โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เฒ่าเจ้าเล่ห์!USเตรียมส่งทหารพลร่ม'หน่วยรบชั้นยอด'3-4พันนายเข้าตอ.กลาง แม้ทรัมป์อ้างกำลังเจรจายุติศึกกับอิหร่าน

Manager Online

อัพเดต 25 มีนาคม 2569 เวลา 13.54 น. • เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา • MGR Online

คาดหมายว่าเพนตากอนจะส่งกำลังพลหลายพันนายจากกองพลทหารพลร่มที่ 82 หน่วยรบชั้นยอดของกองทัพบกสหรัฐฯ เข้าไปยังตะวันออกกลาง แหล่งข่าว 2 คนที่ใกล้ชิดกับประเด็นนี้เปิดเผยกับรอยเตอร์ในวันอังคาร(24มี.ค.) นับเป็นการเสริมกำลังเพิ่มเติมครั้งใหญ่ของกองทัพอเมริกา แม้ในขณะเดียวกันประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ พูดถึงความเป็นไปได้ของการบรรลุข้อตกลงกับอิหร่านในการยุติสงคราม

รอยเตอร์รายงานครั้งแรกเมื่อวันที่ 18 มีนาคม ระบุว่ารัฐบาลทรัมป์กำลังพิจารณาประจำการทหารสหรัฐฯเพิ่มเติม ความเคลื่อนไหวที่เป็นการเพิ่มทางเลือกต่างๆ ในนั้นรวมถึงส่งกองกำลังเข้าไปยังดินแดนของอิหร่าน อย่างไรก็ตามการยกระดับปฏิบัติการลักษณะดังกล่าวอาจเพิ่มความเสี่ยงในความขัดแย้ง ซึ่งลากยาวเข้าสู่สัปดาห์ที่ 4 แล้ว และกำลังก่อแรงสั่นสะเทือนแก่ตลาดโลกอย่างหนัก

พวกเจ้าหน้าที่ซึ่งไม่ประสงค์เอ่ยนาม ไม่เจาะจงว่ากำลังพลหลายพันนายจากกองพลทหารพลร่มที่ 82 จะถูกส่งไปประจำการที่ไหนในตะวันออกกลาง หรือเมื่อไหร่ที่พวกเขาจะเดินทางถึงภูมิภาค ขณะที่กำลังพลเหล่านี้ ประจำการอยู่ที่ฐานทัพในเมืองฟอร์ตแบรกก์ รัฐนอร์ทแคโรไลนา

กองทัพสหรัฐฯขอให้ผู้สื่อข่าวไปสอบถามเรื่องนี้กับทำเนียบขาว อย่างไรก็ตามทางทำเนียบขาวยังไม่ออกมาแสดงความคิดเห็นหรือตอบคำถามใดๆ

หนึ่งในแหล่งข่าวเปิดเผยกับรอยเตอร์ ว่ายังไม่ได้การตัดสินใจส่งทหารบุกเข้าไปในอิหร่าน แต่กำลังพลเหล่านี้จะช่วยเสริมศักยภาพสำหรับปฏิบัติการต่างๆในอนาคตในภูมิภาค ขณะที่แหล่งข่าวอีกคนเสริมว่าเพนตากอนเตรียมส่งกำลังพลในจำนวนระหว่าง 3,000 ถึง 4,000 นาย

การประจำการกำลังพลเหล่านี้ มีขึ้นตามหลังรอยเตอร์รายงานเมื่อวันที่ 20 มีนาคม เกี่ยวกับการตัดสินใจของสหรัฐฯ ในการส่งนาวิกโยธินและทหารเรือหลายพันนายบนเรือยูเอสเอส บ็อกเซอร์ เรือโจมตียกพลขึ้นบก รวมถึงหน่วยนาวิกโยธินปฏิบัติการเฉพาะกิจและกองเรืออารักขา เข้าไปยังตะวันออกกลาง

ก่อนหน้าที่จะเสริมกำลังเข้าไปยังภูมิภาค สหรัฐฯมีทหารประจำการอยู่ในตะวันออกกลางอยู่ก่อนแล้ว 50,000 นาย ข่าวคราวการเสริมกำลังมีขึ้นเพียง 1 วัน หลังจาก ทรัมป์ เลื่อนทิ้งระเบิดโจมตีโรงฟ้า อ้างว่ากำลังมีการเจรจาอย่างสร้างสรรค์กับอิหร่าน อย่างไรก็ตามทาง เตหะราน ยืนกรานว่า ไม่ได้มีการพูดคุยกันใดๆเกิดขึ้น

สหรัฐฯปฏิบัติการโจมตีเป้าหมายต่างๆไปแล้วมากกว่า 9,000 เป้าหมายภายในอิหร่าน นับตั้งแต่อเมริกาและอิสราเอลเริ่มเปิดปฏิบัติการทางทหารกับอิหร่าน ในวันที่ 28 กุมภาพันธ์

จนถึงตอนนี้มีทหารสหรัฐฯเสียชีวิตแล้ว 13 นายในสงครามและบาดเจ็บ 290 คน จากการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่อเมริการายหนึ่ง ในนั้น 10 นายบาดเจ็บสาหัส และ 255 นาย สามารถกลับมาปฏิบัติหน้าที่ได้แล้ว

ก่อนหน้านี้แหล่งข่าวเปิดเผยกับรอยเตอร์ว่า กองทัพสหรัฐฯกำลังมองทางเลือกต่างๆในสงครามอิหร่าน ในนั้นรวมถึงคุ้มกันช่องแคบฮอร์มุซ เป็นไปได้ว่าจะส่งกองกำลังอเมริกาเข้าประจำการตามแนวชายฝั่งของอิหร่าน นอกจากนี้แล้วรัฐบาลทรัมป์ ยังพูดคุยเกี่ยวกับทางเลือกส่งทหารราบขึ้นไปบนเกาะคาร์ก ศูนย์ส่งออกน้ำมันของอิหร่าน คิดเป็นสัดส่วนของการส่งออก 90%

กองพลทหารพลร่มที่ 82 สามารถจัดวางกำลังได้ภายใน 18 ชั่วโมงหลังได้รับคำสั่ง มีความเชี่ยวชาญพิเศษในภารกิจจู่โจมด้วยร่มชูชีพ

อย่างไรก็ตามการใช้ทหารราบใดๆของสหรัฐฯ แม้กระทั่งในภารกิจอย่างจำกัด อาจก่อความเสี่ยงทางการเมืองอย่างมากสำหรับทรัมป์ เนื่องจากมีชาวอเมริกาส่วนน้อยที่สนับสนุนการทำสงครามกับอิหร่าน ขณะที่ทรัมป์เองก็เคยสัญญาระหว่างหาเสียงเลือกตั้ง ว่าจะหลีกเลี่ยงไม่ให้สหรัฐฯเข้าไปยุ่งเกี่ยวในความขัดแย้งต่างๆในตะวันออกกลาง

ผลสำรวจของรอยเตอร์/อิปซอสที่เผยแพร่ในวันอังคาร(24 มี.ค.) พบว่ามีชาวอเมริกา 35% ที่เห็นด้วยกับการที่สหรัฐฯโจมตีอิหร่าน ลดลงจากระดับ 37% ในผลการสำรวจเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ส่วนที่ไม่เห็นด้วย เพิ่มขึ้นแตะระดับ 61% เปรียบเทียบกับระดับ 59% ในสัปดาห์ที่แล้ว

(ที่มา:รอยเตอร์)

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...