โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นัตตี้ Kiss of life เล่าชีวิตก่อน-หลัง เป็นไอดอลไม่ง่าย เทรนนี่ 10 ปี เปลี่ยนค่ายกว่า 3 ครั้ง

Khaosod

อัพเดต 25 เม.ย. เวลา 10.25 น. • เผยแพร่ 25 เม.ย. เวลา 10.25 น.

นัตตี้ เล่าชีวิตก่อน-หลัง เป็นไอดอลไม่ง่าย เทรนนี่10 ปี เปลี่ยนค่ายกว่า 3 ครั้ง ถึงได้เดบิวต์มาเป็นKiss of life

บนเวทีอาจเห็นความเปล่งประกายแต่เบื้องหลังไม่ได้ง่ายแบบที่หลายคนคิด“นัตตี้-อาณัชญา สุพุทธิพงศ์ หรือ นัตตี้ KISS OF LIFE” เปิดใจผ่านรายการWoody Talk จากเด็กไทยวัย 10 ขวบ สู่การเป็นเด็กฝึกในเกาหลีนานถึง 10 ปี ยอมรับชีวิตไอดอลไม่ง่าย ต้องผ่านทั้งการย้ายค่าย ตกรอบ และคำถามซ้ำๆว่านี่ใช่ทางของเราจริงไหม?

ก่อนจะพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่ามีอยู่จริง กับการได้เป็นตัวเอง 100% บนเวทีในฐานะสมาชิกวง Kiss of Life พร้อมเผยเรื่องที่หลายคนอาจไม่เคยรู้ว่าแรงบันดาลใจแรกของการเป็นศิลปินคือ บี้ สุกฤษฎิ์

ภาษาเกาหลีตอนนี้มันมีคำพิเศษที่เขาใช้คำฮิตกันมากช่วงนี้ไหม? "ภาษาเกาหลีเวลาหนูชอบคุยกับเพื่อนแบบNo jaem อย่างวันนี้สนุกไหมคะ? ก็ตอบว่าNo jaem"

เข้ามาในวงการ10 ปีครั้งแรกที่รู้สึกว่าชอบมากเลยการเต้นการร้องจำได้ไหม? "ตอนนั้นตั้งแต่ตอนหนูอยู่ที่ไทยน่าจะ6-7 ขวบแล้วหนูไปที่เกาหลีตอน10 ขวบแล้วก็เป็นเทรนนี่เป็น10 ปีแล้วหลังจากนั้นเพิ่งเดบิวต์มาได้3 ปีเพราะว่าเป็นเด็กมากๆน่าจะสนุกดีเพราะว่าแบบเราไม่รู้ว่าtrainee system มันเป็นยังไงก็คือแบบเขาบอกว่ามันเป็นwork shop คนที่ชอบเต้นชอบร้องมารวมกันแล้วก็แบบมาเต้นมาร้องด้วยกันOh, it look fun แล้วเราไปปุ๊บไม่รู้เลยว่าเราจะร้องกับเต้นแบบเทรนมา10 ปีขนาดนี้แล้วมันไม่ได้ง่ายแบบที่เราคิดเลย

ตอนนี้เราต้องเปลี่ยนmindset แล้วว่ามันไม่ใช่แบบเล่นๆเพราะว่าคนที่เดบิวต์คนที่เป็นเทรนนี่มีเยอะมากๆตอนนั้น50 คนเป็นเด็กเทรนแล้วเราแบบกินอยู่ด้วยกันร้องเพลงเต้นด้วยกันแต่ว่ามันไม่ได้สามารถที่จะเดบิวต์ได้ทุกๆคนบางคนก็ต้องออกไปแบบไม่มีความสามารถพอหรือว่าคนที่แบบgift off แต่ว่าสำหรับหนูก็คือเราอยากลองถึงที่สุดเพราะว่าเรามาถึงจุดนี้แล้วมาที่เกาหลีขนาดนี้แล้วต้องมีผลตอบรับมาก่อนที่เราจะหยุดเอาให้มันสุดก่อน"

