WELL เชื้อเพลิงขยะฮอต ดีมานด์พลังงานเพียบ
#WELL #ทันหุ้น – WELL รับราคาพลังงานแพง ส่งผลบวก ดีมานด์เชื้อเพลิงขยะเพิ่ม ราคาถูกกว่าเชื้อเพลิงถ่านหินและน้ำมันเตา แต่ให้ค่าความร้อนใกล้เคียงกันโดยยังคงตั้งเป้าหมายขยายกำลังการผลิตเพิ่มเป็น 400 ตันต่อวัน ในปี 2569 และเพิ่มเป็น 800 ตันต่อวัน ภายในปี 2570 เปิดจุดได้เปรียบต้นทุนขนส่งต่ำกว่าคู่แข่ง
นายสุธี เหลืองรัตนเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท เวล แมเนจเม้นท์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WELL ประกอบธุรกิจให้เช่าสินทรัพย์ ให้บริการงานทางด้าน IT Solutions และธุรกิจผลิตและขายเชื้อเพลิงแข็งจากสิ่งปฏิกูล เปิดเผยกับ“ทันหุ้น” ว่า จากสถานการณ์ที่ราคาพลังงานแพงขึ้น ส่งผลบวกให้ธุรกิจของบริษัทได้รับประโยชน์จากการที่ต้นทุนพลังงานประเภทอื่น เช่น น้ำมันที่ต้องขนส่งทางเรือหรือรถมีราคาสูงขึ้น ขณะที่โรงงานตั้งอยู่ในภาคกลางซึ่งอยู่ใกล้กับกลุ่มลูกค้า ทำให้มีต้นทุนการขนส่งที่ต่ำกว่าคู่แข่ง
นอกจากนี้เมื่อราคาถ่านหินและน้ำมันเตาสูงขึ้น ลูกค้าจึงหันมาใช้เชื้อเพลิงขยะ (RDF) มากขึ้น เนื่องจากเป็นตัวเลือกที่ราคาถูกกว่าในขณะที่ให้ค่าความร้อนเท่ากัน โดยค่าความร้อนของเชื้อเพลิง RDF อยู่ที่ประมาณ4,000 กว่ากิโลแคลอรีต่อกิโลกรัม ซึ่งใกล้เคียงกับถ่านหิน
@ผลงานโตเด่น
ดังนั้นลูกค้าเดิมที่ใช้เชื้อเพลิงขยะร่วมกับถ่านหินในสัดส่วนเพียง20-30% ซึ่งเมื่อราคาถ่านหินสูงขึ้น เชื้อเพลิงRDF จะกลายเป็นตัวเลือกหลักที่ได้รับความสนใจมากขึ้น โดยลูกค้าส่วนใหญ่เป็นกลุ่มธุรกิจที่ใช้หม้อไอน้ำ (Boiler) ที่ต้องการความร้อน เช่น โรงปูนหรืออุตสาหกรรมหนัก จากเดิมเคยใช้ถ่านหินหรือน้ำมันเตาเป็นหลัก
จึงส่งผลให้ความต้องการใช้เชื้อเพลิง RDF เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน และมีผู้ติดต่อสอบถามเข้ามามากขึ้น นอกเหนือจากเรื่องราคาแล้วลูกค้ายังได้รับประโยชน์ในแง่ของภาพลักษณ์ธุรกิจสีเขียวเพราะเป็นการใช้เชื้อเพลิงหมุนเวียนจากขยะ ทำให้แนวโน้มผลประกอบการในไตรมาส 1/2569 จะเติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา
@รับงานประกอบรถใหม่
ทั้งนี้บริษัทประกอบธุรกิจเชื้อเพลิง RDF ทั้งส่วนที่เป็น RDF2 และ RDF3 ซึ่งเป็นธุรกิจที่สร้างรายได้อย่างสม่ำเสมอ โดยปัจจุบันโรงงานมีกำลังการผลิตรวมกันประมาณ320 ตันต่อวัน ซึ่งมีแผนขยายเป็น 400 ตันต่อวัน ในปี 2569 และเพิ่มเป็น 800 ตันต่อวัน ภายในปี 2570 โดยกลุ่มลูกค้าหลักประกอบด้วยกลุ่มโรงปูนและโรงไฟฟ้าพลังงานขยะ
โดยบริษัทตั้งเป้าขยายตลาดไปยังโรงงานที่มีการใช้หม้อไอน้ำ (Boiler) กว่า50,000 แห่งในประเทศ ที่ต้องการลดต้นทุนพลังงานและต้องการคาร์บอนเครดิตสำหรับการส่งออกตามมาตรการ CBAM ถือเป็นโอกาสมหาศาลที่บริษัทยังสามารถขยายฐานลูกค้าได้มากขึ้น
อย่างไรก็ดีในส่วนด้านธุรกิจขนส่งและโลจิสติกส์ บริษัทได้รับงานใหม่ในส่วนของการประกอบรถยนต์แล้วประมาณ 3 โครงการ คิดเป็นมูลค่ารวมประมาณ 88.8 – 90 ล้านบาท ซึ่งได้มีการเซ็นสัญญาเรียบร้อยแล้ว