โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

อนุทิน เผยพบขบวนการกักตุน-ค้ากำไรเกินควร-ลักลอบส่งออกน้ำมัน แฉลอยเรือกลางทะเล รอน้ำมันราคาขึ้น

Khaosod

อัพเดต 03 เม.ย. เวลา 05.49 น. • เผยแพร่ 03 เม.ย. เวลา 05.49 น.
อนุทิน เผยพบขบวนการกักตุน-ค้ากำไรเกินควร-ลักลอบส่งออกน้ำมัน แฉลอยเรือกลางทะเล หวังรอประกาศขึ้นราคาก่อนฟีดเข้าระบบ

อนุทิน เผยพบขบวนการกักตุน-ค้ากำไรเกินควร-ลักลอบส่งออกน้ำมัน แฉลอยเรือกลางทะเล หวังรอประกาศขึ้นราคาก่อนฟีดเข้าระบบ ชี้รัฐบาลไม่นิ่งนอนใจ มอบดีเอสไอรับเป็นคดีพิเศษ สั่งฟันผิดเฉียบขาด พร้อมให้ความมั่นใจสงกรานต์น้ำมันไม่ขาด ขอประชาชนเดินทางกลับบ้านเฉลิมฉลองมีความสุข

เมื่อเวลา 11.20 น. วันที่ 3 เม.ย.2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย แถลงภายหลังการประชุมศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ว่า

การแถลงวันนี้เพื่อต้องการชี้แจงในส่วนของการแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง รวมถึงความพยายามปราบปราม ผู้ที่พยายามกักตุน และลักลอบขายน้ำมันออกไปจากระบบของประเทศ หรือผู้ที่ทำผิดกฎหมายที่ฉวยโอกาสในการทำให้น้ำมันของประเทศถูกนำไปขายด้วยวิธีการที่ผิดกฎหมาย

นายอนุทิน กล่าวว่า รัฐบาลตั้งศูนย์ติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) รวมทั้งแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อดำเนินการตามพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) แก้ไขการป้องกันปราบปรามการขาดแคลนน้ำมัน พ.ศ.2516 ทำการตรวจสอบติดตาม และบังคับใช้กฎหมายกับผู้ที่กักตุน จนทำให้ประชาชนเกิดความเดือดร้อน ซึ่งตนให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการโดยยึดหลัก “ปิดชื่อถือพฤติกรรม” ไม่ว่าใครก็ตามที่เอาเปรียบประชาชนทำลายความมั่นคงด้านพลังงานของชาติ หากพบว่าเป็นใครมีอิทธิพลแค่ไหน ก็จะถูกดำเนินการตามกฏหมายอย่างเคร่งครัดเฉียบขาด

ซึ่งตนสั่งการให้กระทรวงยุติธรรม โดยกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมธุรกิจพลังงาน ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศร.ชล.) กรมเจ้าท่า กรมสรรพสามิต กรมการค้าภายใน กรมศุลกากร และฝ่ายปกครอง ร่วมกันลงพื้นที่ตรวจติดตามผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ และผู้ค้าระดับกลางที่รับน้ำมันจากผู้ค้าหรือจ็อบเบอร์

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ผลการตรวจสอบระบบการขนส่งน้ำมันทั้งหมดจนถึงวันที่ 1 เม.ย.ที่ผ่านมา พบรูปแบบการกักตุน และหากำไร ดังนี้ 1.มีการประวิงเวลาการขนส่งน้ำมันทางทะเล โดยลอยลำเรือไว้ไม่ให้ฟีดน้ำมันเข้ามาในคลังตามเวลาปกติ เพื่อหวังว่าจะมีการประกาศเพิ่มราคาขายปลีกน้ำมัน จึงค่อยฟีดน้ำมันเข้ามาในระบบเพื่อให้ได้กำไรมากขึ้น 2.มีการปฏิเสธการจ่ายน้ำมันจากคลังน้ำมันขนาดใหญ่ไปยังสถานีบริการน้ำมัน และ 3.การขนส่งน้ำมันออกนอกเส้นทางเพื่อกักตุน

