สงกรานต์น้ำมันแพง บททดสอบความอดทน ‘คนไกลบ้าน’
คอลัมน์: ชั้น 5 ประชาชาติ ผู้เขียน: สุวัฑ แซงลาด
ภาพชินตาที่สถานีกรุงเทพอภิวัฒน์หรือท่ารถหมอชิตในช่วงกลางเดือนเมษายน คือคลื่นมหาชนที่หอบหิ้วสัมภาระพะรุงพะรัง ในกระเป๋าใบใหญ่นั้นไม่ได้มีเพียงเสื้อผ้าชุดใหม่สำหรับพ่อแม่ หรือผ้าถุงผืนสวยฝากป้าข้างบ้าน แต่ทุกอณูถูกบรรจุไว้ด้วย ‘ความคิดถึง’ ที่สั่งสมมาตลอดทั้งปี
โดยเฉพาะพี่น้องชาวอีสานที่จำต้องละทิ้งถิ่นฐานบ้านนา เข้ามาขายแรงงานในเมืองใหญ่ หลายคนจากบ้านมาตั้งแต่อายุยังน้อย บนเส้นทางที่ไม่ได้โรยด้วยกลีบดอกไม้ แต่มี ‘ความหวังของครอบครัว’ เป็นแรงผลักดัน สำหรับพวกเขา ‘สงกรานต์’ ไม่ใช่แค่การสาดน้ำรื่นเริง แต่มันคือ ‘วันเติมพลังใจ’ คือการกลับไปกราบไหว้สรงน้ำอัฐิบรรพบุรุษตามประเพณี เพื่อขอพรให้มีแรงสู้ต่อในเมืองใหญ่
เปิดสถิติ 5 ปีความผันผวนราคาน้ำมัน
บนเส้นทางถนนมิตรภาพและขบวนรถที่มุ่งหน้าสู่มาตุภูมิปีนี้ เสียงถอนหายใจดูจะดังกว่าเสียงเพลงที่เปิดคลอบนรถระหว่างเดินทาง เมื่อกางสถิติราคาน้ำมันขายปลีกในเขตกรุงเทพฯ ย้อนหลัง 5 ปี จะเห็นภาพชัดเจนว่าเหตุใด ‘กำแพงความยากจน’ ถึงดูสูงชันขึ้นมากในปีนี้
หากย้อนไปใน ปี 2565 แก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ราว 38.25 บาท และดีเซลถูกตรึงไว้ที่ 29.94 บาท ท่ามกลางจุดเริ่มของวิกฤตรัสเซีย-ยูเครน ต่อมา ปี 2566 แม้เศรษฐกิจเริ่มฟื้นไข้จากโควิด แต่ดีเซลกลับขยับขึ้นมาที่ 32.94 บาท จนถึง ปี 2567 ที่แก๊สโซฮอล์ 95 พุ่งเกือบ 40 บาท ขณะที่รัฐพยายามประคองดีเซลไว้ที่ 30.44 บาท
กระทั่งความผันผวนของกองทุนน้ำมันใน ปี 2568 บีบให้ดีเซลดีดกลับไปยืนที่ 32.94 บาทอีกครั้ง และมาถึงจุดวิกฤตที่สุดใน สงกรานต์ปี 2569 เมื่อราคาดีเซลทะยานแตะหลัก 50 บาท/ลิตร (ก่อนจะมีการปรับลดลงชั่วคราวก่อนช่วงเทศกาล) ตัวเลขเหล่านี้ไม่ใช่แค่สถิติ แต่มันคือต้นทุน ‘ค่าความคิดถึง’ ที่คนไกลบ้านต้องจ่ายแพงขึ้นในทุกกิโลเมตรที่มุ่งหน้ากลับไปหาครอบครัว
บททดสอบความอดทนของ ‘คนไกลบ้าน’
ตัวเลขน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นกลายเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้ “โอกาส” ของบางคนดูริบหรี่ลง สอดคล้องกับผลสำรวจล่าสุดของ “สวนดุสิตโพล” ที่สะท้อนว่าประชาชนเริ่ม ‘รับไม่ไหว’ และเลือกที่จะลดกิจกรรมรื่นเริงลง หลายครอบครัวจำใจต้อง ‘งดกลับบ้าน’ เพราะค่าเดินทางของบางคนอาจกินพื้นที่เกือบครึ่งหนึ่งของเงินเดือนที่หามาได้
ค่าน้ำมันที่ไม่เพียงแต่กระทบการเดินทาง แต่ยังลามไปถึง ‘ต้นทุนสินค้า’ ที่ปรับตัวสูงขึ้นเป็นลูกโซ่ ทำให้สงกรานต์ปีนี้ดูจะ ‘กร่อย’ กว่าปีไหนๆ ผู้คนต้องระมัดระวังการใช้จ่ายท่ามกลางกระแสข่าววิกฤตพลังงานโลกที่อาจบีบให้ต้องมีการจำกัดเวลาบริการน้ำมันในช่วงหลังเทศกาล
สงกรานต์ที่ ‘กร่อย’ กว่าปีไหนๆ
บรรยากาศการท่องเที่ยวและการเดินทางในปีนี้จึงดูซบเซาลงอย่างเลี่ยงไม่ได้ ความระมัดระวังในการใช้จ่ายทำให้ความคึกคักของเทศกาลจางลง สงกรานต์ที่เคยควรจะเป็นวันแห่งความรื่นเริง กลับกลายเป็นบททดสอบความอดทนครั้งสำคัญของคนไทย ท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจที่ยังคงโถมกระหน่ำ
ในขณะที่ใจเรียกร้องอยากกลับบ้านไปสัมผัสไอดินกลิ่นบ้านนา แต่โลกความเป็นจริงที่ขับเคลื่อนด้วยราคาน้ำมันกลับฉุดรั้งให้หลายคนต้องติดอยู่ในเมืองใหญ่ เป็นความทุกข์ของคนไกลบ้านที่ต้องสู้ต่อ… ในวันที่ความคิดถึงมีราคาที่ต้องจ่ายแพงกว่าที่เคย
คำถามถึง ‘ทางออก’ ที่ไม่ใช่แค่การอดทน
สุดท้ายแล้ว สงกรานต์ปี 2569 อาจไม่ใช่แค่บททดสอบความอดทนของประชาชนเพียงอย่างเดียว แต่เป็นคำถามตัวโตส่งตรงไปยัง‘กลไกการแก้ปัญหาของภาครัฐ’ ว่าในวันที่โครงสร้างราคาพลังงานยังคงเป็นปริศนา และค่าครองชีพวิ่งแซงหน้าค่าแรงไปไกล
รัฐจะมีมาตรการรับมือที่ยั่งยืนกว่าการขอความร่วมมือให้ประหยัด หรือการอุดหนุนแบบชั่วครั้งชั่วคราวได้อย่างไร?
และในวันที่ ‘ความคิดถึง’ กลายเป็นต้นทุนที่แพงเกินเอื้อม จนประชาชนต้องจำยอมลดละหน้าที่ทางกตัญญูและประเพณีลงเพื่อความอยู่รอด เรากำลังยอมรับให้ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจมาช่วงชิง ‘ความสุขทางใจ’ ชิ้นสุดท้ายของคนไทยไป… อย่างนั้นหรือ?
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สงกรานต์น้ำมันแพง บททดสอบความอดทน ‘คนไกลบ้าน’
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net