โตโยต้า คาดกำไรปีนี้ร่วง 20% เซ่นพิษสงครามอิหร่าน ต้นทุนพุ่ง ซัพพลายเชนป่วน
โตโยต้า มอเตอร์ คาดกำไรปีนี้ลดลงราว 20% ต่ำกว่าที่ตลาดคาด หลังสงครามอิหร่านกระทบต้นทุนพลังงาน การขนส่ง และห่วงโซ่อุปทานทั่วโลก ขณะที่ยอดขายในตะวันออกกลางชะลอตัว ท่ามกลางแรงกดดันจากภาษีนำเข้ารถยนต์ของสหรัฐและการแข่งขันในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าที่รุนแรงขึ้น
วันที่ 8 พ.ค.2569 สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า โตโยต้า มอเตอร์ (Toyota Motor) ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ที่สุดของโลกคาดการณ์กำไรจากการดำเนินงานสำหรับปีงบการเงินสิ้นสุดเดือนมีนาคม 2570 จะอยู่ที่ประมาณ 3 ล้านล้านเยน หรือราว 1.9 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลงจาก 3.77 ล้านล้านเยนในปีก่อนหน้า และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้มาก ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 4.59 ล้านล้านเยน
ในไตรมาสล่าสุด ซึ่งสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม กำไรจากการดำเนินงานของโตโยต้า ลดลงเกือบครึ่งหนึ่ง เหลือ 569,400 ล้านเยน จากระดับกว่า 1.1 ล้านล้านเยนในช่วงเดียวกันของปีก่อน
โตโยต้าระบุว่า สงครามอิหร่านและวิกฤตพลังงานในตะวันออกกลางสร้างผลกระทบต่อบริษัทโดยตรง ทั้งต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น ปัญหาขนส่งทางเรือ และการหยุดชะงักของซัพพลายเชน โดยบริษัทประเมินว่าปัจจัยดังกล่าวจะกระทบกำไรปีนี้ประมาณ 670,000 ล้านเยน หรือกว่า 4,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
นอกจากนี้ บริษัทเผชิญแรงกดดันจากมาตรการภาษีนำเข้ารถยนต์ของสหรัฐ ซึ่งก่อนหน้านี้กระทบผลกำไรไปแล้วประมาณ 1.4 ล้านล้านเยน
แม้ราคาพลังงานที่พุ่งขึ้นจะช่วยกระตุ้นความต้องการรถยนต์ไฮบริด แต่ยอดขายในตะวันออกกลางกลับได้รับผลกระทบหนัก โดยยอดขายในภูมิภาคดังกล่าวลดลงอย่างมากจากปัญหาการขนส่งและสถานการณ์ความไม่สงบ
รายงานยังระบุว่า โตโยต้ายังคงครองตำแหน่งผู้ผลิตรถยนต์ที่มียอดขายสูงที่สุดในโลก โดยปีที่ผ่านมา บริษัทขายรถได้ราว 11.3 ล้านคัน อย่างไรก็ตาม ปีนี้บริษัทคาดว่ายอดขายจะลดลงเหลือประมาณ 11.18 ล้านคัน
ด้านนายเคนตะ คอน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารคนใหม่ของโตโยต้า ซึ่งเข้ารับตำแหน่งในปีนี้ กำลังเผชิญความท้าทายครั้งใหญ่ ทั้งความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ ราคาพลังงาน ความผันผวนของเศรษฐกิจโลก รวมถึงการแข่งขันในตลาดรถยนต์ไฟฟ้า
หลังการประกาศคาดการณ์กำไร หุ้นโตโยต้าปรับตัวลดลงราว 2% ในตลาดหุ้นโตเกียว และถือเป็นระดับปิดต่ำสุดนับตั้งแต่กลางเดือนตุลาคมที่ผ่านมา
อ้างอิง : reuters.com