โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พลังวิเศษของการเป็นมนุษย์ล่องหน เมื่อการ ‘ไร้ตัวตน’ ในสายตาคนอื่นก็มีข้อดี

The Momentum

อัพเดต 26 เม.ย. เวลา 14.52 น. • เผยแพร่ 26 เม.ย. เวลา 03.15 น. • THE MOMENTUM

“…Isolation is the gift. All the others are a test of your endurance, of how much you really want to do it…” - Charles Bukowski, What Matters Most is How Well You Walk Through the Fire

(ความโดดเดี่ยวคือของขวัญ สิ่งอื่นนอกเหนือจากนั้นคือบททดสอบความอดทน ว่าคุณปรารถนาที่จะทำมันมากแค่ไหน)

เพราะหลายคนไม่เข้าใจวิบากกรรมของผู้ที่ถูกแสงสปอตไลต์ส่องหน้า จึงปรารถนาที่จะได้ยืนตระหง่านอยู่บนเวที ด้วยหลงคิดว่าตัวเองมีอภิสิทธิ์ในการเรียกร้องคุณค่าทางสายตาจากคนอื่น ให้จับจ้องมายังตนเองแต่เพียงผู้เดียว ด้วยเหตุนี้บางคนถึงกับยอม ‘ขาย’ ชีวิตความเป็นส่วนตัวของตนเอง เผยแพร่ความคิดหรือเจตนารมณ์ของตนเอง เพื่อแลกกับการเป็นจุดสนใจและการ ‘มีตัวตน’ ในสายตาของผู้อื่น ทว่าทุกอย่างล้วนมีราคาที่ต้องจ่าย ในอีกด้านหนึ่งการนำเสนอตนเองให้เป็นจุดสนใจต่อสังคม ก็ไม่ต่างอะไรกับการถลกหนังตัวเองแล้วขึงตรึงไว้บนกำแพง

ในทางกลับกันคนส่วนใหญ่มักมองข้าม ‘อภิสิทธิ์’ ของการเป็น ‘ผู้ชม’ ลองจินตนาการว่าคุณกำลังนั่งอยู่ในโรงละคร คิดว่าระหว่างนักแสดง ผู้กำกับ ช่างไฟ และคนดู ใครจะรู้สึกกดดันมากกว่ากันในขณะที่การแสดงกำลังดำเนินไป คำตอบย่อมไม่ใช่ผู้ชมที่เร้นกายอยู่ในมุมมืดอย่างแน่นอน เพราะในขณะที่ทุกชีวิตบนเวทีต้องแบกรับความคาดหวังและหวาดระแวงต่อทุกความผิดพลาด ผู้ชมกลับได้รับอิสรภาพอย่างสมบูรณ์ในการมองเห็นภาพรวมทั้งหมด พวกเขากุมอำนาจที่จะวิพากษ์วิจารณ์ เสพอรรถรส หรือกระทั่งลุกเดินจากไปเมื่อใดก็ได้ โดยไม่ต้องเอาคุณค่าของตนเองไปแขวนไว้กับเสียงปรบมือของใคร นี่แหละคือสิทธิพิเศษของการเป็น ‘ผู้เฝ้ามอง’

ในงานวิจัย Cardiovascular stress reactions in recent- and long-retired rugby players when watching a game ที่เผยแพร่ในปี 2020 ที่ศึกษาปฏิกิริยาของอดีตนักกีฬารักบี้ขณะนั่งชมการแข่งขันชี้ให้เห็นข้อน่าสังเกตนี้อย่างชัดเจน

โดยนักวิจัยพบว่า อดีตผู้เล่นที่เพิ่งเกษียณและยังยึดติดกับตัวตนเดิม จะมีระดับความเครียดและความดันโลหิตพุ่งสูงขณะรับชมการแข่งขัน เพราะสมองของพวกเขายังคงจำลองความกดดันเสมือนว่าตัวเองต้องลงไปรับมืออยู่ในสนาม หรือที่เรียกว่า Counterfactual Thinking ทว่าในขณะเดียวกันอดีตผู้เล่นที่เลิกเล่นไปนานแล้วและยอมรับสถานะการเป็นเพียง ‘ผู้ชม’ อย่างสมบูรณ์ กลับสามารถนั่งชมการแข่งขันได้อย่างผ่อนคลายไร้วิตกกังวล ซึ่งสิ่งนี้ตอกย้ำให้เห็นว่า การสลัดทิ้งซึ่งอีโก้หรือการแบกรับแรงกดดันจากการเป็นจุดสนใจ ช่วยมอบอิสรภาพทางอารมณ์และความคิดของเราได้เป็นอย่างดี

