โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ศึกผู้ว่าฯกทม.หลายขั้วเร่งชิงฐานเสียง ‘พรรคใหญ่’ขยับ ท้าชน ‘แชมป์เก่า’

ไทยโพสต์

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว

เดือน มิ.ย.2569 คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้กำหนดวันเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) ครั้งสำคัญที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์การเมืองท้องถิ่น โดยเฉพาะการประกาศจุดยืนของแชมป์เก่าและการขยับหมากเกมของพรรคการเมืองใหญ่ ที่หวังจะเข้ามาเปลี่ยนโครงสร้างอำนาจในศาลาว่าการ "เสาชิงช้า"

แรงสั่นสะเทือนระลอกแรกเริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 4 พ.ค.ที่ผ่านมา เมื่อ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม.ต้องออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวเพื่อดับกระแสความเข้าใจผิดที่ลุกลามในหมู่ผู้สมัคร สก. โดยนายชัชชาติยืนยันชัดเจนว่า ในขณะนี้ตนเองไม่ได้ให้การสนับสนุนผู้สมัครท่านใดเป็นพิเศษ และขอให้เลิกแอบอ้างชื่อกลุ่ม Better Bangkok ซึ่งเป็นชื่อที่ตนเคยใช้หาเสียงเมื่อ 5 ปีก่อน แต่ปัจจุบันได้ยกเลิกไปนานแล้ว

การขยับตัวครั้งนี้นักวิเคราะห์มองว่าเป็นยุทธศาสตร์การวางตัวเหนือความขัดแย้ง และต้องการสลัดภาพการถูกผูกติดกับกลุ่มการเมืองใดกลุ่มหนึ่ง เพื่อรักษาฐานเสียงความเป็นอิสระที่เคยทำให้เขาได้รับชัยชนะอย่างถล่มทลายในอดีต

ความสับสนในปีกของกลุ่มสนับสนุน ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ยิ่งชัดเจนขึ้นเมื่อ นายสุรจิตต์ พงษ์สิงห์วิทยา หรือ ดร.จอห์น สก.เขตลาดกระบัง ต้องออกมาแถลงขอโทษต่อกรณีการผลิตสื่อที่มีรูปคู่กับนายชัชชาติ และใช้สัญลักษณ์กลุ่ม Better Bangkok โดยยอมรับว่าเป็นความบกพร่องที่คิดน้อยไปเพียงเพื่อต้องการสื่อสารให้ประชาชนเข้าใจง่ายขึ้น อีกทั้งยืนยันว่ากลุ่มของตนเป็นกลุ่มอิสระ ไม่ได้มีพรรคการเมืองใดอยู่เบื้องหลัง โดยเฉพาะพรรคกล้าธรรมที่ถูกโยงว่ามีความเชื่อมโยงจากการใช้สีเขียวเป็นสัญลักษณ์

ภาวะความซ้ำซ้อนของ "กลุ่มสีเขียว" นี้ สะท้อนให้เห็นถึงวิกฤตอัตลักษณ์ของกลุ่มอิสระที่พยายามอิงแอบบารมีแชมป์เก่าจนกลายเป็นดาบสองคมที่ย้อนกลับมาสร้างความลำบากใจให้กับตัวนายชัชชาติเอง

ในขณะที่ฝั่งอิสระกำลังวุ่นกับการเคลียร์ภาพลักษณ์ พรรคประชาชน (ปชน.) กลับเดินหน้าเชิงรุกด้วยการเตรียมเปิดตัวแคนดิเดตผู้ว่าฯ กทม.อย่างเป็นทางการในวันที่ 5 พ.ค.2569 โดยแหล่งข่าวระบุว่าเป็นชื่อของ "ดร.โจ"-นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร สส.บัญชีรายชื่อของพรรค ผู้ที่จะเข้ามาเป็นหัวหอกภายใต้คอนเซปต์ "กรุงเทพง่ายๆ BY ผู้ว่าประชาชน" การจัดทัพของ พรรคส้ม รอบนี้มุ่งเน้นไปที่การขายวิสัยทัศน์เมืองที่เป็นตาข่ายรองรับทางสังคม หรือ Safety Net

โดยหยิบยกปัญหาพื้นฐานที่คนกรุงพบเจอในชีวิตประจำวันมาเป็นจุดขาย เพื่อหวังจะอัพเกรดระบบราชการแบบเดิมด้วยเทคโนโลยีและข้อมูล ซึ่งถือเป็นคู่ชกที่สมน้ำสมเนื้อกับ นายชัชชาติ ในแง่ของการขายภาพลักษณ์นักบริหารรุ่นใหม่

อีกด้านหนึ่งที่น่าสนใจคือ สภาวะแพแตกในซีกของ พรรคเพื่อไทย โดย นายสุทธิชัย วีรกุลสุนทร หรือ เฮียล้าน สก. 5 สมัย และอดีตประธานสภา กทม.ได้เปิดเผยข้อมูลว่า พรรคเพื่อไทยมีแนวโน้มที่จะไม่ส่งผู้สมัคร สก.ในนามพรรคสำหรับการเลือกตั้งครั้งนี้ ส่งผลให้เกิดความระส่ำระสายในกลุ่ม สก.เดิม 20 คน ที่เคยชนะในนามพรรค หลายคนตัดสินใจย้ายสังกัดไปซบพรรคประชาธิปัตย์อย่างเป็นทางการแล้ว โดยเฉพาะ สก.เขตห้วยขวาง และ สก.เขตวังทองหลาง

ขณะที่บางส่วนเลือกที่จะตั้งกลุ่มอิสระขึ้นมาใหม่เพื่อความคล่องตัวในการหาเสียง แต่ก็ต้องเผชิญกับปัญหาการถูกกลืนภาพลักษณ์จากกลุ่มสีเขียวอื่นๆ ที่อ้างชื่อนายชัชชาติ เช่นกัน

