นัตตี้ Kiss of life เล่าชีวิตก่อน-หลัง เป็นไอดอลไม่ง่าย เทรนนี่ 10 ปี เปลี่ยนค่ายกว่า 3 ครั้ง
นัตตี้ เล่าชีวิตก่อน-หลัง เป็นไอดอลไม่ง่าย เทรนนี่10 ปี เปลี่ยนค่ายกว่า 3 ครั้ง ถึงได้เดบิวต์มาเป็นKiss of life
บนเวทีอาจเห็นความเปล่งประกายแต่เบื้องหลังไม่ได้ง่ายแบบที่หลายคนคิด“นัตตี้-อาณัชญา สุพุทธิพงศ์ หรือ นัตตี้ KISS OF LIFE” เปิดใจผ่านรายการWoody Talk จากเด็กไทยวัย 10 ขวบ สู่การเป็นเด็กฝึกในเกาหลีนานถึง 10 ปี ยอมรับชีวิตไอดอลไม่ง่าย ต้องผ่านทั้งการย้ายค่าย ตกรอบ และคำถามซ้ำๆว่านี่ใช่ทางของเราจริงไหม?
ก่อนจะพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่ามีอยู่จริง กับการได้เป็นตัวเอง 100% บนเวทีในฐานะสมาชิกวง Kiss of Life พร้อมเผยเรื่องที่หลายคนอาจไม่เคยรู้ว่าแรงบันดาลใจแรกของการเป็นศิลปินคือ บี้ สุกฤษฎิ์
ภาษาเกาหลีตอนนี้มันมีคำพิเศษที่เขาใช้คำฮิตกันมากช่วงนี้ไหม? "ภาษาเกาหลีเวลาหนูชอบคุยกับเพื่อนแบบNo jaem อย่างวันนี้สนุกไหมคะ? ก็ตอบว่าNo jaem"
เข้ามาในวงการ10 ปีครั้งแรกที่รู้สึกว่าชอบมากเลยการเต้นการร้องจำได้ไหม? "ตอนนั้นตั้งแต่ตอนหนูอยู่ที่ไทยน่าจะ6-7 ขวบแล้วหนูไปที่เกาหลีตอน10 ขวบแล้วก็เป็นเทรนนี่เป็น10 ปีแล้วหลังจากนั้นเพิ่งเดบิวต์มาได้3 ปีเพราะว่าเป็นเด็กมากๆน่าจะสนุกดีเพราะว่าแบบเราไม่รู้ว่าtrainee system มันเป็นยังไงก็คือแบบเขาบอกว่ามันเป็นwork shop คนที่ชอบเต้นชอบร้องมารวมกันแล้วก็แบบมาเต้นมาร้องด้วยกันOh, it look fun แล้วเราไปปุ๊บไม่รู้เลยว่าเราจะร้องกับเต้นแบบเทรนมา10 ปีขนาดนี้แล้วมันไม่ได้ง่ายแบบที่เราคิดเลย
ตอนนี้เราต้องเปลี่ยนmindset แล้วว่ามันไม่ใช่แบบเล่นๆเพราะว่าคนที่เดบิวต์คนที่เป็นเทรนนี่มีเยอะมากๆตอนนั้น50 คนเป็นเด็กเทรนแล้วเราแบบกินอยู่ด้วยกันร้องเพลงเต้นด้วยกันแต่ว่ามันไม่ได้สามารถที่จะเดบิวต์ได้ทุกๆคนบางคนก็ต้องออกไปแบบไม่มีความสามารถพอหรือว่าคนที่แบบgift off แต่ว่าสำหรับหนูก็คือเราอยากลองถึงที่สุดเพราะว่าเรามาถึงจุดนี้แล้วมาที่เกาหลีขนาดนี้แล้วต้องมีผลตอบรับมาก่อนที่เราจะหยุดเอาให้มันสุดก่อน"
เคยมีวันไหนไหมที่รู้สึกยากจังเลย? "มีค่ะเพราะว่าหนูเปลี่ยนค่ายมาประมาณ3-4 ค่ายแล้วเวลาเราย้ายค่ายเวลาเราตกรอบของออดิชั่นหนูก็รู้สึกว่ามันไม่ใช่ทางของเราหรือเปล่าหรือว่าเราต้องหยุดตรงนี้หรือเปล่าแต่ว่าสุดท้ายแล้วหนูก็ทำมาถึง10 ปีแล้วก็ได้เดบิวต์มาเป็นKiss of life"
