‘บิ๊กซี’ เร่งเกม ‘Retail Tourism’ งัดทริปล่องเรือดึงทราฟฟิกสู้กำลังซื้อ
บิ๊กซีจับมือ 3 พันธมิตรรัฐ-ท้องถิ่น-เอกชน เร่งยกระดับ “Retail Tourism” ผุดแคมเปญล่องเรือคลองรัตนโกสินทร์ เชื่อมประสบการณ์ท่องเที่ยวกับศูนย์การค้า หวังดึงทราฟฟิกนักท่องเที่ยว-เพิ่มการใช้จ่ายหลังสงกรานต์ สู้กำลังซื้อชะลอ-ต้นทุนพุ่ง
นายอัศวิน เตชะเจริญวิกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ และ นางฐาปณี เตชะเจริญวิกุล รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) ธุรกิจค้าปลีกในกลุ่มบีเจซี กล่าวว่า บิ๊กซีในปี 2569 นี้บริษัทมุ่งยกระดับสาขาราชดำริให้เป็น “Tourist Destination” สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเชื่อมโยงกิจกรรมการท่องเที่ยวเข้ากับการจับจ่ายภายในศูนย์การค้า
ตามโมเดล “Retail Tourism” หรือการผสานค้าปลีกกับการท่องเที่ยวอย่างจริงจัง โดยการจับมือการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และพันธมิตรภาครัฐ-เอกชน เปิดแคมเปญ “Big Trip at Big C Ratchadamri” เชื่อมประสบการณ์ช็อปปิ้งกับการท่องเที่ยวทางน้ำ หวังดึงทราฟฟิกนักท่องเที่ยวและกระตุ้นการใช้จ่ายในช่วงหลังเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งถือเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของเศรษฐกิจท่องเที่ยวไทย
โดยร่วมมือกับ 3 พันธมิตร ได้แก่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.), วิสาหกิจชุมชน เสน่ห์ย่านบางลำพู และบริษัท ครอบครัวขนส่ง (2002) จำกัด จัดแคมเปญ “บิ๊กทริป แอท บิ๊กซี ราชดำริ” ที่ บิ๊กซี สาขาราชดำริ
ดันราชดำริสู่ Tourist Destination
นายอัศวินกล่าวว่า โมเดลนี้พัฒนาขึ้นเพื่อภาพรวมเศรษฐกิจที่ยังมีความเปราะบาง โดยเฉพาะกำลังซื้อภายในประเทศที่ชะลอตัว ขณะที่ต้นทุนพลังงานและโลจิสติกส์ยังอยู่ในระดับสูง ส่งผลให้ผู้ประกอบการค้าปลีกต้องเร่งปรับตัวจาก“ขายสินค้า” ไปสู่ “ขายประสบการณ์” เพื่อเพิ่มมูลค่าการใช้จ่ายต่อหัว และยืดระยะเวลาการใช้บริการในศูนย์การค้า
โดยอาศัยเส้นทางล่องเรือในคลองแสนแสบและคลองบางลำพู เชื่อมพื้นที่เกาะรัตนโกสินทร์ ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมสำคัญของกรุงเทพฯ พร้อมผนวกกิจกรรมท่องเที่ยวชุมชนในย่านบางลำพูที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 240 ปี
โดยแคมเปญล่องเรือนี้เป็นเฟสที่ 2 ของโมเดล Retail Tourism หลังจากเฟสแรกได้รับการตอบรับค่อนข้างดี รอบนี้เราพัฒนาให้มีความหลากหลายมากขึ้น ไม่ใช่แค่ล่องเรือ แต่มีการแวะจุดท่องเที่ยว มีไกด์ชุมชน และเพิ่มบริการนวดคอ บ่า ไหล่ ระหว่างทาง เพื่อยกระดับประสบการณ์นักท่องเที่ยว
“แนวคิดของโครงการได้รับแรงบันดาลใจจากโครงการพระราชดำริด้านการฟื้นฟูแหล่งน้ำ อาทิ คลองบางลำพู คลองแสนแสบ และคลองโอ่งอ่าง โดยบริษัทมีส่วนร่วมในการผลักดันการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ควบคู่กับการสร้างรายได้ให้ชุมชน”
