โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

"เทพไท" ผ่า "ขบวนการสีน้ำเงิน" กินรวบประเทศ เตือน "อนุทิน" ระวังพังเพราะ "วิกฤตพลังงาน"

สยามรัฐ

อัพเดต 50 นาทีที่แล้ว • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

">

หมายเหตุ : “เทพไท เสนพงศ์” นักวิเคราะห์การเมือง ให้สัมภาษณ์รายการ “สยามรัฐสัปดาหวิจารณ์” ทางช่องยูทูบ Siamrathonline ฉายภาพการเมืองไทย เอาไว้อย่างน่าสนใจ ทั้งในปีก “รัฐบาล” ที่ทุกอย่างกำลังเดินหน้าไป โดย “ขบวนการสีน้ำเงิน” ที่กินรวบทั้งหมด ชณะที่ “ฝ่ายค้าน” สามพรรคหลัก จะแสดงฝีมือ “ตรวจสอบ” รัฐบาลใหม่ “292 เสียง” ได้อย่างเต็มที่หรือไม่

นอกจากนี้ รัฐบาลใหม่ กำลังเจอกับบทพิสูจน์ฝีมือสำคัญ คือ “วิกฤตพลังงาน” ผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลาง ที่ไทยไม่อาจหลีกเลี่ยง เช่นเดียวกับอีกหลายประเทศ ได้อย่างไร เพราะเรื่องนี้กระทบกับประชาชนทั้งทางตรงและทางอ้อม

- เราจะเห็นได้ว่าขั้นตอนทุกอย่างรวดเร็วมากจนมีการตั้งข้อสังเกตว่าเป็น Fast Track ตั้งแต่การเลือกประธานสภาฯ จนมาถึงการโหวตนายกฯคนใหม่

กระบวนการนี้เรียกว่าการ "รวบหัวรวบหาง" เพื่อให้สอดคล้องกับแนวทางที่ "ครูใหญ่" วางไว้ เริ่มตั้งแต่ กกต. รับรอง สส. 499 คนภายในเวลาเพียง 20 กว่าวันเพื่อให้เปิดประชุมสภาได้ทัน

มีการนัดประชุมเลือกประธานสภาในวันอาทิตย์ที่ 15 มีนาคม ซึ่งผิดธรรมเนียมปฏิบัติที่มักจะประชุมวันธรรมดา และมีการวางกำหนดโหวตนายกรัฐมนตรีไว้วันที่ 19 มีนาคม ทั้งที่ยังไม่ได้โหวตเลือกประธานสภา

เป้าหมายคือต้องการให้ทุกอย่างเสร็จก่อนสงกรานต์เพื่อ กดดันศาลรัฐธรรมนูญ ที่กำลังพิจารณาเรื่อง QR Code และบาร์โค้ดในบัตรเลือกตั้ง เพื่อให้รู้สึกว่าบ้านเมืองเดินหน้าไปไกลแล้วจนถอยหลังไม่ได้ ทั้งที่ผลสำรวจประชาชน 44.81% เห็นว่าไม่ควรรีบจัดตั้งรัฐบาลแต่ควรรอความชัดเจนจากศาลก่อน

-การที่ "ขบวนการสีน้ำเงิน" คุมทั้งสภาล่าง สภาสูง และ ครม. จะเกิดอะไรขึ้นตามมา

ปัจจุบัน สีน้ำเงินคุมกระดานการเมืองไทยทั้งหมด หรือ "กินรวบ" ตั้งแต่ สว. สีน้ำเงิน ประมาณ 150 คน, สส. ที่มีพรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำ, ครม. และองค์กรอิสระ 6-7 องค์กรที่มาจากการสรรหาของ สว. ชุดนี้

สิ่งนี้เป็นผลมาจากความผิดพลาดของรัฐธรรมนูญปี 2560 ที่มีความซับซ้อนจนถูกคนฉลาดแกมโกงเข้าไปวางแผนเจาะระบบและจัดการได้หมด

สำหรับประชาชนทั่วไปมองว่าการไม่มีการถ่วงดุลหรือตรวจสอบที่จริงจังจะทำให้ประเทศชาติเสียประโยชน์ ในขณะที่พรรคการเมืองนี้แสดงออกอย่างทรนงโดยการใส่เสื้อสีน้ำเงินทั้งพรรคในวันประชุมสภาวันแรกเพื่อประกาศว่าตนเองครองประเทศในยุคนี้