เคยมีวันไหนไหมที่รู้สึกยากจังเลย? "มีค่ะเพราะว่าหนูเปลี่ยนค่ายมาประมาณ3-4 ค่ายแล้วเวลาเราย้ายค่ายเวลาเราตกรอบของออดิชั่นหนูก็รู้สึกว่ามันไม่ใช่ทางของเราหรือเปล่าหรือว่าเราต้องหยุดตรงนี้หรือเปล่าแต่ว่าสุดท้ายแล้วหนูก็ทำมาถึง10 ปีแล้วก็ได้เดบิวต์มาเป็นKiss of life"

ครอบครัวภูมิใจขนาดไหน? "ภูมิใจมากเพราะว่าคุณพ่อคุณแม่ก็เคยถาม หนูเหนื่อยก็กลับมาบ้านได้ตอนที่เรา10 ปีแล้วแต่ยังไม่ได้เดบิวต์อีกเลยเขาก็บอกถ้าหนูเหนื่อยกลับมาก็ได้นะแต่พอปะป๊ามะม๊าพูดคำนั้นออกมาI don't wanna to go home anymore เพราะว่า10 ปีทุ่มเทมาขนาดนี้แล้วเราไม่สามารถที่จะหยุดตรงนี้ได้"

อะไรคือประโยคที่บอกกับตัวเองเสมอให้ตัวเองเดินหน้าต่อได้ทุกวัน? "หนูคิดว่ามันจะต้องมีวันของเราคิดคำนี้ตลอดว่ามันจะต้องมีวันหนึ่งที่ทุกคนเขารู้ว่านัตตี้สามารถที่จะขึ้นมาได้ฮาร์ดขึ้นมาได้เพราะว่าเราเหมือนกับเราไม่ได้โชว์แบบ100% ว่าเราเป็นคนยังไงเราชอบเพลงแบบไหนเราสามารถperformance ได้ขนาดไหนเราไม่เคยโชว์ให้เขาได้ดูแบบ100% ก่อนหน้านี้แต่พอคิดมาเลยว่าKiss of Life มันเป็นโอกาสสุดท้ายพอเราคิดมากขนาดนั้นแล้วหนูคิดว่าทุกคนเขาเห็นว่าโอเคนัตตี้มาแล้วก็เลยรู้สึกภูมิใจ"

รู้สึกเบาที่สุดไหมในชีวิต10 ปีที่ผ่านมารู้สึกว่าToday ที่อยู่ในKiss of Life มันYou feel happy in your body หรือยังตอนนี้? "ใช่ค่ะตอนนี้รู้สึกว่าDo everything I want on stage"

ไม่ค่อยได้มีโอกาสให้สัมภาษณ์เป็นภาษาไทยเลยใช่ไหม? "ไม่ค่อยได้ใช้เลยภาษาไทยเลยนอกจากที่จะโทรคุยกับคุณพ่อคุณแม่ช่วงนี้ไม่มีเวลานอนด้วยซ้ำก็เลยคือไม่ได้พูดภาษาไทยเลย"

พูดถึงเรื่องของประเทศเกาหลีมีวิธีในการExpress ตัวตนจะมีMbti เล่าให้ฟังหน่อยว่าทำไมเขาถึงอินกับเรื่องนี้แล้วของนัตตี้เป็นแบบไหน? "Mbti อยู่ดีๆที่เกาหลีแบบฮิตขึ้นมามากนัตตี้ก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันมาจากไหนปกติที่ไทยเขาถามว่ากรุ๊ปเลือดอะไรแต่เดี๋ยวนี้ที่เกาหลีเขาถามว่าMbti เป็นอะไรWhat is Mbti

แล้วหลังจากนั้นเราก็แบบงั้นหนูต้องแบบตรวจมาจากไหนแต่เขาสามารถตรวจในแบบแอปอะไรพวกนี้ได้แล้วสรุปมาก็คือINFP แต่ว่าคนอื่นเขาจะคิดว่าหนูเป็นE(extrovert) แต่ว่าจริงๆแล้วคือปกติจะเป็นI (introvert)"

สถานการณ์เวลาที่เราเจอคนเยอะๆถ้าเราไม่จำเป็นต้องเป็นตัวเราเองสมมุติเป็นห้องธรรมดาแล้วเป็นเด็กคนหนึ่งเป็นINFP What would you do ? "ห้องที่ไม่รู้จักใครเหรอ(หัวเราะ) น่าจะกลับบ้านเพราะว่าหนูชอบอยู่คนที่เรารู้สึกcomfortable ด้วยหรือว่าถ้าจะอยากสนิทก็คือจะดูว่าคนไหนที่เราน่าจะสนิทได้ด้วยก็จะไปหาเขาช้าๆประมาณนี้"

