โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘พรรคเศรษฐกิจ’ แถลงค้านปรับขึ้น VAT 10% ซ้ำเติมคนไทยทั้งประเทศ

AEC10NEWs

อัพเดต 22 เม.ย. เวลา 14.54 น. • เผยแพร่ 22 เม.ย. เวลา 07.54 น. • AEC10NEWS

‘พรรคเศรษฐกิจ’ แถลงค้านปรับขึ้น VAT 10% ชี้ของทุกอย่างจะแพงขึ้น ซ้ำเติมคนไทยทั้งประเทศ

วันที่ 22 เม.ย.2569 ณ รัฐสภา พรรคเศรษฐกิจ โดย นายคริส โปตระนันทน์ ประธานพรรคเศรษฐกิจ แถลงจุดยืนคัดค้านแนวคิดการปรับขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) จากร้อยละ 7 เป็นร้อยละ 10 โดยยืนยันว่าเป็นมาตรการที่มีมูล และไม่ใช่เพียงกระแสข่าวทางการเมืองเท่านั้น หากแต่ปรากฏอยู่ในเอกสารราชการที่เกี่ยวข้องกับแผนการคลังของรัฐด้วย

นายคริส กล่าวว่า แม้ก่อนหน้านี้จะมีความพยายามชี้แจงว่า ข้อเสนอเรื่องการขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มเป็นเพียงผลการศึกษาของกรรมาธิการวุฒิสภา และได้มีการถอนรายงานดังกล่าวออกไปแล้ว แต่พรรคเศรษฐกิจได้ตรวจสอบเพิ่มเติมและพบเอกสาร “แผนการคลังระยะปานกลาง” หรือ Medium-Term Fiscal Framework ซึ่งลงวันที่ 20 พฤศจิกายน 2568 ออกโดยสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี และมีเนื้อหาที่กล่าวถึงแนวทางการปรับขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มเป็นร้อยละ 10 อย่างชัดเจน

นายคริส ระบุว่า ประเด็นดังกล่าวจึงไม่ใช่เรื่องเล็ก และไม่ควรถูกทำให้สังคมเข้าใจว่าเป็นเพียงข่าวลือ เพราะหากรัฐบาลเดินหน้าในแนวทางนี้จริง จะส่งผลกระทบต่อประชาชนทุกครัวเรือนทันที โดยเฉพาะในภาวะที่เศรษฐกิจไทยยังอ่อนแรง และประชาชนกำลังเผชิญค่าครองชีพสูงอยู่แล้ว

นายคริส ยกตัวอย่างสินค้าจากร้านสะดวกซื้อ มูลค่า 100 บาท เพื่ออธิบายให้เห็นภาพว่า ภายใต้อัตรา VAT ร้อยละ 7 ผู้บริโภคจ่ายภาษีอยู่ราว 7 บาท แต่หากปรับขึ้นเป็นร้อยละ 10 ราคาสินค้าจำนวนเดียวกันจะขยับเป็น 103 บาททันที แม้ดูเหมือนเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย แต่ในความเป็นจริงหมายถึงต้นทุนการดำรงชีวิตที่เพิ่มขึ้นในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นสินค้าอุปโภคบริโภค การบริการ ตลอดจนค่าน้ำมัน

นายคริส กล่าวว่า เมื่อ VAT เพิ่มขึ้น เท่ากับทุกอย่างในประเทศแพงขึ้นอีกร้อยละ 3 ภายใต้ภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน ซึ่งพรรคเศรษฐกิจประเมินว่า หากมีการขึ้นภาษีจริง อาจทำให้เศรษฐกิจไทยหดตัวลงประมาณร้อยละ 1 จากเดิมที่ปี 2568 ขยายตัวเพียงร้อยละ 2.4 และอาจเหลือการเติบโตเพียงร้อยละ 1.4 ในปีนี้ ส่งผลให้กำลังซื้อของประชาชนลดลง การผลิตลดลง การจ้างงานลดลง และท้ายที่สุดอาจทำให้รัฐจัดเก็บภาษีได้ต่ำกว่าที่คาดหวังไว้เสียด้วยซ้ำ

นายคริส ยังยกข้อมูลเปรียบเทียบว่า ในปี 2557 ซึ่งไทยยังเก็บ VAT ที่ร้อยละ 7 รัฐจัดเก็บภาษีประเภทนี้ได้ประมาณ 700,000 ล้านบาท ขณะที่ปี 2568 ซึ่งอัตราภาษียังคงเดิม รัฐกลับจัดเก็บได้เพิ่มเป็น 950,000 ล้านบาท สะท้อนว่า รัฐสามารถเพิ่มรายได้ภาษีได้โดยไม่จำเป็นต้องขึ้นอัตราภาษี หากทำให้เศรษฐกิจเติบโตและประชาชนมีรายได้มากขึ้น

พร้อมกันนี้ นายคริส ยังตั้งข้อสังเกตว่า ขณะนี้รัฐกำลังหารือถึงการขยายเพดานหนี้สาธารณะจากร้อยละ 70 เป็นร้อยละ 75 เพื่อเปิดทางให้กู้เงินเพิ่มได้อีกประมาณ 500,000 ล้านบาท จึงยิ่งสะท้อนว่าประเทศไทยกำลังอยู่ในช่วงเปราะบาง และไม่ควรใช้นโยบายขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มมาซ้ำเติมประชาชน

สำหรับข้ออ้างที่ว่า การขึ้น VAT ร้อยละ 1 จะทำให้รัฐมีรายได้เพิ่มขึ้นประมาณ 100,000 ล้านบาท หรือหากขึ้นจากร้อยละ 7 เป็นร้อยละ 10 จะมีรายได้เพิ่มขึ้นปีละ 300,000 ล้านบาทนั้น นายคริสเห็นว่า แม้ตัวเลขดังกล่าวจะดูน่าสนใจ แต่รัฐไม่ควรเริ่มจากการรีดภาษีเพิ่มจากประชาชน หากยังไม่จัดการปัญหาการใช้จ่ายภาครัฐที่ไม่มีประสิทธิภาพและการรั่วไหลจากการทุจริต

นายคริส ระบุว่า จากงบประมาณรายจ่ายประจำปีที่ใช้อยู่ในระดับ 3.78 ล้านล้านบาท และมีแนวโน้มจะขยับเป็น 4.1 ล้านล้านบาทในปีหน้า ประเทศไทยยังมีปัญหาคอร์รัปชันและการรั่วไหลของงบประมาณอยู่ในระดับไม่ต่ำกว่า 500,000 ล้านบาทต่อปี ดังนั้น หากรัฐบาลต้องการหารายได้เพิ่ม สิ่งแรกที่ควรทำคือประหยัดรายจ่ายและปิดช่องรั่วไหลของงบประมาณก่อน ไม่ใช่ผลักภาระไปยังประชาชนผู้เสียภาษี

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...