จริงอยู่ที่การไม่ถูกรับฟัง การไม่ถูกมองเห็น การถูกหลงลืม หรือการไม่ถูกมอบคุณค่าจากการกระทำบางอย่าง ทำให้เรารู้สึกเหมือนเป็นคน ‘ไม่สำคัญ’ ในสายตาของคนอื่น แต่นั่นเป็นเพราะเราเอาคุณค่าของตัวเองไปผูกไว้กับการตัดสินของพวกเขา ไม่ใช่เพราะเราไม่เก่งหรือไม่พิเศษ ในบางครั้งการเป็น ‘มนุษย์ล่องหน’ (Invisible Person) จึงอาจเป็นทางเลือกที่อิสระกว่าการต้องทนให้สังคมนำไม้บรรทัดมาคอยวัดประเมินเราอยู่ตลอดเวลา

ไม่ใช่แค่การหลีกหนีจากสายตาของคนอื่นและจัดการกับความรู้สึกของตัวเองเท่านั้น แต่การทำตัวให้ดูเหมือนไม่สลักสำคัญต่อใครเลยก็มีประโยชน์มากกว่าที่คิด ในบทความบนเว็บไซต์เดอะนิวยอร์กไทมส์ ‘How to Be Invisible’ นำเสนอถึงข้อดีของการเป็นมนุษย์ล่องหนไว้ได้อย่างน่าสนใจ โดยกล่าวว่าการไม่เป็นที่สนใจของใครในสังคมเปรียบเสมือน ‘ยาบรรเทาความทุกข์’ ในยุคที่ใครหลายคนต่างคิดว่าตนเองเป็น ‘จุดศูนย์กลางของจักรวาล’ อีกทั้งเรายังอยู่ในสังคมที่ให้ค่า ‘คนกล้าแสดงออก’ มากกว่าคนที่ชอบเก็บตัว เช่น พิธีกรรายการเรียลลิตี้ เจ้าของช่องยูทูบ และบล็อกเกอร์ที่มักออกมาแสดงความคิดเห็นยาวๆ บนโซเชียลมีเดีย เป็นต้น

แม้ไม่มีผู้ติดตามหลักหมื่นบนโซเชียลมีเดียหรือมักถูกเมินในที่ทำงาน แต่การเป็นมนุษย์ล่องหนก็มีข้อดีที่หลายคนมองไม่เห็น พวกเขามักจะ ‘สังเกตเห็น’ รายละเอียดของผู้อื่นก่อนเสมอ นั่นทำให้คนเหล่านี้เป็นนักสังเกตการณ์และสะท้อนคิดที่ดียอดเยี่ยม ประการต่อมาคือ ‘ความสันโดษ’ ที่ผูกติดมากับภาวะไร้ตัวตน หรือที่เรียกว่า ความโดดเดี่ยวโดยสมัครใจ (Intentional Solitude) ถึงแม้จะฟังดูเหมือนกลุ่มคำแง่ลบ แต่ความสันโดษนั้นเปิดโอกาสให้เราได้ไตร่ตรองกับตนเองมากขึ้น ช่วยให้เรารู้สึกมีสมาธิและสงบมากขึ้น ซึ่งนับเป็น ‘ของขวัญ’ มูลค่าสูงที่หาได้ยากในยุคที่โลกวุ่นวายและฉาบฉวย

สุดท้ายแล้วการล่องหนจากคนในสังคมไม่ใช่การสูญเสียคุณค่า แต่มันคือการ ‘ทวงคืน’ อำนาจในการเป็นเจ้าของชีวิตตนเองอย่างสมบูรณ์แบบ ท่ามกลางยุคสมัยที่ผู้คนยอมแลกความเป็นส่วนตัวและจิตวิญญาณเพื่อแย่งชิงพื้นที่ใต้แสงสปอตไลต์ การเลือกที่จะเป็นมนุษย์ล่องหนจึงเปรียบเสมือนการปลีกวิเวกที่เงียบเชียบและได้ฮีลใจตัวเองที่สุด เราไม่ได้พ่ายแพ้หรือถูกโลกทอดทิ้ง แต่เราเพียงแค่ปฏิเสธที่จะประเมินค่าตัวเองด้วยมาตรวัดของคนอื่นในสังคม

เมื่อใดที่เราไม่จำเป็นต้องนำคุณค่าของชีวิตไปแขวนไว้กับเสียงปรบมือหรือสายตาประเมินค่าของใคร เมื่อนั้นเราจึงจะได้สัมผัสกับอิสรภาพที่แท้จริง อิสระที่จะได้ก้าวลงจากเวทีมายืนหยัดอย่างมั่นคงในมุมมืด เฝ้ามองโลกที่กำลังดิ้นรนเรียกร้องความสนใจอย่างเข้าใจ และโอบกอดความโดดเดี่ยวและความสงบ โดยไม่ต้องร้องขอการมีตัวตนจากใครอีกต่อไป

ที่มา:

https://www.psychologytoday.com/us/blog/maybe-its-just-me-but/201502/why-everyone-should-try-being-invisible

https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/32061679/

https://www.verywellmind.com/benefits-of-solitude-8722144

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...