- หากเปรียบเทียบกับสมัยคุณทักษิณ ชินวัตร ที่เคยถูกวิจารณ์ว่ามีอำนาจเบ็ดเสร็จเหมือนกัน สถานการณ์ในตอนนี้มีความเหมือนหรือต่างกันอย่างไร

ระบอบทักษิณกับขบวนการสีน้ำเงินมีความแตกต่างกันในเชิงโครงสร้าง โดย ระบอบทักษิณ จะใช้วิธีการ "แทรกแซง" องค์กรอิสระและ สว. ที่มาจากการเลือกตั้ง ด้วยการส่งคนเข้าไปหรือใช้ปัจจัยสนับสนุนเป็นรายบุคคลเพื่อให้เป็นฐานเสียงซัพพอร์ตฝ่ายการเมือง เปรียบเหมือนการ "ซื้ออาหารสำเร็จรูป" ที่มีอยู่แล้ว แต่ ขบวนการสีน้ำเงิน ใช้วิธี "ปรุงเอง" คือจัดตั้งและจัดการเองทั้งหมดตั้งแต่ระดับอำเภอจนถึงระดับชาติ ทำให้ได้ สว. มาเป็นก้อนใหญ่ประมาณ 150 คนที่โหวตไปในทิศทางเดียวกันอย่างแนบแน่น ขบวนการสีน้ำเงินจึงมีความเข้มแข็งและน่ากลัวกว่า เพราะสามารถสวมรอยให้ฝ่ายอนุรักษนิยมมายืนเคียงข้างเป็นแบ็คหลังให้ได้ ในขณะที่ระบอบทักษิณมักถูกฝ่ายอนุรักษนิยมต่อต้านอย่างรุนแรง

- อะไรคือปัจจัยที่ทำให้พรรคภูมิใจไทยและพรรคสีน้ำเงินก้าวขึ้นมาเป็นหัวขบวนทางการเมืองได้ในรอบนี้

เกิดจากการที่พรรคฝ่ายอนุรักษนิยมเดิมล่มสลาย พรรคภูมิใจไทยจึงได้สวมรอยเป็นหัวขบวนแทน และคุณอนุทินก็ได้ขึ้นเป็นนายกฯ แบบ "ตกกระไดพลอยโจร" ชัยชนะที่ได้ สส. ถึง 191 เสียง ไม่ได้เกิดจากนโยบายหรือความศรัทธาในตัวคุณอนุทิน

เพราะในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาเขาไม่ได้ขึ้นเวทีดีเบตเลยแม้แต่เวทีเดียว เช่นเดียวกับพรรคกล้าธรรมที่หัวหน้าพรรคไม่ดีเบตแต่กลับได้ สส. เขตจำนวนมาก สะท้อนให้เห็นว่าประชาชนเลือกจาก "ปัจจัยอื่น" มากกว่าการขายอุดมการณ์หรือนโยบายในสภา

- ดุลอำนาจภายในพรรคเพื่อไทยระหว่าง "คุณทักษิณ" กับกลุ่มขั้วอำนาจใหม่ในปัจจุบันเป็นอย่างไร

สภาพของพรรคเพื่อไทยในวันนี้ไม่เหมือนเดิม ในอดีตมีคุณทักษิณหรือ "นายใหญ่" เป็นเจ้าของบริษัทแต่เพียงผู้เดียว และสมาชิกคนอื่นเป็นเพียงหุ้นส่วนเล็ก ๆ แต่ปัจจุบันพรรคถูก "เทคโอเวอร์" โดย "กลุ่มอาเจ็ก" ผู้ถือหุ้นใหญ่หรือตู้ ATM เคลื่อนที่ ในช่วงที่คุณทักษิณต้องโทษและวางมือทางการเมืองไปชั่วคราว, ดุลอำนาจจึงเปลี่ยนมือไปอยู่ที่กลุ่มอาเจ็ก เห็นได้ชัดจากการจัดสรรโควตารัฐมนตรีที่พรรคภูมิใจไทยมอบให้ 8 ตำแหน่ง ซึ่งกระทรวงเกรดเออย่าง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตกไปอยู่ในมือของกลุ่มอาเจ็กแบบเบ็ดเสร็จ ในขณะที่สายตรงบ้านจันทร์ส่องหล้าอย่างคุณยศนันท์กลับได้คุมกระทรวงขนาดเล็กอย่าง อว. แทน

