นักวิเคราะห์มอง ราคาน้ำมัน ปรับขึ้น 6 บาท ต้นทุนกลุ่มค้าปลีกพุ่ง 2-3 %
นักวิเคราะห์มอง ราคาน้ำมัน ปรับขึ้นพรวดเดียว 6 บาท ทำต้นทุนกลุ่มค้าปลีกพุ่ง 2-3 % จากโลจิสติกส์ที่สูงขึ้น หุ้นปั้มน้ำมัน PTG,OR รับผลบวก
ราคาน้ำมันปรับขึ้น 6 บาทต่อลิตรทุกชนิด มีผลตั้งแต่วันที่ 26 มี.ค.เป็นต้นไป มาดูกันว่าเป็นบวกและเป็นลบกับหุ้นกลุ่มไหนบ้าง
บล.ธนชาต มองว่าเป็น “บวก” โดยตรงกับกลุ่มสถานีบริการน้ำมัน อย่าง PTG ,OR ช่วยลดแรงกดดันการแทรกแซงจากภาครัฐและลดภาระกองทุนน้ำมัน รวมถึงเป็น “บวก” ทางอ้อมกับกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากการเร่งลงทุนโครงสร้างพลังงานสะอาด อย่าง GUNKUL GULF STECON CK
แต่จะเป็น “ลบ” กับกลุ่มบริโภคจากกำลังซื้อที่ลดลง และกลุ่มที่มีต้นทุนเป็นน้ำมัน อย่าง MTC TIDLOR SAWAD THANI ASK DOHOME GLOBAL BA AAV TOA SJWD WICE
บล.ดาโอ มองว่า กลุ่มค้าปลีกได้รับผลกระทบจากต้นทุนโลจิสติกส์ที่สูงขึ้น (ต้นทุนเฉลี่ย 2-3% ของยอดขาย) เเละคาดยอดขายสินค้าฟุ่มเฟือย เช่น แฟชั่น และกลุ่มธุรกิจค้าปลีกสินค้าคงทน (hardline) ชะลอตัว ตามกำลังซื้อที่หดตัวจากภาวะต้นทุนพลังงาน (CRC, GLOBAL, HMPRO)
ขณะกลุ่มสินค้าจำเป็นอาจปรับจากพฤติกรรม "ซื้อใกล้บ้าน" (CPALL, BJC) เป็น "ซื้อยกแพ็ค" (CPAXT) ในภาพรวมกลุ่มค้าปลีก คาด ticket size (ยอดซื้อเฉลี่ยต่อบิล)ขยายตัวชั่วคราวจากการกักตุนสินค้า เเต่ foot traffic (คนเดินห้าง)หดตัวจากการประหยัดต้นทุนเดินทาง
กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค( FMCG) ได้รับผลกระทบจากต้นทุนค่าขนส่งโดยสัดส่วนต้นทุนอยู่ที่ 2-3% ของต้นทุนสินค้าที่ขาย (COGS) หุ้นที่ได้รับผลกระทบได้แก่ OSP, CBG, NEO และ SAPPE และกลุ่มบริการก่อสร้าง (Neutral) เนื่องจากมีต้นทุนน้ำมันคิดเป็นราว 1-2% ของ COGS และกลุ่มท่องเที่ยวได้รับผลกระทบจากการเดินทางท่องเที่ยวที่จะลดลง โดยเรียงลำดับตามสัดส่วนโรงแรมในประเทศจากมากไปน้อย ได้แก่ ERW, CENTEL, MINT, SHR
นอกจากนี้ SJWD จะได้รับผลกระทบจากต้นทุนการขนส่งที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตามบริษัทสามารถส่งผ่านต้นทุนดังกล่าวไปยังลูกค้าได้เป็นส่วนใหญ่