ครอบครัวภูมิใจขนาดไหน? "ภูมิใจมากเพราะว่าคุณพ่อคุณแม่ก็เคยถาม หนูเหนื่อยก็กลับมาบ้านได้ตอนที่เรา10 ปีแล้วแต่ยังไม่ได้เดบิวต์อีกเลยเขาก็บอกถ้าหนูเหนื่อยกลับมาก็ได้นะแต่พอปะป๊ามะม๊าพูดคำนั้นออกมาI don't wanna to go home anymore เพราะว่า10 ปีทุ่มเทมาขนาดนี้แล้วเราไม่สามารถที่จะหยุดตรงนี้ได้"
อะไรคือประโยคที่บอกกับตัวเองเสมอให้ตัวเองเดินหน้าต่อได้ทุกวัน? "หนูคิดว่ามันจะต้องมีวันของเราคิดคำนี้ตลอดว่ามันจะต้องมีวันหนึ่งที่ทุกคนเขารู้ว่านัตตี้สามารถที่จะขึ้นมาได้ฮาร์ดขึ้นมาได้เพราะว่าเราเหมือนกับเราไม่ได้โชว์แบบ100% ว่าเราเป็นคนยังไงเราชอบเพลงแบบไหนเราสามารถperformance ได้ขนาดไหนเราไม่เคยโชว์ให้เขาได้ดูแบบ100% ก่อนหน้านี้แต่พอคิดมาเลยว่าKiss of Life มันเป็นโอกาสสุดท้ายพอเราคิดมากขนาดนั้นแล้วหนูคิดว่าทุกคนเขาเห็นว่าโอเคนัตตี้มาแล้วก็เลยรู้สึกภูมิใจ"
รู้สึกเบาที่สุดไหมในชีวิต10 ปีที่ผ่านมารู้สึกว่าToday ที่อยู่ในKiss of Life มันYou feel happy in your body หรือยังตอนนี้? "ใช่ค่ะตอนนี้รู้สึกว่าDo everything I want on stage"
ไม่ค่อยได้มีโอกาสให้สัมภาษณ์เป็นภาษาไทยเลยใช่ไหม? "ไม่ค่อยได้ใช้เลยภาษาไทยเลยนอกจากที่จะโทรคุยกับคุณพ่อคุณแม่ช่วงนี้ไม่มีเวลานอนด้วยซ้ำก็เลยคือไม่ได้พูดภาษาไทยเลย"
พูดถึงเรื่องของประเทศเกาหลีมีวิธีในการExpress ตัวตนจะมีMbti เล่าให้ฟังหน่อยว่าทำไมเขาถึงอินกับเรื่องนี้แล้วของนัตตี้เป็นแบบไหน? "Mbti อยู่ดีๆที่เกาหลีแบบฮิตขึ้นมามากนัตตี้ก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันมาจากไหนปกติที่ไทยเขาถามว่ากรุ๊ปเลือดอะไรแต่เดี๋ยวนี้ที่เกาหลีเขาถามว่าMbti เป็นอะไรWhat is Mbti
แล้วหลังจากนั้นเราก็แบบงั้นหนูต้องแบบตรวจมาจากไหนแต่เขาสามารถตรวจในแบบแอปอะไรพวกนี้ได้แล้วสรุปมาก็คือINFP แต่ว่าคนอื่นเขาจะคิดว่าหนูเป็นE(extrovert) แต่ว่าจริงๆแล้วคือปกติจะเป็นI (introvert)"
สถานการณ์เวลาที่เราเจอคนเยอะๆถ้าเราไม่จำเป็นต้องเป็นตัวเราเองสมมุติเป็นห้องธรรมดาแล้วเป็นเด็กคนหนึ่งเป็นINFP What would you do ? "ห้องที่ไม่รู้จักใครเหรอ(หัวเราะ) น่าจะกลับบ้านเพราะว่าหนูชอบอยู่คนที่เรารู้สึกcomfortable ด้วยหรือว่าถ้าจะอยากสนิทก็คือจะดูว่าคนไหนที่เราน่าจะสนิทได้ด้วยก็จะไปหาเขาช้าๆประมาณนี้"