ช็อปแลกประสบการณ์ กลยุทธ์เพิ่มบิล
นายอัศวินกล่าวต่อว่า ในเชิงกลยุทธ์ บิ๊กซีออกแบบแคมเปญในรูปแบบ ช็อปแลกรับประสบการณ์ เพื่อกระตุ้นยอดใช้จ่ายต่อบิล โดยกำหนดเงื่อนไขการใช้จ่ายภายในสาขาราชดำริ เพื่อแลกรับสิทธิเข้าร่วมกิจกรรมล่องเรือ
โดยลูกค้าที่มียอดซื้อครบ 3,000 บาท จะได้รับสิทธิล่องเรือพร้อมเข้าชมพิพิธบางลำพู 1 ที่นั่ง และยอดซื้อ 4,500 บาท รับ 2 ที่นั่ง ซึ่งสะท้อนความพยายามเชื่อม “การบริโภค” เข้ากับ “ประสบการณ์” โดยตรง
กิจกรรมล่องเรือจะจัดเฉพาะวันเสาร์และอาทิตย์ วันละ 1 รอบ เวลา 15.00 น. จำกัดจำนวนผู้เข้าร่วมรอบละ 30 คน ซึ่งเป็นการควบคุมประสบการณ์ให้มีความเฉพาะและแตกต่าง มากกว่าการทำแคมเปญเชิงปริมาณ
นอกจากนี้ โมเดลนี้ยังสอดคล้องกับเทรนด์ค้าปลีกโลกที่ให้ความสำคัญกับ Experiential Retail หรือการสร้างประสบการณ์ เพื่อเพิ่ม Engagement กับลูกค้า และสร้างความแตกต่างจากการแข่งขันด้านราคาเพียงอย่างเดียว
ต้นทุนพุ่ง กดดันค้าปลีกเร่งปรับตัว
อีกหนึ่งแรงกดดันสำคัญคือ ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจากราคาน้ำมันและค่าขนส่ง ซึ่งได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ ส่งผลให้ต้นทุนพลังงานและโลจิสติกส์ปรับตัวสูงขึ้น บริษัทจึงเร่งปรับโครงสร้างต้นทุน อาทิ การรวมศูนย์คลังสินค้าไปยังบางปะอิน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการ และลดต้นทุนโดยไม่กระทบคู่ค้า
นอกจากนี้ ยังต้องบริหารต้นทุนในส่วนที่ควบคุมได้และไม่ได้ เช่น บรรจุภัณฑ์ ฟอยล์ และพลาสติก ขณะที่บางวัตถุดิบจำเป็นต้องปรับเป็นต้นทุนใหม่ เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาการขาดแคลนสินค้า
จับตาเดือนพฤษภาฯ
ด้านราคาสินค้า บริษัทยังไม่มีการปรับขึ้นในขณะนี้ แม้จะเผชิญแรงกดดันด้านต้นทุน โดยยังไม่ได้ลงนามปรับราคากับคู่ค้า สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนภาพรวมของธุรกิจค้าปลีกไทยที่อยู่ในภาวะ “บีบสองด้าน” (Margin Squeeze) คือต้นทุนเพิ่มแต่ไม่สามารถปรับราคาขายได้เต็มที่ เนื่องจากกำลังซื้อผู้บริโภคยังอ่อนแอ
“ตอนนี้เรายังพยายามตรึงราคาไว้ก่อน แต่หลังเดือนเมษายนอาจมีการเปลี่ยนแปลง ซึ่งต้องดูสถานการณ์ต้นทุนอีกครั้ง จำนวนคนยังมาจับจ่ายใช้สอย แต่การใช้จ่ายต่อหัวลดลง เราเห็นชัดว่าผู้บริโภคระมัดระวังการใช้เงินมากขึ้น ทำให้เราต้องหันมาเน้นโปรโมชั่นและราคามากขึ้น” นายอัศวินกล่าว
แข่งขันเดือดทำเลท่องเที่ยว ดันโมเดลใหม่สู้
ทั้งนี้ทำเล “ราชดำริ-ประตูน้ำ” ถือเป็นหนึ่งในสมรภูมิสำคัญของค้าปลีกไทย เนื่องจากพึ่งพากำลังซื้อจากนักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นหลัก ผู้ประกอบการแต่ละรายจึงต้องเร่งพัฒนาโมเดลธุรกิจใหม่ เพื่อสร้างความแตกต่าง ทั้งในรูปแบบ Experience, Service และ Ecosystem การรุกโมเดล“Retail Tourism” ของบิ๊กซี จึงไม่ใช่เพียงแคมเปญระยะสั้น แต่เป็นการวางตำแหน่งใหม่ของธุรกิจ เพื่อแข่งขันในระยะยาว