ได้มีโอกาสConnect กับแฟนบ้างไหมทำยังไงบ้าง? "ที่เกาหลีตอนนี้เขามีแอปที่สามารถคุยกับแฟนๆได้เหมือนกับเราคุยใลน์กันคนที่สมัครมาในBubble หนูสามารถคุยว่าวันนี้เรากินอันนี้ๆแล้วก็ส่งรูปให้เขาดูได้ด้วยมันมีแอปพวกนั้นหนูก็ทักไปเกือบทุกวันเพราะว่าหนูชอบแฟนๆเวลาเขาทักอะไรมาหรือบอกว่าวันนี้เขากินอะไรเขาคิดถึง

แล้วก็รู้สึกดีถ้ามีเวลาเราก็จะไปคุยกับเขาเขาซัพพอร์ตหนูตลอดไม่ว่าเราจะเก่งหรือว่าไม่เก่งหรือว่าเราสวยหรือไม่สวยวันไหนที่เราอ้วนหรือเปล่าแต่เขาก็บอกว่าNo you สวยมากเขาแค่กำลังใจเราตลอดมี kissy ไทยที่Bubble มาหาหนูด้วยบอกว่าวันนี้พี่กินอะไรดีเราก็ตอบไปว่าอยากกินผัดกะเพราหมูสับกินแทนหน่อยอะไรอย่างงี้ค่ะ"

เมนูโปรดคืออะไร? "ทุกอย่างเลยผัดกะเพราหมูสับผักบุ้งหมูกรอบ"

street food ไทยทานไหม? "ทานค่ะหนูว่าstreet food ไทยอร่อยกว่าร้านอาหารบางทีนะ"

เวลากลับมาเมืองไทยได้ไปเที่ยวที่ไหนบ้างไหม? "ไม่ได้มาเที่ยวที่ไทยเลยแต่ว่าครั้งก่อนที่จะเตรียมตัวคัมแบคครั้งนี้ได้หยุดหนูได้หยุดประมาณเดือนหนึ่งก็เลยมาไทย2 อาทิตย์ไปพัทยาแล้วก็เล่นน้ำแล้วก็พักแล้วก็กินอาหารอร่อยๆแล้วก็กลับไปที่เกาหลีไปเตรียมตัวอีกรอบหนึ่งแล้วก็ชอบห้างที่ไทยมันดีมีทุกอย่างมีร้านอาหารมีคนเยอะด้วยแต่ว่าที่เกาหลีเขาไม่ค่อยได้ชอบไปห้างแต่ว่าคนไทยปกติไปไหนไปห้างกันอะไรอย่างงี้"

อยากให้แนะนำวงKiss of Life อย่างเป็นทางการเป็นภาษาไทย? "Kiss of life มี4 คนมีนัตตี้มีจูลี่มีเบลแล้วก็มีฮานึลคนเกาหลีก็จะมีฮานึลเบลแล้วก็จูลี่แต่ว่าจูลี่เขามาจากฮาวายแล้วก็เบลเกิดจากSeattle ด้วยก็มี4 คนแล้วก็วงเราก็จะเป็นแนวเพลงเป็นR&B ฮิปฮอปแล้วก็สไตล์y2K, pop star, hot girl แล้วทุกคนในวงก็เหมือนเขาจะเป็นคนที่แบบฟรีๆไม่ได้เป็นแบบStrict ทุกคนก็ชอบแนวเพลงฮอตๆเพลงพวกเราก็จะเป็นเพลงแบบHot แต่ละคนก็ไม่เหมือนกันและหนูเป็นmain dancer แล้วก็เป็นall Allrounder"

INFP ใช่เลยคือทำได้หลายอย่างต้องทำทุกอย่างมีอะไรที่เวลาเราPerformance แล้วบอกว่าNaty that's your job มีไหม? "ก็something ที่ต้องเต้นแรงๆหรืออะไรอย่างงี้นัตตี้อยู่Center เลยหนูก็อยากมีพาร์ทที่สวยๆเหมือนแบบคนอื่นบ้างแต่ของหนูไม่สวยเลยต้องเต็ม100-200%"