ได้มีโอกาสConnect กับแฟนๆบ้างไหมทำยังไงบ้าง? "ที่เกาหลีตอนนี้เขามีแอปที่สามารถคุยกับแฟนๆได้เหมือนกับเราคุยใลน์กันคนที่สมัครมาในBubble หนูสามารถคุยว่าวันนี้เรากินอันนี้ๆแล้วก็ส่งรูปให้เขาดูได้ด้วยมันมีแอปพวกนั้นหนูก็ทักไปเกือบทุกวันเพราะว่าหนูชอบแฟนๆเวลาเขาทักอะไรมาหรือบอกว่าวันนี้เขากินอะไรเขาคิดถึง
แล้วก็รู้สึกดีถ้ามีเวลาเราก็จะไปคุยกับเขาเขาซัพพอร์ตหนูตลอดไม่ว่าเราจะเก่งหรือว่าไม่เก่งหรือว่าเราสวยหรือไม่สวยวันไหนที่เราอ้วนหรือเปล่าแต่เขาก็บอกว่าNo you สวยมากเขาแค่กำลังใจเราตลอดมี kissy ไทยที่Bubble มาหาหนูด้วยบอกว่าวันนี้พี่กินอะไรดีเราก็ตอบไปว่าอยากกินผัดกะเพราหมูสับกินแทนหน่อยอะไรอย่างงี้ค่ะ"
เมนูโปรดคืออะไร? "ทุกอย่างเลยผัดกะเพราหมูสับผักบุ้งหมูกรอบ"
street food ไทยทานไหม? "ทานค่ะหนูว่าstreet food ไทยอร่อยกว่าร้านอาหารบางทีนะ"
เวลากลับมาเมืองไทยได้ไปเที่ยวที่ไหนบ้างไหม? "ไม่ได้มาเที่ยวที่ไทยเลยแต่ว่าครั้งก่อนที่จะเตรียมตัวคัมแบคครั้งนี้ได้หยุดหนูได้หยุดประมาณเดือนหนึ่งก็เลยมาไทย2 อาทิตย์ไปพัทยาแล้วก็เล่นน้ำแล้วก็พักแล้วก็กินอาหารอร่อยๆแล้วก็กลับไปที่เกาหลีไปเตรียมตัวอีกรอบหนึ่งแล้วก็ชอบห้างที่ไทยมันดีมีทุกอย่างมีร้านอาหารมีคนเยอะด้วยแต่ว่าที่เกาหลีเขาไม่ค่อยได้ชอบไปห้างแต่ว่าคนไทยปกติไปไหนไปห้างกันอะไรอย่างงี้"
อยากให้แนะนำวงKiss of Life อย่างเป็นทางการเป็นภาษาไทย? "Kiss of life มี4 คนมีนัตตี้มีจูลี่มีเบลแล้วก็มีฮานึลคนเกาหลีก็จะมีฮานึลเบลแล้วก็จูลี่แต่ว่าจูลี่เขามาจากฮาวายแล้วก็เบลเกิดจากSeattle ด้วยก็มี4 คนแล้วก็วงเราก็จะเป็นแนวเพลงเป็นR&B ฮิปฮอปแล้วก็สไตล์y2K, pop star, hot girl แล้วทุกคนในวงก็เหมือนเขาจะเป็นคนที่แบบฟรีๆไม่ได้เป็นแบบStrict ทุกคนก็ชอบแนวเพลงฮอตๆเพลงพวกเราก็จะเป็นเพลงแบบHot แต่ละคนก็ไม่เหมือนกันและหนูเป็นmain dancer แล้วก็เป็นall Allrounder"
INFP ใช่เลยคือทำได้หลายๆอย่างต้องทำทุกอย่างมีอะไรที่เวลาเราPerformance แล้วบอกว่าNaty that's your job มีไหม? "ก็something ที่ต้องเต้นแรงๆหรืออะไรอย่างงี้นัตตี้อยู่Center เลยหนูก็อยากมีพาร์ทที่สวยๆเหมือนแบบคนอื่นบ้างแต่ของหนูไม่สวยเลยต้องเต็ม100-200%"