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้กำลังทำการตรวจสอบขยายผลว่าเกี่ยวข้องกับบุคคลใดหรือกลุ่มที่ทำผิดกฎหมายใดบ้าง เกี่ยวกับปริมาณของน้ำมันของเรือขนส่งทางทะเล เราเชื่อว่ามีการลักลอบขนถ่ายกลางทะเล ขณะนี้กำลังเร่งดำเนินการสอบสวน และขยายผล

นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า ส่วนความผิดปกติที่ได้รับการตรวจพบจากการรายงานปริมาณน้ำมัน จากหน่วยตรวจสอบคือกรมเจ้าท่า และกรมธุรกิจพลังงานกับข้อมูลปริมาณน้ำมันที่ออกจากโรงกลั่นที่ได้จากการจัดเก็บภาษีสรรพสามิต โดยจะตรวจสอบยืนยันจากฐานข้อมูลการเดินเรือของ ศร.ชล. และจะขยายผลการตรวจสอบจากทางบกไปยังประเทศเพื่อนบ้านว่ามีการดำเนินการที่ผิดเงื่อนไข เช่น มีการส่งออกน้ำมันเกินที่ได้ขออนุญาตไว้หรือไม่

"การกระทำทั้งหมดเป็นการค้ากำไรเกินควร จากราคาน้ำมันที่สูงขึ้นในห้วงเวลาที่เกิดวิกฤตพลังงานโลก ทำให้รัฐบาลต้องใช้เงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงชดเชยราคาส่วนต่างของต้นทุนมากขึ้น จนถึงปัจจุบันกองทุนน้ำมันได้ชดเชยทำให้เกิดการขาดทุนกว่า 50,000 ล้านบาท ซึ่งเงินที่เอาไปสนับสนุนให้กองทุนน้ำมันลิตรละ 17 บาท เรามีเจตนารมณ์ที่ต้องการสนับสนุนประชาชนผู้ใช้น้ำมันที่เป็นคนไทย และผู้สัญจรตามท้องถนน ไม่ใช่สนับสนุนให้เกิดการกักตุนลักลอบน้ำมันของไทยไปขายยังต่างประเทศ จึงเป็นความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องดำเนินการปราบปรามเรื่องพวกนี้อย่างเด็ดขาด เพราะถือเป็นการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ และเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เกิดสภาวะการขาดน้ำมันทั่วประเทศในช่วงที่ผ่านมา"

นายอนุทิน กล่าวว่า ตนจะมอบหมายให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้ตรวจสอบขยายผลเป็นคดีพิเศษ และดำเนินคดีอย่างเฉียบพลันต่อไป ในฐานะหัวหน้ารัฐบาลขอยืนยันต่อประชาชน ว่ารัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจต่อปัญหาความเดือดร้อน และให้หน่วยงานที่มีหน้าที่ตรวจสอบดำเนินการอย่างเต็มที่ เพื่อทำให้สังคมได้ทราบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น และหลังจากนี้จะใช้มาตรการเชิงป้องกันในการเฝ้าระวังจากสิ่งที่ได้ตรวจพบ ควบคู่กับการดำเนินคดีอย่างเฉียบขาดต่อไป