มีอะไรที่รู้สึกแบบตื่นเต้นทุกครั้งที่ทำ? "ตื่นเต้นทุกครั้งที่ทำเวทีที่คนเยอะแฟนคลับเราเต็มstudio แล้วหนูชอบตอนคอนเสิร์ตก็จะ200% เพราะว่าปกติเวลาที่จะไปmusic show เราต้องหากล้องว่าต้องตรงนี้ต้องมองกล้องนี้ตรงนี้ต้องมองกล้องนั้นแต่ว่าเวลาเราทำคอนเสิร์ตก็คือไม่ต้องมองกล้องเราสามารถแบบทำwhatever I want"

ตอนเดินขึ้นไปหลังเวทีแล้วได้ยินเสียงกรี๊ดfeeling ความรู้สึกมันเป็นยังไง? "เหมือนจะต้องเอานัตตี้อีกคนหนึ่งออกมาคือตอนนี้เราคือI am not feel Natty แต่ก่อนที่เราจะขึ้นเวทีก็คือโอเคNatty, come เหมือนกับเราจะเปลี่ยนเป็นmindset เป็นอีกคนหนึ่งก่อนขึ้นเวทีพลังคือเต็มสุดคือเหมือนไฟในตัวของเราจะขึ้นมาตอนเวลาเราจะขึ้นเวทีเท่านั้น"

แล้วพอลงมาจากเวทีมันต้องcool ต้องshut off หรืออะไรยังไงไหม? "ก่อนขึ้นก็คือทุกคนต้องstretching แล้วก็สำหรับนัตตี้คือเราต้องการเวลาของตัวเองทำสมาธิแบบประมาณ3-5 นาทีคือไม่อยากให้คนเข้ามาใกล้ตัวเราต้องconcentrate ตัวเองแล้วหลังจากนั้นถ้าเสร็จเวทีก็คือนั่งเลยต้องยืนอยู่ประมาณ1-2 ชั่วโมงแล้วเต้นตลอดไม่หยุด"

เคยเมื่อยไหมเคยมีตะคริวกินไหม? "เมื่อยมีค่ะก็คือเราก็ทำต่อไปตะคริวมาก็เต้นเต้นเสร็จปุ๊บแล้วหลังจากเสร็จเวทีเราเพิ่งรู้ว่าเมื่อกี้เหมือนตะคริวมาหรือเปล่าแล้วเวลาอยู่บนเวทีเราเป็นคนที่ต้องเพอร์เฟคทุกอย่าง ไม่สามารถที่จะหลุดได้ก็เลยน่าจะไม่รู้"

ความเป็นperfectionist ดีมากเพราะว่าทำให้เรามาถึงวันนี้แต่เมื่อมันไม่เป็นอย่างใจเราจะต้องบอกตัวเองยังไงเพื่อให้มันไปต่อได้? "ถ้าจะผิดหวังหรืออะไรเราก็ทำดีแล้วเราทำ100% ไปแล้วIt's okay. เพราะว่าถ้าเราเครียดกับตรงนั้นมากๆคือมันจะ deep เข้าไปเรื่อยๆเวลาที่เราdeep เกินไปมันทำให้ไม่healthy สำหรับตัวของเราเองก็จะคิดว่าit's okay ครั้งหน้าทำใหม่ได้"

ให้กำลังใจตัวเองยังไง?"เราจะคุยว่าทำไมเราถึงstressful ทำไมเครียดมากก็จะหาคำตอบของตัวเองงั้นเราแก้ไขตรงนี้สามารถแก้ไขตรงไหนได้บ้างแล้วก็แก้ไขตรงนั้นแล้วถ้ามันจะstressful เกินไปก็คือไม่อยากจะคิดอะไรเลย"