มีอะไรที่รู้สึกแบบตื่นเต้นทุกครั้งที่ทำ? "ตื่นเต้นทุกครั้งที่ทำเวทีที่คนเยอะแฟนคลับเราเต็มstudio แล้วหนูชอบตอนคอนเสิร์ตก็จะ200% เพราะว่าปกติเวลาที่จะไปmusic show เราต้องหากล้องว่าต้องตรงนี้ต้องมองกล้องนี้ตรงนี้ต้องมองกล้องนั้นแต่ว่าเวลาเราทำคอนเสิร์ตก็คือไม่ต้องมองกล้องเราสามารถแบบทำwhatever I want"
ตอนเดินขึ้นไปหลังเวทีแล้วได้ยินเสียงกรี๊ดfeeling ความรู้สึกมันเป็นยังไง? "เหมือนจะต้องเอานัตตี้อีกคนหนึ่งออกมาคือตอนนี้เราคือI am not feel Natty แต่ก่อนที่เราจะขึ้นเวทีก็คือโอเคNatty, come เหมือนกับเราจะเปลี่ยนเป็นmindset เป็นอีกคนหนึ่งก่อนขึ้นเวทีพลังคือเต็มสุดคือเหมือนไฟในตัวของเราจะขึ้นมาตอนเวลาเราจะขึ้นเวทีเท่านั้น"
แล้วพอลงมาจากเวทีมันต้องcool ต้องshut off หรืออะไรยังไงไหม? "ก่อนขึ้นก็คือทุกคนต้องstretching แล้วก็สำหรับนัตตี้คือเราต้องการเวลาของตัวเองทำสมาธิแบบประมาณ3-5 นาทีคือไม่อยากให้คนเข้ามาใกล้ตัวเราต้องconcentrate ตัวเองแล้วหลังจากนั้นถ้าเสร็จเวทีก็คือนั่งเลยต้องยืนอยู่ประมาณ1-2 ชั่วโมงแล้วเต้นตลอดไม่หยุด"
เคยเมื่อยไหมเคยมีตะคริวกินไหม? "เมื่อยมีค่ะก็คือเราก็ทำต่อไปตะคริวมาก็เต้นเต้นเสร็จปุ๊บแล้วหลังจากเสร็จเวทีเราเพิ่งรู้ว่าเมื่อกี้เหมือนตะคริวมาหรือเปล่าแล้วเวลาอยู่บนเวทีเราเป็นคนที่ต้องเพอร์เฟคทุกอย่าง ไม่สามารถที่จะหลุดได้ก็เลยน่าจะไม่รู้"
ความเป็นperfectionist ดีมากเพราะว่าทำให้เรามาถึงวันนี้แต่เมื่อมันไม่เป็นอย่างใจเราจะต้องบอกตัวเองยังไงเพื่อให้มันไปต่อได้? "ถ้าจะผิดหวังหรืออะไรเราก็ทำดีแล้วเราทำ100% ไปแล้วIt's okay. เพราะว่าถ้าเราเครียดกับตรงนั้นมากๆคือมันจะ deep เข้าไปเรื่อยๆเวลาที่เราdeep เกินไปมันทำให้ไม่healthy สำหรับตัวของเราเองก็จะคิดว่าit's okay ครั้งหน้าทำใหม่ได้"
ให้กำลังใจตัวเองยังไง?"เราจะคุยว่าทำไมเราถึงstressful ทำไมเครียดมากก็จะหาคำตอบของตัวเองงั้นเราแก้ไขตรงนี้สามารถแก้ไขตรงไหนได้บ้างแล้วก็แก้ไขตรงนั้นแล้วถ้ามันจะstressful เกินไปก็คือไม่อยากจะคิดอะไรเลย"
ทราบมาว่าคุณชอบบี้สุกฤษฎิ์ใช่ไหมเป็นแฟนคลับติดตามเพราะอะไร? "ตอนเด็กๆชอบพี่บี้มากดูมิวสิควิดีโอแล้วก็เต้นตามเขาร้องได้เต้นได้เพลงจังหวะหัวใจแต่ยังไม่เคยเจอพี่บี้เขาร้องได้เต้นได้แล้วมันshine หนูมากเราดูแล้วอยากเต้นได้ร้องได้แบบเขาแล้วหลังจากนั้นเราก็ลองเสิร์ชหาartist คนอื่นแล้วเราก็ไปเจอBeyonce Oh my god my idol วันข้างหน้าถ้าเราโตไปจะขึ้นเวทีแล้วก็เต้นเหมือนกับBeyonce ให้ได้"
