‘ศุภจี–ชาบีดา’ ร่วมเปิด Thailand Pavilion ในเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ ดันหนังไทย–คอนเทนต์ไทยสู่เวทีโลก
‘ศุภจี–ชาบีดา’ ร่วมเปิด Thailand Pavilion ในเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ ดันหนังไทย–คอนเทนต์ไทยสู่เวทีโลก แสดงความยินดี ‘9 Temples to Heaven’ และ ‘What do you seek in the dark?’ ได้รับคัดเลือกเข้าฉายในงาน
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดคูหาประชาสัมพันธ์อุตสาหกรรมภาพยนตร์และวีดิทัศน์ ในนามประเทศไทย (Thailand Pavilion) ในงานเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ ครั้งที่ 79 ณ หมู่บ้านนานาชาติ เมืองคานส์ สาธารณรัฐฝรั่งเศส โดยมี นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เข้าร่วม
นางศุภจี กล่าวในพิธีเปิดว่า อุตสาหกรรมภาพยนตร์ และวีดิทัศน์ของไทย เป็นอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ที่มีศักยภาพสูง สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ สร้างรายได้ และส่งเสริมการจ้างงาน เชื่อมโยงสู่อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ ภาพยนตร์ยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการเผยแพร่อัตลักษณ์ วัฒนธรรม และภาพลักษณ์ สร้างเครือข่าย และขยายตลาดในระดับสากล
การเข้าร่วมเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ถือเป็นก้าวสำคัญในการผลักดันอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง สร้างความเชื่อมั่นให้กับพันธมิตรต่างประเทศ และเพิ่มโอกาสให้ผลงานไทยได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติอย่างต่อเนื่อง
ความร่วมมือของภาครัฐ รวมถึงหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และผู้ประกอบการ ที่ร่วมกันผลักดันให้อุตสาหกรรมภาพยนตร์ และวีดิทัศน์ไทยมีบทบาทบนเวทีระดับโลก เป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างโอกาสใหม่ให้กับผู้ประกอบการไทย และช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของประเทศให้เติบโต
นางสาวซาบีดา กล่าวว่า กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) กำหนดยุทธศาสตร์ผลักดันอุตสาหกรรมคอนเทนต์วัฒนธรรมไทยสู่เวทีโลก ภายใต้แนวคิด “Content Thailand” ผ่านความร่วมมือระหว่างภาครัฐ และเอกชน พัฒนาผลงานคุณภาพ และผลักดันอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยสู่เวทีนานาชาติ
ในโอกาสนี้ รมว.วธ. แสดงความยินดีกับภาพยนตร์เรื่อง “9 Temples to Heaven” (9 วัดสู่สวรรค์) และ “What do you seek in the dark?” (หาอะไร?) ซึ่งได้รับคัดเลือกให้เข้าฉายในเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ ครั้งที่ 79 โดย “9 Temples to Heaven” ได้รับคัดเลือกในสาย Directors’ Fortnight และ “What Do You Seek in the Dark?” ได้รับคัดเลือกในสาย Critics’ Week
นอกจากนี้ ประเทศไทยยังจัดกิจกรรม Thai Pitch นำโครงการภาพยนตร์ที่ผ่านการคัดเลือก 3 โครงการ มานำเสนอแนวคิด และศักยภาพของผลงานต่อนักลงทุน ผู้ร่วมผลิต และผู้ที่สนใจจากนานาประเทศ โดยมีผู้กำกับและผู้สร้างภาพยนตร์ร่วมแลกเปลี่ยน และต่อยอดความร่วมมือ
นอกจากนี้ ยังจัดกิจกรรมร่วมกับสื่อชั้นนำในอุตสาหกรรมภาพยนตร์และบันเทิงระดับโลก “Deadline" ภายใต้ชื่อ “Thai Cinema Global Showcase 2026” นำเสนอภาพยนตร์ไทยที่มีความโดดเด่น 5 เรื่อง นำตัวแทน 5 บริษัท ร่วมพูดคุยเพื่อขยายโอกาสสู่ตลาดนานาชาติ และนำผู้ประกอบการไทย 15 บริษัท เข้าร่วมตลาดภาพยนตร์ เพื่อจัดแสดงผลงานและเจรจาธุรกิจในระดับนานาชาติ
รมว.วธ. ยังกล่าวอีกว่า ประเทศไทยได้ประกาศมาตรการส่งเสริมการจ้างผลิตดิจิทัลคอนเทนต์จากต่างประเทศ โดยบริษัทต่างชาติที่ว่าจ้างผู้ผลิตดิจิทัลคอนเทนต์ของไทยที่มีมูลค่าสัญญาขั้นต่ำต่อโครงการ ตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไป จะได้รับการสนับสนุนในรูปแบบเงินคืน สูงสุด 20%