ทราบมาว่าคุณชอบบี้สุกฤษฎิ์ใช่ไหมเป็นแฟนคลับติดตามเพราะอะไร? "ตอนเด็กๆชอบพี่บี้มากดูมิวสิควิดีโอแล้วก็เต้นตามเขาร้องได้เต้นได้เพลงจังหวะหัวใจแต่ยังไม่เคยเจอพี่บี้เขาร้องได้เต้นได้แล้วมันshine หนูมากเราดูแล้วอยากเต้นได้ร้องได้แบบเขาแล้วหลังจากนั้นเราก็ลองเสิร์ชหาartist คนอื่นแล้วเราก็ไปเจอBeyonce Oh my god my idol วันข้างหน้าถ้าเราโตไปจะขึ้นเวทีแล้วก็เต้นเหมือนกับBeyonce ให้ได้"

ถ้าพี่บี้ดูอยู่มีอะไรจะบอกเพราะว่าเขาinspire มาก? "ขอบคุณมากๆนะคะอายอ่ะ(หัวเราะ) เป็นนักร้องไทยคนแรกที่นัตตี้รู้จักแล้วก็เหมือนกับให้ความฝันของนัตตี้ตอนเด็กๆขอบคุณค่ะ"

ตอนที่เพลงsugar coat เป็นviral นั่นคือช่วงเวลาที่โลกยอมรับตัวตนที่แท้จริงของตัวเราไหมตอนนั้น? "เพราะว่าsugar coat คือเป็นเพลงแรกก่อนที่kiss of life จะออกมาก่อนหน้านี้นัตตี้เคยเดบิวต์มาแล้วรอบหนึ่งเป็นโซโล่แต่ว่าครั้งนั้นนัตตี้เป็นคอนเซปแบบcute ไม่ใช่ตัวนัตตี้100% เลยคือแบบtotally different นัตตี้ก็เลยเสียดายมากว่าทำไมไม่ได้โชว์ตัวของเรา100% นัตตี้เลยเตรียมเพลงsugar coat พอออกมาแล้วทุกคนชอบรู้สึกดีใจมากและเป็นเพลงที่ทำให้ชีวิตนัตตี้เปลี่ยน"

มีอย่างอื่นที่ชอบหรือสนใจอีกไหม?"หนูชอบแฟชั่นชอบmakeup ชอบทุกอย่างเวลาถ่ายรูปหรือถ่ายแมกกาซีนก็เป็นนัตตี้อีกคนหนึ่งไม่ใช่นัตตี้ที่บนเวทีที่เต้น200% เราเป็นได้ทุกอย่างคุณอยากให้หนูเป็นสไตล์แบบไหนเป็นมู้ดไหนสามารถเปลี่ยนตัวเองได้ทุกแบบแล้วก็ชอบตอนที่ถ่ายแมกกาซีนก็คือเราสามารถเป็นได้หลายคนวันนี้cute หรือว่าเซ็กซี่แล้วเวลาถ่ายออกมาก็คือเหมือนกับเราเป็นซุปเปอร์สตาร์"

ชอบแต่งหน้าเองไหม? "ชอบค่ะส่วนใหญ่เวลาแต่งหน้าใช้เวลากับmakeup ประมาณชั่วโมง-ชั่วโมงครึ่ง"

นอกจากการเป็นศิลปินเคยที่สนใจจะเป็นผู้ประกอบการบ้างไหม? "หนูอยากทำแบรนด์เสื้อผ้าของตัวเองเพิ่งเคยบอกหรือคุยเรื่องนี้ครั้งแรกเลยอยากจะทำเป็นConcept เหมือนcasual คนที่ชอบเต้นสามารถใส่ได้หรือใส่ออกกำลังกายใส่ได้"

มีอะไรอยากจะฝากบอกทุกคนไหม? "ตอนนี้นัตตี้ก็ปล่อยเพลงWho is she มาแล้วก็อยากให้ทุกคนฟังเวลาที่ต้องการconfident ฟังเพลงนี้ออกมาก็จะมีความconfidence ด้วยแล้วก็จะมีMini fan meeting ที่ไทยด้วยเดือน6 วันที่7 ค่ะ"

สามารถติดตาม WOODY TALK ได้ที่ช่องทาง Podcast : WOODY TALK , Facebook: Woody, Youtube: Woody เวลา 18.00น.

คลิกชมย้อนหลัง :https://www.youtube.com/watch?v=reNZ1WlMiDM

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : นัตตี้ Kiss of life เล่าชีวิตก่อน-หลัง เป็นไอดอลไม่ง่าย เทรนนี่ 10 ปี เปลี่ยนค่ายกว่า 3 ครั้ง

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...