เชื่อมท่องเที่ยวขายประสบการณ์
นายอัศวินกล่าวต่อว่า ธุรกิจค้าปลีกไทยกำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่สินค้าอย่างเดียวไม่พอ แต่ต้องสร้างประสบการณ์และเชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมอื่น โดยเฉพาะการท่องเที่ยว ซึ่งโมเดลลักษณะนี้มีแนวโน้มขยายตัวมากขึ้นในทำเลเมืองท่องเที่ยว
ขณะที่ภาพรวมตลาดยังเผชิญแรงกดดันจากกำลังซื้อที่เปราะบาง ต้นทุนที่อยู่ในระดับสูง และการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น ส่งผลให้ผู้ประกอบการต้องเร่งปรับเกมเชิงรุก เพื่อรักษาการเติบโตในภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่
ดึงค้าปลีกต่อยอดท่องเที่ยว
ด้าน นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า ททท.ร่วมมือกับบิ๊กซีในลักษณะพาร์ตเนอร์แบบ 360 องศา ครอบคลุมทั้งธุรกิจบริการ การท่องเที่ยว การเดินทาง และการใช้จ่าย ซึ่งสะท้อนอัตลักษณ์ “เสน่ห์ไทย” ในห่วงโซ่การท่องเที่ยวครบวงจร
โดยมองว่าภาคค้าปลีกไม่ได้เป็นเพียงปลายทางของการใช้จ่าย แต่เป็นส่วนหนึ่งของ “ประสบการณ์การท่องเที่ยว” ที่ช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับอุตสาหกรรมโดยรวม ขณะที่บิ๊กซีถือเป็นหนึ่งในจุดหมายสำคัญที่นักท่องเที่ยวนิยมเลือกซื้อสินค้าไทยเป็นของฝาก
“ความร่วมมือในลักษณะนี้จะช่วยผลักดันให้การท่องเที่ยวไทยมีมูลค่าเพิ่มมากขึ้น ทั้งในแง่การใช้จ่ายต่อหัวและการกระจายรายได้ไปยังภาคส่วนต่าง ๆ” นางสาวฐาปนีย์กล่าว
ด้านภาพการฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยวสะท้อนผ่านช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา โดยกิจกรรม “สงกรานต์ใกล้บ้านฉัน” ที่สวนเบญจกิติ มีผู้เข้าร่วมกว่า 300,000 คนในช่วง 5 วัน และในช่วงวันที่ 13-15 เมษายนมีสัดส่วนนักท่องเที่ยวต่างชาติถึง 65% เทียบกับนักท่องเที่ยวไทย 35% สะท้อนการกลับมาของดีมานด์ต่างชาติอย่างมีนัยสำคัญ
อย่างไรก็ตาม แม้จำนวนนักท่องเที่ยวและทราฟฟิกโดยรวมจะฟื้นตัว แต่ในมุมของภาคค้าปลีกพบว่า กำลังซื้อยังไม่กลับมาเต็มที่ ผู้บริโภคยังคงระมัดระวังการใช้จ่าย ส่งผลให้ผู้ประกอบการต้องเร่งปรับกลยุทธ์ ทั้งด้านราคา โปรโมชั่น และการสร้างประสบการณ์ เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายในช่วงหลังเทศกาล
นางสาวฐาปนีย์กล่าวเพิ่มเติมว่า แม้นักท่องเที่ยวบางส่วนอาจเผชิญข้อจำกัดในการเดินทางกลับประเทศจากปัจจัยภายนอก แต่ยังคงมีประสบการณ์ที่ดี และมองประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางที่สามารถพักผ่อนได้เสมือน “บ้านหลังที่สอง” ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นและกระตุ้นการเดินทางซ้ำในระยะยาว
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ‘บิ๊กซี’ เร่งเกม ‘Retail Tourism’ งัดทริปล่องเรือดึงทราฟฟิกสู้กำลังซื้อ
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net