“ราคาน้ำมันดิบโลก” ร่วงกว่า 5% หลังทรัมป์เผยสหรัฐ-อิหร่านกำลังเจรจายุติสงคราม
"ราคาน้ำมันดิบโลก" ร่วงกว่า 5% หลังทรัมป์เผยสหรัฐ-อิหร่านกำลังเจรจายุติสงคราม โกลด์แมน แซคส์ ชี้ตลาดน้ำมันกำลังซื้อขายตามความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์จากการหยุดชะงักของอุปทานและช่องแคบฮอร์มุซ
วันที่ 25 มีนาคม 2569 เวลา 07.53 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่าราคาน้ำมันโลกปรับตัวลดลงมากกว่า 5% ในวันพุธ หลังโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ เปิดเผยว่าสหรัฐและอิหร่านกำลังอยู่ระหว่างการเจรจา และอิหร่านมีความต้องการที่จะทำข้อตกลงสันติภาพ แม้ว่าอิหร่านจะปฏิเสธว่าไม่มีการเจรจาโดยตรงกับสหรัฐก็ตาม
*ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ ซึ่งเป็นราคาน้ำมันอ้างอิงโลก ปรับตัวลดลงเกือบ 6% มาอยู่ที่ประมาณ 98.31 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ น้ำมันดิบ West Texas Intermediate (WTI) ของสหรัฐ ลดลงประมาณ 5% มาอยู่ที่ 87.65 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล*
ทรัมป์กล่าวจากห้องทำงานรูปไข่ในทำเนียบขาวว่า เขาได้ตัดสินใจชะลอแผนการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่าน เนื่องจากการเจรจากำลังดำเนินอยู่ โดยระบุว่าอิหร่านกำลังพูดคุยกับสหรัฐและมีท่าทีที่สมเหตุสมผล
ในเวลาต่อมา หนังสือพิมพ์ The New York Times รายงานโดยอ้างเจ้าหน้าที่สหรัฐที่ไม่เปิดเผยชื่อว่า สหรัฐได้ส่งข้อเสนอ 15 ข้อให้กับอิหร่าน เพื่อยุติสงคราม โดยส่งผ่านประเทศปากีสถาน อย่างไรก็ตามยังไม่ชัดเจนว่าข้อเสนอดังกล่าวถูกส่งถึงเจ้าหน้าที่อิหร่านในระดับใด และยังไม่แน่ชัดว่าอิสราเอล ซึ่งร่วมโจมตีอิหร่านกับสหรัฐ จะสนับสนุนแผนดังกล่าวหรือไม่
ด้าน โกลด์แมน แซคส์ ระบุว่า การหยุดชะงักของอุปทานน้ำมันในปัจจุบันถือเป็นช็อกด้านอุปทานที่ใหญ่ที่สุดในรอบหลายทศวรรษ เมื่อวัดจากสัดส่วนต่ออุปทานน้ำมันโลก สะท้อนความไม่แน่นอนของตลาดพลังงานในระดับสูงผิดปกติ
ธนาคารระบุว่า การเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันในระยะสั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับแนวโน้มพื้นฐานของตลาดเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับความเป็นไปได้ของสถานการณ์เลวร้าย เช่น การปิดช่องแคบฮอร์มุซหรือสงครามยืดเยื้อ ทำให้ราคาน้ำมันมีเบี้ยความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ (geopolitical risk premium) อยู่ในระดับสูง เนื่องจากนักลงทุนป้องกันความเสี่ยงจากการหยุดชะงักของอุปทานและระดับสต็อกน้ำมันที่ต่ำ
อย่างไรก็ตาม โกลด์แมน แซคส์ คาดการณ์ในกรณีฐาน (base case) ว่า การขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซจะกลับสู่ภาวะปกติในเดือนเมษายน ภายในระยะเวลาประมาณ 4 สัปดาห์
อ้างอิง : www.cnbc.com