นายอนุทิน ย้ำว่า ตนมีข้อสั่งการให้รมว.ยุติธรรม และรมว.กลาโหม ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เราเห็นแล้วว่าในยุคที่มีวิกฤตขนาดนี้ยังมีคนที่พยายามเอาเปรียบประชาชน เห็นแก่เล็กน้อยสร้างความเดือดร้อนเพิ่มภาระให้ประชาชน เป็นเหตุผลที่เราต้องร่วมมือกันดำเนินการเรื่องนี้อย่างเด็ดขาด คาดว่าจะสามารถหยุดการกระทำอันผิดกฎหมายนี้ได้ หากทำได้สำเร็จผลที่จะเกิดขึ้นคือ น้ำมันที่ใช้กันปกติก่อนวันที่ 1 มี.ค.2569 ที่ใช้อยู่ประมาณ 67 ล้านลิตรต่อวัน แต่เมื่อเกิดวิกฤตการสู้รบในตะวันออกกลาง รัฐบาลพยายามทำให้สถานการณ์เป็นปกติไม่ให้มีน้ำมันขาดแคลน แต่ปรากฏว่าปริมาณเพิ่มขึ้นจาก 67 ล้านลิตร เป็นเกือบ 90 ล้านลิตรต่อวัน แสดงว่ามีการซื้อขายน้ำมันออกจากระบบจำนวนมาก

นายอนุทิน กล่าวว่า ส่วนที่เกินไปเกือบ 20 ล้านลิตร เมื่อตรวจสอบจากระบบเศรษฐกิจ ระบบการผลิต และภาคอุตสาหกรรม ไม่มีสิ่งบอกเหตุใดๆ ว่าในช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมาจะต้องใช้น้ำมันมากถึงขนาดนี้ จึงสันนิษฐานว่าจะต้องเกิดการลักลอบกักตุนเกิดขึ้น รัฐบาลจึงบูรณาการทีมปราบปรามตรวจสอบจนพบว่ามีสิ่งผิดปกติ ขอย้ำว่ารัฐบาลพยายามทำทุกวิถีทางที่จะทำให้ปริมาณน้ำมันในประเทศถูกควบคุม และใช้ในประเทศให้มากที่สุด

นายฯ กล่าวว่า ขอให้ความมั่นใจว่ารัฐบาลจะดำเนินการในทุกส่วน ทั้งส่วนที่จะต้องช่วยเหลือประชาชน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องค่าน้ำมันก็ดำเนินการอยู่ รวมถึงการสร้างความมั่นใจว่าจะมีน้ำมันให้ประชาชนได้เติมในรูปแบบการใช้งานปกติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงวันหยุดสงกรานต์ ขอให้เชื่อมั่นว่าจะมีน้ำมันรูปแบบต่างๆ ให้บริการประชาชนได้อย่างปกติ ขอประชาชนว่าอย่าตื่นตระหนกว่าน้ำมันจะขาด ถ้าเราใช้ปกติไม่ไปใส่เผื่อถังหรือแกลลอนไปตุนเอาไว้ น้ำมันจะมีให้บริการเหมือนกับทุกปี ซึ่งปีนี้มีการป้องกันโดยการประสานงานไปยังผู้ประกอบการตามมาตรา 7 และ มาตรา 10 ให้สแตนด์บายรถขนส่งน้ำมันในช่วงเทศกาลสงกรานต์มากเป็นพิเศษ ปกติจะมีการกำหนดเวลาขนส่งน้ำมันเอาไว้

แต่ในกรณีของปีนี้เพื่อให้ประชาชนคลายความกังวลมากที่สุด จึงมีการยกเว้นระเบียบให้รถขนส่งน้ำมันว่าถ้ามีการร้องขอจากสถานีบริการน้ำมันต่างๆ ในเวลาใดก็ตามจะเติมได้อย่างทันทุกที แต่ถ้าทุกคนกังวลไปตุนเติมใส่ถังใส่แกลลอนกลับบ้าน จะทำให้เกิดการขาดน้ำมันที่ให้บริการแน่นอน จึงขอให้ทุกคนใช้ตามภาวะปกติ ขอให้ทุกท่านได้เตรียมวางแผนการกลับภูมิลำเนาไปฉลองกับครอบครัวให้มีความสุข ส่วนรัฐบาลจะดำเนินการป้องกันปราบปรามดำเนินคดี ซึ่งทุกคนที่เกี่ยวข้องมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ มีความซื่อสัตย์สุจริต มีความมุ่งมั่นที่จะป้องกันปราบปรามไม่ให้เกิดการกระทำที่ผิดกฎหมาย โดยเฉพาะการกระทำที่เอารัฐเอาเปรียบประชาชนในสถานการณ์ที่เป็นภาวะวิกฤตพลังงาน

