โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

นักวิเคราะห์ชี้ สหรัฐฯ เหลืออาวุธไม่พอทำสงครามใหม่ในอนาคตระยะสั้น

PPTV HD 36

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ผลวิเคราะห์ใหม่เผย กองทัพสหรัฐฯ ใช้ขีปนาวุธสำคัญไปจำนวนมากในสงครามอิหร่าน จนอาจไม่เพียงพอหากเกิดความขัดแย้งครั้งใหม่ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

ผู้เชี่ยวชาญและบุคคลที่คุ้นเคยกับการประเมินคลังอาวุธภายในกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เมื่อเร็ว ๆ นี้ ระบุว่า กองทัพสหรัฐฯ ได้ใช้ขีปนาวุธสำคัญไปจำนวนมากในช่วงสงครามกับอิหร่าน และสร้าง “ความเสี่ยงในระยะสั้น” ที่จะขาดแคลนกระสุนหากเกิดความขัดแย้งในอนาคตอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

จากการวิเคราะห์ใหม่ของศูนย์เพื่อการศึกษาเชิงยุทธศาสตร์และระหว่างประเทศ (Center for Strategic and International Studies) พบว่า ในช่วง 7 สัปดาห์ที่ผ่านมา กองทัพสหรัฐฯ ได้ใช้ขีปนาวุธโจมตีแม่นยำ (Precision Strike Missiles) ไปอย่างน้อย 45%

โดยขีปนาวุธ THAAD ซึ่งออกแบบมาเพื่อสกัดกั้นขีปนาวุธข้ามทวีปถูกใช้ไปอย่างน้อยครึ่งหนึ่ง และขีปนาวุธสกัดกั้นทางอากาศแพทริออต (Patriot) เกือบ 50% ตัวเลขเหล่านี้สอดคล้องกับข้อมูลลับของเพนตากอนเกี่ยวกับคลังอาวุธของสหรัฐฯ

เมื่อต้นปีที่ผ่านมา เพนตากอนได้ลงนามในสัญญาหลายฉบับที่จะช่วยขยายการผลิตขีปนาวุธ แต่ระยะเวลาในการส่งมอบเพื่อทดแทนระบบเหล่านี้อยู่ที่ 3-5 ปี แม้ว่าจะมีการเพิ่มกำลังการผลิตแล้วก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญจาก CSIS และแหล่งข่าวกล่าว

ในระยะสั้น สหรัฐฯ น่าจะมีระเบิดและขีปนาวุธเพียงพอที่จะดำเนินการรบกับอิหร่านต่อไปได้ในทุกสถานการณ์ หากการหยุดยิงล้มเหลว แต่จำนวนกระสุนสำคัญที่เหลืออยู่ในคลังของสหรัฐฯ นั้นไม่เพียงพอที่จะเผชิญหน้ากับคู่ต่อสู้ที่สูสีกันอย่างจีน และอาจต้องใช้เวลาหลายปีกว่าที่จำนวนอาวุธเหล่านั้นจะกลับไปสู่ระดับก่อนสงคราม การวิเคราะห์ของ CSIS สรุปไว้เช่นนั้น

มาร์ก แคนเซียน อดีตพันเอกแห่งนาวิกโยธินสหรัฐฯ และหนึ่งในผู้เขียนรายงานของ CSIS กล่าวว่า “ค่าใช้จ่ายด้านกระสุนที่สูงได้สร้างช่องโหว่ที่เพิ่มความเสี่ยงในมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตก จะต้องใช้เวลา 1-4 ปีในการเติมเต็มคลังเหล่านี้ และอีกหลายปีหลังจากนั้นในการขยายให้ถึงระดับที่จำเป็น”

ด้าน ฌอน พาร์เนลล์ โฆษกกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ กล่าวว่า “กองทัพมีทุกอย่างที่จำเป็นในการปฏิบัติการในเวลาและสถานที่ที่ประธานาธิบดีเลือก”

เขาเสริมว่า “นับตั้งแต่ประธานาธิบดีทรัมป์เข้ารับตำแหน่ง เราได้ดำเนินการปฏิบัติการที่ประสบความสำเร็จหลายครั้งในเขตบัญชาการรบต่าง ๆ ขณะเดียวกันก็มั่นใจได้ว่ากองทัพสหรัฐฯ มีคลังอาวุธและขีดความสามารถที่ครบครันเพื่อปกป้องประชาชนและผลประโยชน์ของเรา”

นอกจากนี้ ตามการวิเคราะห์ กองทัพสหรัฐฯ ยังได้ใช้ขีปนาวุธโทมาฮอว์กไปแล้วประมาณ 30% ขีปนาวุธโจมตีภาคพื้นดินระยะไกล (Joint Air-to-Surface Standoff Missiles) ไปแล้วกว่า 20% และขีปนาวุธ SM-3 และ SM-6 ไปแล้วประมาณ 20% การจะทดแทนระบบเหล่านั้นต้องใช้เวลาประมาณ 4-5 ปี

การคำนวณปริมาณขีปนาวุธที่ลดลงนั้นขัดแย้งอย่างสิ้นเชิงกับคำกล่าวอ้างล่าสุดของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ที่ว่า สหรัฐฯ ไม่ได้ขาดแคลนอาวุธใด ๆ แม้ว่าเขาจะขอเงินทุนเพิ่มเติมสำหรับขีปนาวุธเนื่องจากผลกระทบของสงครามอิหร่านต่อคลังอาวุธที่มีอยู่ก็ตาม

รายงานของ CSIS ระบุว่า ข้อตกลงล่าสุดของรัฐบาลทรัมป์กับบริษัทเอกชนควรจะช่วยเพิ่มการผลิต แต่การส่งมอบกระสุนปืนที่สำคัญเหล่านี้ในระยะสั้นนั้นค่อนข้างต่ำเนื่องจากคำสั่งซื้อจำนวนน้อยในอดีต

ก่อนที่สงครามจะเริ่มต้น พลเอกแดน เคน ประธานคณะเสนาธิการร่วม และผู้นำทางทหารคนอื่น ๆ ได้เตือนทรัมป์ว่า ปฏิบัติการทางทหารที่ยืดเยื้ออาจส่งผลกระทบต่อคลังอาวุธของสหรัฐฯ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาวุธที่สนับสนุนอิสราเอลและยูเครน

และนับตั้งแต่เริ่มความขัดแย้ง สมาชิกพรรคเดโมแครตในรัฐสภาได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับปริมาณกระสุนที่ใช้ และสิ่งที่อาจเกิดขึ้นกับการป้องกันประเทศของสหรัฐฯ ในตะวันออกกลางและที่อื่น ๆ

เรียบเรียงจาก CNN

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เกาะติดสงครามอิหร่าน 22 เม.ย. 69 “ทรัมป์” ต่อเวลาหยุดยิงอิหร่านไม่มีกำหนด

“ทรัมป์” คาดหวังอะไร? จากการตัดสินใจขยายเวลาหยุดยิงอิหร่าน

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : นักวิเคราะห์ชี้ สหรัฐฯ เหลืออาวุธไม่พอทำสงครามใหม่ในอนาคตระยะสั้น

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่

- Website : https://www.pptvhd36.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...