-หลังจากคุณทักษิณได้รับการพักโทษในช่วงเดือนพฤษภาคม ประเมินบทบาททางการเมืองของท่านไว้อย่างไร

เป็นเรื่องยากที่คุณทักษิณจะวางมือทางการเมืองอย่างแท้จริง เนื่องจากท่านเป็นคนที่มีความเชื่อมั่นในตัวเองสูงและยังมีปัญหาการเมืองที่คั่งค้างอยู่ ทั้งเรื่องคดีความและเป้าหมายที่ยังไม่ประสบความสำเร็จ, หากท่านเฟดตัวออกไป การเมืองของท่านจะได้รับผลกระทบและจะไม่ปลอดภัย

แม้บทบาทในอนาคตอาจจะไม่ห้าวหาญหรือโลดโผนเหมือนการขึ้นเวทีปราศรัยในอดีต แต่คุณทักษิณจะยังคงเป็น "ศูนย์กลางอำนาจ" ของฝ่ายพรรคเพื่อไทยต่อไป โดยเชื่อว่าจะสามารถตกลงและทำงานร่วมกับกลุ่มอาเจ็กได้ เพราะทั้งสองฝ่ายไม่ใช่คนแปลกหน้าต่อกัน โดยอาเจ็กเคยเป็นอดีตเลขาธิการพรรคให้คุณทักษิณมาก่อน

- ท่าทีของมวลชนคนเสื้อแดงที่เป็นสาวกคุณทักษิณต่อสถานการณ์การจัดตั้งรัฐบาลครั้งนี้เป็นอย่างไร

มวลชนคนเสื้อแดงที่เคยร่วมเป็นร่วมตายและมีความเหนียวแน่นกับพรรคเพื่อไทยมาตลอด ตั้งแต่เหตุการณ์ปี 2553 กำลังมีความรู้สึกเจ็บใจและไม่พอใจอย่างมากกับการตัดสินใจของพรรค, มีกระแสความผิดหวังจากการที่พรรคเพื่อไทย "กระโดดข้ามขั้ว" และยอมยกมือสนับสนุนให้กลุ่มที่พวกเขาเคยเรียกว่าเป็นโจทย์ทางการเมืองขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรี, ความรู้สึกเหล่านี้ถูกสะท้อนผ่านแกนนำมวลชนบางกลุ่มที่มองว่าพรรคเพื่อไทยในปัจจุบันน่ากลัวกว่าขั้วอำนาจอื่นที่เคยต่อสู้มาเสียอีก

- กรณีของ "สมศักดิ์ เทพสุทิน" หากไม่ได้ตำแหน่งรัฐมนตรี รอบนี้ จะเป็นไปได้หรือไม่

คุณสมศักดิ์เป็นนักการเมืองที่ไม่เคยเป็นฝ่ายค้านเลยตลอดชีวิต และเป็นรัฐมนตรีมาแล้ว 17 ครั้ง สาเหตุที่อาจหลุดโควตาในรอบแรกเนื่องจากแรงบีบจาก กลุ่มโคราชที่ต้องการเก้าอี้เพิ่มให้กับคุณสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล จนเกิดคำถามในพรรคว่าทำไมกลุ่มโคราชถึงได้ถึง 2 ที่นั่ง การให้คุณสมศักดิ์ หลุดไปก่อนถือเป็นการ ลดแรงเสียดทานภายในพรรค

โดยคาดว่าจะมีการปรับ ครม. รอบ 2 เพื่อดึงเขากลับมาดำรงตำแหน่งอีกครั้ง เหมือนเหตุการณ์ในยุคของคุณเศรษฐาที่เขาเคยเริ่มต้นจากการเป็นรองนายกฯ "ขาลอย" ก่อนจะมาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข

-วันนี้ยังไม่มีรัฐบาลใหม่ แต่มีคนประเมินว่ารัฐบาลคุณอนุทินจะเอาตัวรอดจากวิกฤตพลังงานได้หรือไม่ เพราะกระทบปากท้องประชาชนมาก

