โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

วิกฤติน้ำมัน ‘เมียนมา’ ไหลเข้ากองทัพ สำรองเหลือใช้แค่ 40 วัน

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 02 เม.ย. เวลา 03.30 น. • เผยแพร่ 02 เม.ย. เวลา 09.30 น.

วิกฤตการณ์ในตะวันออกกลางกำลังทำให้เมืองเนปยีดอว์ของเมียนมา เผชิญกับวิกฤติขาดแคลนน้ำมันอย่างหนัก รัฐบาลเมียนมาต้องออกมาตรการจำกัดการซื้อน้ำมันอย่างเข้มงวด ประชาชนต้องต่อแถวรอเติมน้ำมันท่ามกลางอุณหภูมิ 38 องศา และบ่อยครั้งที่การรอคอยนั้นจบลงด้วยความว่างเปล่า

ประเทศที่ดูจะบอบช้ำที่สุดในเอเชียคือ “เมียนมา” ที่มีประชากรกว่า 51 ล้านคน เพราะนอกจากจะต้องพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันเป็นหลักแล้ว เมียนมายังโดดเดี่ยวจากนานาชาตินับตั้งแต่การรัฐประหารในปี 2021 ทำให้สถานการณ์เศรษฐกิจที่ย่ำแย่อยู่แล้วยิ่งวิกฤติหนักขึ้น

ทันทีที่ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐ -อิสราเอล และอิหร่านปะทุขึ้น รัฐบาลเมียนมาได้ออกมาเปิดเผยว่ามีน้ำมันสำรองเหลืออยู่เพียงประมาณ 40 วัน เท่านั้น ซึ่งถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับประเทศที่มั่งคั่งอย่างสิงคโปร์ที่มีน้ำมันสำรองไว้ใช้ได้นานหลายเดือน

รัฐบาลต้องใช้มาตรการควบคุมที่เข้มงวดสุดขีดเมื่อสงครามยืดเยื้อ เช่น การอนุญาตให้รถยนต์ส่วนตัวเติมน้ำมันได้แบบ "วันเว้นวัน" โดยสลับตามเลขทะเบียนคู่-คี่ ขณะที่ข้าราชการถูกสั่งให้ทำงานจากที่บ้านเพื่อลดการเดินทาง และเที่ยวบินในประเทศที่เดิมทีก็มีน้อยอยู่แล้วก็ถูกสั่งลดจำนวนลงไปอีก

แต่มาตรการประหยัดเหล่านี้กลับไม่สามารถยับยั้งราคาพลังงานที่พุ่งกระฉูดได้ โดยราคาน้ำมันเบนซินดีดตัวสูงขึ้นถึง 40% นับตั้งแต่เริ่มสงคราม จนไปแตะระดับประมาณ 8 ดอลลาร์ต่อแกลลอน หรือราว 260 บาท ซึ่งราคาที่แพงหูฉี่นี้สูงกว่า "ค่าแรงเฉลี่ยต่อวัน" ของชาวเมียนมาถึง 2 เท่า ทำให้การเข้าถึงน้ำมันกลายเป็นเรื่องที่แทบจะเป็นไปไม่ได้สำหรับคนทั่วไป

พยู ที พนักงานส่งของวัย 36 ปี ต้องมาทนตากแดดรอคิวแบบนี้ถึงสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง โดยในวันนี้เธอรอมานานกว่า 2 ชั่วโมงแล้วแต่ก็ยังเข้าใกล้หัวจ่ายน้ำมันไม่ถึงครึ่งทาง ซึ่งเธอกล่าวด้วยความท้อแท้ว่าไม่มีใครอยากมาเสียเวลาชีวิตอยู่ตรงนี้ เพราะมันทำให้การทำมาหากินและการดูแลครอบครัวยากลำบากขึ้นอย่างมาก

วิกฤติน้ำมันในเมืองมัณฑะเลย์ ซึ่งเป็นเมืองใหญ่อันดับ 2 และศูนย์กลางการค้าของประเทศยิ่งแย่เข้าไป มีรถบรรทุกจอดต่อคิวยาวหลายไมล์ตามปั๊มน้ำมันที่ยังเปิดอยู่ ซึ่งคนที่ยอมเสียเวลานานหลายชั่วโมงก็มักจะพบกับความผิดหวัง ทำให้คนขับรถบรรทุกบางส่วนจำใจต้องหันไปพึ่ง "ตลาดมืด" ริมทางที่ขายน้ำมันในถังพลาสติก ซึ่งมีราคาแพงกว่าราคาปกติถึง 40%

จอว์ เทต ไว คนขับรถบรรทุกที่มาปักหลักรอคิวตั้งแต่ตี 4 แต่พอถึงช่วงบ่ายแก่ๆ เขาก็เริ่มกังวลว่าจะเติมน้ำมันไม่ทันก่อนปั๊มปิด เขาตัดพ้อว่าถึงจะรอจนได้เติม "ก็ยังไม่เคยได้น้ำมันเต็มถังเลยสักครั้ง" เนื่องจากมาตรการจำกัดปริมาณที่เข้มงวด

‘น้ำมัน’ ไหลเข้ากองทัพ ใช้สวนสนามโชว์แสนยานุภาพ

รายงานระบุว่า ตอนนี้น้ำมันส่วนใหญ่ที่ยังเหลืออยู่ในเมียนมาถูกจัดสรรไปให้กองทัพเป็นลำดับแรก โดยล่าสุดได้มีการนำมาใช้ในงานสวนสนามประจำปีเพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์ต่อต้านการยึดครองของญี่ปุ่นในปี 1945 โดยการจัดงานครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกภายหลังการเลือกตั้งระดับชาติที่เพิ่งผ่านพ้นไปเมื่อต้นปี

แม้จะมีการใช้เชื้อเพลิงจำนวนมากไปกับงานนี้ บนลานสวนสนามนอกกรุงเนปยีดอว์ ในขณะที่ขบวนรถถังและรถปืนใหญ่ พร้อมกับมีเครื่องบินรบ และยิงพลุไฟเพื่อแสดงแสนยานุภาพ แต่รัฐบาลทหารกลับไม่ยอมชี้แจงให้ชัดเจนว่าสถานการณ์น้ำมันสำรองของประเทศเหลืออยู่เท่าใด หรือมีแผนการอย่างไรในการจัดหาพลังงานมาเติมเต็มส่วนที่ขาดหายไป

แม้แต่พรรคสหภาพสามัคคีและการพัฒนา (USDP) ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลที่มีสายสัมพันธ์ใกล้ชิดกับกองทัพ ก็ปฏิเสธที่จะให้ความเห็นใดๆ เกี่ยวกับวิกฤติ

ในการกล่าวสุนทรพจน์ของ พลเอกอาวุโส มิน อ่อง ไหล่ ผู้นำรัฐประหารปี 2021 ซึ่งคาดว่าจะก้าวขึ้นรับตำแหน่งประธานาธิบดีเพื่อกุมอำนาจทางการเมืองต่อไป เขากลับเลือกที่จะ ไม่พูดถึงวิกฤติน้ำมันเลยแม้แต่น้อย แต่กลับใช้เวทีนี้กล่าวโจมตีผู้รุกรานจากต่างชาติและนักการเมืองที่ฉวยโอกาส

อ้างอิง Bloomberg

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...