ถ้าพี่บี้ดูอยู่มีอะไรจะบอกเพราะว่าเขาinspire มาก? "ขอบคุณมากๆนะคะอายอ่ะ(หัวเราะ) เป็นนักร้องไทยคนแรกที่นัตตี้รู้จักแล้วก็เหมือนกับให้ความฝันของนัตตี้ตอนเด็กๆขอบคุณค่ะ"
ตอนที่เพลงsugar coat เป็นviral นั่นคือช่วงเวลาที่โลกยอมรับตัวตนที่แท้จริงของตัวเราไหมตอนนั้น? "เพราะว่าsugar coat คือเป็นเพลงแรกก่อนที่kiss of life จะออกมาก่อนหน้านี้นัตตี้เคยเดบิวต์มาแล้วรอบหนึ่งเป็นโซโล่แต่ว่าครั้งนั้นนัตตี้เป็นคอนเซปแบบcute ไม่ใช่ตัวนัตตี้100% เลยคือแบบtotally different นัตตี้ก็เลยเสียดายมากว่าทำไมไม่ได้โชว์ตัวของเรา100% นัตตี้เลยเตรียมเพลงsugar coat พอออกมาแล้วทุกคนชอบรู้สึกดีใจมากและเป็นเพลงที่ทำให้ชีวิตนัตตี้เปลี่ยน"
มีอย่างอื่นที่ชอบหรือสนใจอีกไหม?"หนูชอบแฟชั่นชอบmakeup ชอบทุกอย่างเวลาถ่ายรูปหรือถ่ายแมกกาซีนก็เป็นนัตตี้อีกคนหนึ่งไม่ใช่นัตตี้ที่บนเวทีที่เต้น200% เราเป็นได้ทุกอย่างคุณอยากให้หนูเป็นสไตล์แบบไหนเป็นมู้ดไหนสามารถเปลี่ยนตัวเองได้ทุกแบบแล้วก็ชอบตอนที่ถ่ายแมกกาซีนก็คือเราสามารถเป็นได้หลายคนวันนี้cute หรือว่าเซ็กซี่แล้วเวลาถ่ายออกมาก็คือเหมือนกับเราเป็นซุปเปอร์สตาร์"
ชอบแต่งหน้าเองไหม? "ชอบค่ะส่วนใหญ่เวลาแต่งหน้าใช้เวลากับmakeup ประมาณชั่วโมง-ชั่วโมงครึ่ง"
นอกจากการเป็นศิลปินเคยที่สนใจจะเป็นผู้ประกอบการบ้างไหม? "หนูอยากทำแบรนด์เสื้อผ้าของตัวเองเพิ่งเคยบอกหรือคุยเรื่องนี้ครั้งแรกเลยอยากจะทำเป็นConcept เหมือนcasual คนที่ชอบเต้นสามารถใส่ได้หรือใส่ออกกำลังกายใส่ได้"
มีอะไรอยากจะฝากบอกทุกคนไหม? "ตอนนี้นัตตี้ก็ปล่อยเพลงWho is she มาแล้วก็อยากให้ทุกคนฟังเวลาที่ต้องการconfident ฟังเพลงนี้ออกมาก็จะมีความconfidence ด้วยแล้วก็จะมีMini fan meeting ที่ไทยด้วยเดือน6 วันที่7 ค่ะ"
สามารถติดตาม WOODY TALK ได้ที่ช่องทาง Podcast : WOODY TALK , Facebook: Woody, Youtube: Woody เวลา 18.00น.
คลิกชมย้อนหลัง :https://www.youtube.com/watch?v=reNZ1WlMiDM
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : นัตตี้ Kiss of life เล่าชีวิตก่อน-หลัง เป็นไอดอลไม่ง่าย เทรนนี่ 10 ปี เปลี่ยนค่ายกว่า 3 ครั้ง
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th