สำหรับตัวแปรที่น่ากลัวที่สุดและกำลังถูกจับตามองในฐานะ "พยัคฆ์ซุ่ม" คือ พรรคประชาธิปัตย์ ภายใต้การนำทัพ กทม. ของ นายสกลธี ภัททิยกุล รองหัวหน้าพรรค ที่เพิ่งออกมาส่งสัญญาณชัดเจนว่า ประชาธิปัตย์จะส่งผู้สมัครผู้ว่าฯ แน่นอน โดยอุบชื่อ "ผู้ชายปริศนา" ที่ระบุว่าเป็นบุคคลที่มีความรู้ความสามารถระดับแนวหน้าเพื่อเตรียมเปิดตัวใหญ่ในช่วงกลางเดือน พ.ค.นี้

ยุทธศาสตร์การซุ่มเงียบควบคู่ไปกับการเปิดประตูรับอดีต สก.จากพรรคเพื่อไทยและพรรคอื่นๆ เข้าสังกัด ทำให้ประชาธิปัตย์ในยุคนายสกลธีกลายเป็นขุมกำลังที่ผสานระหว่างแบรนด์การเมืองเก่าแก่กับเครือข่ายนักการเมืองพื้นที่ที่เข้มแข็ง ซึ่งเป็นอาวุธสำคัญที่จะนำมาใช้สู้กับกระแสฟีเวอร์ของพรรคส้ม และบารมีส่วนตัวของชัชชาติ

อย่างไรก็ตาม สนามเลือกตั้งครั้งนี้จะถูกปรามาสว่าเป็นเพียงการสู้กันของ"สองขั้ว" ไม่ได้ เพราะยังมีตัวแปรสำคัญอย่าง ดร.มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข จาก กลุ่มเพื่อนมัลลิกา ที่ยังคงเดินหน้าเขย่าคะแนนเสียงในซีกอนุรักษนิยมและชนชั้นกลางดั้งเดิมอย่างต่อเนื่อง โดยนำเสนอทางเลือกที่ "เข้าถึงง่ายและกินได้จริง" ชูหมัดเด็ดอย่างนโยบาย "สวนสาธารณะไร้รั้ว 24 ชั่วโมง" เพื่อคืนพื้นที่พักผ่อนให้คนกรุงอย่างแท้จริง รวมถึงการตั้งกองทุนอาชีพแม่บ้านและผู้สูงอายุในทุกเขต

การที่เจ้าตัววางตัวเป็น "หญิงแกร่งสายลุย" ทำให้มัลลิกากลายเป็นจุดรวมพลของคนที่เบื่อหน่ายความขัดแย้งของขั้วส้ม-แดง และไม่ปลื้มกับการทำงานที่ล่าช้าในบางมิติของแชมป์เก่า

อีกหนึ่งสีสันคือ นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หรือ "พี่เต้" จากกลุ่ม กรุงเทพบินได้ ซึ่งยังคงเดินเกมการเมืองโดยมีนโยบายแบบสุดโต่ง หลุดกรอบจินตนาการเดิมๆ ไม่ว่าจะเป็นโครงการ "คลองแสนแสบดื่มได้" ภายใน 6 เดือน ซึ่งเป็นการท้าทายระบบบำบัดน้ำเสียที่ไร้ประสิทธิภาพมานาน หรือโครงการ "Drone Taxi" ที่จะสร้างจุดรับส่งบนตึกสูงเพื่อข้ามผ่านปัญหารถติดที่เป็นอัมพาต รวมถึงนโยบายศัลยกรรมฟรี เพื่อส่งเสริม Soft Power ด้านความงาม

นโยบายเหล่านี้แม้จะถูกวิจารณ์ว่าขายฝัน แต่ในเชิงการตลาดทางการเมือง พี่เต้ สามารถเข้าถึงกลุ่ม New Voters และกลุ่มผู้ใช้แรงงานที่ต้องการเห็นความเปลี่ยนแปลงแบบก้าวกระโดดและสะใจ ซึ่งอาจส่งผลให้เจ้าตัวได้รับคะแนน "โหวตประชดระบบ" ที่อาจจะพลิกโฉมหน้าคะแนนดิบได้มากกว่าที่หลายคนคาดการณ์

เมื่อพิจารณาวัดพลังแบบหมัดต่อหมัด เราจะเห็นฉากทัศน์ที่ซับซ้อนอย่างยิ่ง ชัชชาติ มี"แต้มบุญ" จากผลงานต่อเนื่อง แต่ต้องเหนื่อยกับการสลัดภาพกลุ่มอิทธิพลที่แอบอ้างชื่อ ดร.โจ จากพรรคประชาชนมี "แต้มต่อ" จากกระแสพรรคที่ยังขาขึ้น แต่มีเครื่องหมายคำถามเรื่องประสบการณ์บริหารจริง ด้าน ดร.มัลลิกา พยายามชิงพื้นที่ด้วย "ความจริงใจและสวัสดิการพื้นฐาน" ขณะที่ มงคลกิตติ์ ใช้ "ความหวือหวา" เป็นอาวุธในการชิงพื้นที่ข่าว ท้ายที่สุดแล้ว การเลือกตั้งในวันที่ 28 มิ.ย.นี้ จะเป็นบทพิสูจน์ที่ยิ่งใหญ่ของคนกรุงเทพฯ ว่าพวกเขาจะเลือกความคุ้นเคยที่จับต้องได้ ความทันสมัยที่มองไปข้างหน้า หรือความกล้าที่จะเปลี่ยนผ่านไปสู่สิ่งใหม่ที่ไม่มีใครกล้าทำ!.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...