธิ์ ต.นาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งจึงรายงานผู้บังคับบัญชา พร้อมนำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.บางละมุง เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอบางละมุง เจ้าหน้าที่เมืองพัทยา รวมถึงเจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยา รีบไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ
ที่เกิดเหตุซึ่งอยู่ใกล้บริเวณจัดงานพัทยามิวสิกเฟสติวัล 2026 มีนักท่องเที่ยวอยู่ในอาการแตกตื่นเป็นจำนวนมาก เจ้าหน้าที่ได้กันผู้ไม่เกี่ยวข้องออกจากบริเวณจุดเกิดเหตุ ริมถนนพบพลเมืองดีช่วยผู้ได้รับบาดเจ็บ ทราบชื่อคือ น.ส.สุทิศา นิ่มสำลี อายุ 29 ปี มีบาดแผลบริเวณหน้าท้อง เสียเลือดมาก หายใจรวยริน อีกรายทราบชื่อคือ น.ส.พัชรี การุณย์ลัญจกร อายุ 37 ปี ถูกลูกหลงเข้าที่บริเวณข้อเท้าซ้าย เจ้าหน้าที่กู้ภัยฯ ให้การปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนเคลื่อนย้ายส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน
สอบถามผู้เห็นเหตุการณ์ ให้การว่า ขณะที่ตนเองขี่รถจักรยานยนต์ผ่านจุดเกิดเหตุ สังเกตเห็นผู้ก่อเหตุชักอาวุธปืนแล้ว ยิง ใส่ผู้ได้รับบาดเจ็บรายแรกในระยะประชิด เข้าที่บริเวณหน้าท้อง ส่วนอีกรายนั้นตนเองคาดว่าน่าจะถูกลูกหลงเข้าที่บริเวณข้อเท้า ส่วนสาเหตุนั้นไม่ทราบว่าเกิดจากเรื่องใด โดยหลังเกิดเหตุตนเองรีบเข้าไปช่วยผู้ได้รับบาดเจ็บ พร้อมแจ้งเจ้าหน้าที่ที่อยู่บริเวณงานพัทยามิวสิกเฟสติวัลเข้าระงับเหตุ และประสานเจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือผู้บาดเจ็บดังกล่าว
ขณะที่ผู้ก่อเหตุทราบชื่อคือ น.ส.พรทิพย์ ศรีภาค์ ถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวไว้ได้ พร้อมของกลางเป็นอาวุธปืนขนาด 9 มม. แบบออโตเมติก ยี่ห้อซิกซาวเออร์ พี250 จำนวน 1 กระบอก และปลอกกระสุนปืนที่ตกอยู่บริเวณที่เกิดเหตุ 1 ปลอก โดยเจ้าตัวให้การอ้างว่า ตนเองทนไม่ไหวที่ถูกโพสต์ด่าทอบนโซเชียลมาเป็นระยะเวลาแรมปี วันนี้จึงเกิดอาการทนไม่ไหว ใช้อาวุธปืนยิง ออกไป 1 นัด ก่อนจะเดินหนี โดยอ้างว่าขอไปให้การที่โรงพัก
เบื้องต้น พ.ต.อ.สราวุธ นุชนารถ ผกก.สภ.บางละมุง ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.บางละมุง ลงพื้นที่หาข้อมูลจากพยานแวดล้อม รวมถึงตรวจสอบกล้องวงจรปิดไว้เป็นหลักฐาน ส่วนสาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวนทั้งผู้ได้รับบาดเจ็บและผู้ก่อเหตุ เพื่อดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดตามกระบวนการทางกฎหมายต่อไป