‘พริษฐ์’ สับแหลกรัฐบาลไม่จริงใจ เมินเสียงประชามติแก้รัฐธรรมนูญ
เมื่อวันที่ 8 พ.ค. นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า หากคณะรัฐมนตรี (ครม.) ปล่อยให้ร่างรัฐธรรมนูญเดิมตกไป โดยไม่สัญญาว่าจะยื่นร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เข้ามา แสดงว่า ครม. ไม่จริงใจในการทำตามคำสั่งของประชาชนจากผลประชามติ เมื่อวันที่ 8 ก.พ. 2569 ที่เห็นชอบให้มีการแก้ไขถึง 21.6 ล้านเสียง หากรัฐบาลเอาปัญหาเศรษฐกิจมาเป็นข้ออ้าง ก็ฟังไม่ค่อยขึ้น เพราะการแก้ปัญหาปากท้อง รัฐธรรมนูญทำคู่ขนานกันได้
ออก พ.ร.ก.เงินกู้ ที่เอาเงินเยียวยาประชาชนเป็นตัวประกัน เพื่อหวังสอดไส้การตีเช็คเปล่าเรื่องโครงการอื่น ก็ไม่ใช่แนวทางที่เอาปากท้องประชาชนเป็นตัวตั้งอยู่ดี การหวังสอดไส้ตีเช็คเปล่าเรื่องโครงการด้านการเปลี่ยนผ่านทางพลังงาน ก็สะท้อนชัดว่ารัฐบาลทุกวันนี้ ก็ไม่ได้ดำเนินนโยบายโดยยึดการแก้ไขปัญหาปากท้องของประชาชนเป็นตัวตั้งอยู่ดี
ตลอด 3 เดือนหลังประชามติ เชื่อว่าสังคมเรามีแต่เห็นถึงปัญหาของรัฐธรรมนูญ 2560 ชัดขึ้นกว่าเดิม เช่น คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ทำงานเต็มไปด้วยพิรุธ (เช่น การรายงานผลที่ล่าช้า/การนับคะแนนที่ผิดพลาด/การออกแบบบัตรที่มีบาร์โค้ด) แต่กลับไม่มีช่องทางให้ประชาชนยื่นถอดถอน กกต. ได้ หรือกรณีสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ที่ยังไม่มีผู้บริหารแสดงความรับผิดชอบทางการเมืองหรือรับโทษใดๆ 1 ปี หลังเหตุการณ์ตึกถล่ม โดยมีแต่เพียงการปล่อยมิวสิกวิดีโอเพลงใหม่, คะแนนความโปร่งใสของประเทศ ที่ตกต่ำสุดในรอบสิบกว่าปี จนทำให้นายกฯ อับอาย และตอกย้ำชัดว่ารัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันปราบโกงไม่ได้
กรณี ป.ป.ช. ที่ยกคำร้องและออกแถลงการณ์ฟอกขาวให้กับ ศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีต รมว.คมนาคม แม้ข้อเท็จจริงปรากฏชัดว่ามีการซุกหุ้นและการขัดกันแห่งผลประโยชน์ กรณี สว. 130 กว่าคน ที่ถูกกล่าวหากรณีการฮั้ว สว. แต่อาจจะกำลังจะถูกฟอกขาวหรือเป่าคดีในเร็วๆ นี้ โดย กกต. ที่ สว. เหล่านี้ เป็นคนรับรองให้เข้ามาเอง
กรณีประธานสภา (นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา) ที่ใช้อำนาจและดุลพินิจของตนเอง 1 วันก่อนยุบสภา เพื่อปัดตกการเข้าชื่อร้องเรียน ป.ป.ช. ของ สส.ฝ่ายค้าน กรณีกรรมการ ป.ป.ช. กับ ประธานวันนอร์ เองมีคลิปเสียงหลุด
วันนี้ ครม. จึงมี 2 ทางเลือก เพื่อเดินหน้าจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ทางเลือกที่ 1 คือ ครม. มีมติก่อนวันที่ 14 พ.ค. เพื่อยืนยันให้ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ หมวด 15/1 ทั้ง 2 ฉบับ (1 ฉบับของพรรคภูมิใจไทย/1 ฉบับของพรรคประชาชน) ที่เคยผ่านวาระ 1 ของรัฐสภามาแล้ว ได้ไปต่อ หากเป็นเช่นนั้น ทั้ง 2 ร่าง ก็จะต้องถูกพิจารณาในชั้นคณะกรรมาธิการ ก่อนถูกเสนอกลับมาที่รัฐสภาในวาระ 2 และ 3
ทางเลือกที่ 2 คือการที่ ครม. ไม่ยืนยันร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ หมวด 15/1 ทั้ง 2 ฉบับ ซึ่งหมายความว่ากระบวนการในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จะไปต่อได้ ต่อเมื่อมีการเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ หมวด 15/1 เข้ามาใหม่อีกรอบหนึ่ง โดย ครม. สมาชิกรัฐสภา หรือ ภาคประชาชน เพื่อเริ่มพิจารณาในวาระที่ 1 แต่ล่าสุด ดูเหมือนรัฐบาลจะไม่เลือกแม้แต่ทางเลือกเดียว
หาก ครม. ปล่อยให้ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ หมวด 15/1 ที่ค้างจากรัฐสภาชุดที่แล้ว ตกไป โดยไม่มีคำสัญญาว่า ครม. จะเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ หมวด 15/1 เข้ามาใหม่ หรือไม่เมื่อใด สะท้อนชัดว่ารัฐบาลขาดความจริงใจในเดินหน้าจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ตามคำสั่งของประชาชนจากผลประชามติ