โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อย่าเพิ่งทิ้ง! ไขความลับ "จุดดำบนเปลือกส้ม" และ 4 ความเข้าใจผิดเรื่องผักเน่า

sanook.com

เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Sanook
“จุดดำบนส้ม” คืออะไร กินได้ไหม? และ 4 ความจริงของผักและเห็ดที่มักถูกเข้าใจผิด“จุดดำบนส้ม” คืออะไร กินได้ไหม? และ 4 ความจริงของผักที่มักถูกเข้าใจผิด

“จุดดำบนส้ม” คืออะไร กินได้ไหม? และ 4 ความจริงของผักที่มักถูกเข้าใจผิด

บ่อยครั้งที่เราเปิดตู้เย็นแล้วพบว่าผักหรือผลไม้ที่ซื้อมามีสีเปลี่ยนไป หรือมีจุดประหลาดเกิดขึ้น จนทำให้เกิดความไม่แน่ใจว่า "เสียหรือเปล่า" หรือ "กินได้ไหม" สุดท้ายหลายคนเลือกที่จะทิ้งไปเพราะกลัวอันตราย แต่รู้หรือไม่ว่ารอยเปลี่ยนเหล่านั้นบางครั้งอาจเป็นสัญญาณของความอร่อย หรือเป็นเพียงกลไกธรรมชาติของพืชที่ไม่ได้ส่งผลเสียต่อสุขภาพเลย

เว็บไซต์ Grape Japan ได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับลักษณะปรากฏของวัตถุดิบที่มักถูกเข้าใจผิด พร้อมวิธีแยกแยะระหว่างลักษณะตามธรรมชาติกับสัญญาณของการเน่าเสียที่แท้จริง เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถตัดสินใจได้อย่างถูกต้องและลดการทิ้งอาหารโดยไม่จำเป็น

iStockphoto

จุดสีดำบนเปลือกส้มและมะนาวไม่ใช่เรื่องน่ากลัว

บนเปลือกของส้มหรือมะนาว มักพบจุดสีดำที่มีลักษณะคล้ายเขม่าคราบสกปรก หรือเป็นสะเก็ดแผลเล็กๆ กระจายอยู่ทั่วไป หลายคนกังวลว่านี่คือโรคพืชที่ลุกลามเข้าไปถึงเนื้อข้างในหรือไม่ แต่ในความเป็นจริงแล้ว จุดเหล่านี้มักเกิดจากปรากฏการณ์ทางธรรมชาติหรือแมลงที่ผิวเปลือก ซึ่งแทบไม่มีผลกระทบต่อรสชาติและความปลอดภัยของเนื้อส้มด้านในเลย

หากเนื้อข้างในยังคงมีกลิ่นหอมสดชื่นและไม่มีเมือก ส้มลูกนั้นยังสามารถรับประทานได้ตามปกติ อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ควรระวังจริงๆ คือกลิ่นที่ผิดปกติหรือการเปลี่ยนแปลงของสีเนื้อที่ดูช้ำแฉะ ซึ่งนั่นคือสัญญาณเตือนว่าเริ่มมีการเน่าเสียเกิดขึ้นแล้ว

iStockphoto

4 ความจริงของผักที่มักถูกเข้าใจผิด

นอกจากส้มแล้ว ยังมีวัตถุดิบประกอบอาหารอีกหลายชนิดที่มีรูปลักษณ์ชวนให้เข้าใจผิด ดังนี้

  • เห็ดแชมปิญองที่มีครีบใต้หมวกสีดำ: หลายคนคิดว่าเห็ดเริ่มเก่า แต่รอยคล้ำใต้หมวกเห็ดมักเป็นสัญญาณว่าเห็ดโตเต็มที่และอยู่ในช่วงที่ให้กลิ่นรสเข้มข้นที่สุด
  • แป้งสีขาวบนผิวกะหล่ำปลี: บางคนกังวลว่าเป็นยาฆ่าแมลงตกค้าง แต่จริงๆ แล้วคือสารเคลือบตามธรรมชาติที่พืชสร้างขึ้นเพื่อป้องกันการสูญเสียน้ำและปกป้องตัวเอง
  • ปุยสีขาวบนเห็ดหอมหรือเห็ดเข็มทอง: มักถูกเข้าใจผิดว่าเป็นรา แต่แท้จริงแล้วคือเส้นใยของตัวเห็ดเองที่เจริญเติบโตออกมา สามารถรับประทานได้โดยไม่เป็นอันตราย
  • สีของพืชที่เปลี่ยนตามอุณหภูมิ: ผักบางชนิดอาจมีการเปลี่ยนสีเล็กน้อยเมื่ออยู่ในอุณหภูมิตู้เย็นที่เย็นจัด ซึ่งเป็นการตอบสนองต่อความเย็นไม่ใช่การเน่าเสีย

การสังเกต "กลิ่น" และ "สัมผัส" เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการตัดสินใจ หากผักหรือเห็ดมีกลิ่นเหม็นเปรี้ยว มีเมือกเหนียว หรือเนื้อยุ่ยเละ นั่นคืออาการเน่าเสียที่ควรทิ้งทันที แต่หากมีเพียงจุดด่างดำภายนอกหรือปุยขาวเล็กน้อย การตัดส่วนนั้นออกหรือล้างทำความสะอาดก็เพียงพอที่จะนำมาปรุงอาหารต่อได้อย่างปลอดภัย

การมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับลักษณะทางธรรมชาติของวัตถุดิบ จะช่วยให้เราไม่ต้องทิ้งอาหารดีๆ ไปอย่างน่าเสียดาย และยังช่วยให้การทำอาหารในแต่ละมื้อเต็มไปด้วยความมั่นใจมากยิ่งขึ้น

แหล่งอ้างอิง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...