โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

BJC ไตรมาส 1/2569 กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัท 1,057 ล้านบาท ลดลง 3.1%

ทันหุ้น

อัพเดต 13 พ.ค. เวลา 10.31 น. • เผยแพร่ 13 พ.ค. เวลา 10.31 น.

#ทันหุ้น #Thailand #ลงทุน #SET #BJC ไตรมาส 1/2569 กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัท 1,057 ล้านบาท ลดลง 3.1%

บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) BJC รายงานกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทไตรมาส 1/2569 อยู่ที่ 1,057 ล้านบาท ลดลง 3.1% YoY และ 18.2% QoQ แม้เผชิญแรงกดดันจากกำลังซื้อที่ยังเปราะบาง โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้า Non-Food รวมถึงค่าใช้จ่ายพิเศษจากการปรับโครงสร้างสาขา อย่างไรก็ตาม บริษัทสามารถรักษาเสถียรภาพของผลการดำเนินงานได้ จากการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ การปรับโครงสร้างผลิตภัณฑ์ (Product Mix Optimization) และการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตต่อเนื่อง

รายได้รวมไตรมาส 1/2569 อยู่ที่ 41,936 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.8% YoY แต่ลดลง 2.7% QoQ ขณะที่รายได้จากการขายและการให้บริการอยู่ที่ 38,191 ล้านบาท ลดลง 0.8% YoY และ 4.4% QoQ โดยได้รับแรงกดดันจากธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภคและค้าปลีกสมัยใหม่ ซึ่งยังได้รับผลกระทบจากกำลังซื้อสินค้า Non-Food ที่ฟื้นตัวช้า

อย่างไรก็ตาม ธุรกิจบรรจุภัณฑ์และธุรกิจเวชภัณฑ์และเทคนิคยังเติบโตแข็งแกร่ง โดยรายได้กลุ่มบรรจุภัณฑ์เพิ่มขึ้น 14.5% YoY อยู่ที่ 6,527 ล้านบาท ขณะที่กลุ่มเวชภัณฑ์และเทคนิคเพิ่มขึ้น 6.0% YoY อยู่ที่ 2,247 ล้านบาท ซึ่งช่วยชดเชยการชะลอตัวของธุรกิจอื่นได้บางส่วน

ด้านธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่ ซึ่งเป็นสัดส่วนรายได้หลักของบริษัท มีรายได้ 24,436 ล้านบาท ลดลง 4.1% YoY และ 5.8% QoQ ตามภาวะกำลังซื้อที่อ่อนตัว

รายได้อื่นเพิ่มขึ้น 17.1% YoY มาอยู่ที่ 3,640 ล้านบาท จากกำไรพิเศษจากการเข้าซื้อธุรกิจบรรจุภัณฑ์แก้วในต่างประเทศของ BJC-OI ในราคาต่ำกว่ามูลค่ายุติธรรม (Bargain Purchase) ขณะที่บริษัทมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนสุทธิ 105 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากปีก่อน

กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 7,936 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.2% YoY แม้ลดลง 6.2% QoQ โดยอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ปรับเพิ่มขึ้นเป็น 20.8% จาก 20.4% ในไตรมาส 1/2568 หรือเพิ่มขึ้น 42 bps จากการปรับ Product Mix ไปสู่สินค้ามาร์จิ้นสูง การใช้กลยุทธ์ Product Premiumization และการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและบริหารต้นทุนในโรงงานอย่างต่อเนื่อง

การฟื้นตัวของอัตรากำไรเห็นได้ชัดในกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค กลุ่มเวชภัณฑ์และเทคนิค รวมถึงธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่ ซึ่งช่วยลดแรงกดดันจากภาวะบริโภคที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่

ด้านค่าใช้จ่ายรวมอยู่ที่ 40,308 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.1% YoY จากค่าใช้จ่ายพิเศษที่เกี่ยวข้องกับการเข้าซื้อกิจการ BJC-OI และค่าใช้จ่ายจากการปรับโครงสร้างสาขาในธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่ ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 48.6% YoY มาอยู่ที่ 2,203 ล้านบาท

กำไรก่อนดอกเบี้ยและภาษี (EBIT) อยู่ที่ 2,960 ล้านบาท ลดลง 3.6% YoY และ 12.8% QoQ ขณะที่ EBITDA Margin และความสามารถในการทำกำไรยังอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ดี

หากไม่รวมรายการพิเศษหลังภาษี บริษัทจะมีกำไรสุทธิสำหรับผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 1,180 ล้านบาท ลดลง 6.9% YoY และ 12.7% QoQ สะท้อนความแข็งแกร่งของโครงสร้างธุรกิจที่มีความหลากหลายและสามารถรองรับความผันผวนของตลาดได้

ด้านฐานะการเงิน บริษัทยังคงรักษาระดับหนี้สินสุทธิต่อทุน (Net Interest-Bearing Debt to Equity) ไว้ที่ 1.1 เท่า ทรงตัวจากปีก่อน สะท้อนสถานะการเงินที่ยังแข็งแกร่ง แม้มีการลงทุนและขยายธุรกิจต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...