นายอนุทิน กล่าวอีกว่า ศบก.ที่ถูกตั้งโดยคำสั่งของนายกรัฐมนตรี และรัฐบาล ที่กำลังจะสิ้นสุดวาระลง ซึ่งในสัปดาห์หน้าจะมีการตั้งศบก.ชุดใหม่ขึ้นตามกฏหมายทุกอย่าง ศบก.รองแรกเน้นเรื่องการบริหารจัดการว่าจะต้องมีปริมาณน้ำมันเพียงพอต่อการใช้ในประเทศไม่ให้มีการขาดแคลน ขณะที่ ศบก. ชุดรัฐบาลที่กำลังจะเข้ามานี้จะเน้นมาตรการช่วยเหลือประชาชน เน้นการบริหารจัดการปรับโครงสร้างพลังงานให้สอดคล้องกับภาวะปัจจุบัน ซึ่งจะมีภารกิจเพิ่มเติมมากขึ้นกว่า ศบกฆ ชุดเดิมเรียกได้ว่าเป็นศบก.พลัส ที่จะมีภารกิจเพิ่มเติมอีกหลายระดับที่จะต้องประคับประคองสถานการณ์นี้ต่อไป

ทั้งนี้ ประเทศไทยไม่มีทรัพยากรน้ำมันเป็นของตัวเองต้องพึ่งพาการนำเข้าอย่างเดียว แต่เรามีโรงกลั่น สิ่งเดียวที่สามารถสร้างความมั่นใจให้พี่น้องประชาชนได้คือ เรามีโรงกลั่นมีหน่วยงานที่ถือหุ้นโดยกระทรวงการคลัง เช่น ปตท. และบริษัทในเครือ มีการประสานงานเชื่อมข้อมูลต่างๆที่มีอยู่ เป็นการสร้างความมั่นใจว่ามีช่องทางที่จะหาน้ำมันดิบเข้ามากลั่นให้เป็นปกติที่สุดเท่าที่ทำได้ ซึ่งความสามารถในการกลั่นของประเทศไทยมีอยู่ประมาณ 80 ล้านลิตรต่อวัน

แต่ทุกวันนี้ด้วยความกังวลทำให้ปริมาณเพิ่มขึ้นเป็น 85-86 ล้านลิตรต่อวัน ขณะนี้เราสั่งน้ำมันดิบโดยคอนเฟิร์มออเดอร์ไปแล้ว โดยจะมีการส่งเข้ามาเป็นปกติไปจนถึงต้นเดือนมิ.ย.แล้ว ซึ่งจะใช้วิธีการจัดซื้อหาน้ำมันดิบจากภูมิภาคอื่นๆ ด้วย ซึ่งมีการติดต่อกันอยู่ตลอดเวลา ขอให้เชื่อมั่นว่ารัฐบาลดำเนินการทุกวิถีทาง บางทีไม่ได้พูดไม่ได้แถลงออกมาเยอะ เพราะบางเรื่องเป็นความลับที่จะต้องมีความมั่นใจก่อน ว่าเราปฏิบัติได้ปฏิบัติสำเร็จแล้วไม่ให้เกิดข่าวรั่วไหลจึงจะออกมาแจ้ง ไม่ได้มีอะไรซ่อนเร้นปกปิดข้อมูลใดๆกับพี่น้องประชาชนเลยแม้แต่นิดเดียว และขอให้มั่นใจว่ารัฐบาลคำนึงถึงประชาชนเป็นลำดับแรกเสมอ และจะเป็นเช่นนี้ตลอดไป

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : อนุทิน เผยพบขบวนการกักตุน-ค้ากำไรเกินควร-ลักลอบส่งออกน้ำมัน แฉลอยเรือกลางทะเล รอน้ำมันราคาขึ้น

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...