คุณอนุทินเครดิตลดลงไปเยอะและกำลังติดกับดักตัวเองจากการหาเสียงที่บอกว่าประชาชนจะรวย แต่ความจริงทำไม่ได้ ที่ผ่านมาเขาเคยผ่านวิกฤตโควิดมาได้แม้จะมีปัญหาเรื่องการต่อแถวซื้อหน้ากากหรือรอฉีดวัคซีน แต่ครั้งนี้เป็นวิกฤตน้ำมัน ความอยู่รอดขึ้นอยู่กับปัจจัยภายนอกคือสถานการณ์สงครามว่ายืดเยื้อหรือไม่ หากสงครามยาวนานคุณอนุทินจะรับมือไม่ไหว

ทีมภาพลักษณ์หรือที่เรียกว่า "นางกวัก หรือ " 3 แม่ครัว" ที่คอยเรียกคะแนนจากชนชั้นกลางและฝ่ายอนุรักษนิยมจะแบกรับไม่ไหว หากราคาน้ำมันแพงจนต้องขึ้นราคาสินค้า ประชาชนจะเดือดร้อนและเกิดเสียงโวยวาย โรงงานต้องปิดกิจการและคนตกงาน แม้ขบวนการสีน้ำเงินจะวางโครงสร้างเพื่ออยู่ยาว 8 ปี หรือมากกว่านั้น แต่หากพ่ายแพ้สงครามตะวันออกกลาง (วิกฤตพลังงาน) ก็อาจอยู่ไม่ถึง 2 ปี

นอกจากนี้ แม้จะมีเสียงข้างมากในสภาทั้งสภาบนและสภาล่าง แต่หากประชาชนข้างนอกเห็นว่ามีการ "กินรวบ" ทางการเมืองและได้รับความไม่เป็นธรรม ก็จะลุกขึ้นมาสู้ผ่านแรงกดดันในสื่อโซเชียลหรือ "การชุมนุมในมือถือ" ซึ่งเป็นพลังที่ทำให้รัฐบาลอยู่ไม่ได้ ที่สำคัญคุณอนุทินไม่ใช่ผู้นำที่รอบรู้ทุกด้าน เมื่อมีปัญหาน้ำมันก็ไม่พูดแต่โยนให้คนอื่นตอบแทน ส่วนการจัดการเมืองเบื้องหลังคือ "ครูใหญ่" เป็นคนจัดการทั้งหมด คุณอนุทินจึงเปรียบเหมือน "เป็ด" ที่บินได้ แต่ไม่ไกล และว่ายน้ำได้ แต่ไม่เก่ง

-การทำหน้าที่ของฝ่ายค้านในสภาครั้งนี้จะมีความเป็นเอกภาพและทำงานหนักเพียงใด

ฝ่ายค้านในรอบนี้ไม่จำเป็นต้องมีความสามัคคีหรือมีเสถียรภาพเหมือนฝ่ายรัฐบาล เพราะโดยธรรมชาติคือกลุ่มคนที่ไม่ได้เป็นรัฐบาลต่างคนต่างทำหน้าที่เพื่อสร้างผลงานของตนเอง บางเรื่องอาจจับมือกันแพ็คทีมสู้ หรือบางเรื่องอาจแยกกันเคลื่อนไหวก็ได้ รัฐบาลไม่ควรประมาทฝ่ายค้านชุดนี้แม้จะมีข้อสงสัยเรื่องการส่งบางพรรคมาเป็นไส้ศึกเพื่อขัดขวางการทำงานของฝ่ายค้านก็ตาม

-จุดแข็งของพรรคประชาชนและพรรคประชาธิปัตย์ในการทำหน้าที่ฝ่ายค้านร่วมกันคืออะไร

พรรคประชาชนมีจุดแข็งเรื่องเด็กรุ่นใหม่ที่สามารถคุ้ยแคะหาข้อมูลและจับประเด็นได้เก่ง ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ยุคนี้มีความเข้มแข็งขึ้นเพราะมีคุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ซึ่งมีประสบการณ์เป็นผู้นำฝ่ายค้านมาหลายรอบเข้ามาเป็นตัวหลัก หากทั้งสองพรรคคุยกันได้จะทำให้การทำงานกลมกลืนกันมาก โดยอาศัยข้อมูลจากรุ่นใหม่ผสมผสานกับประสบการณ์และวิธีนำเสนอที่น่าสนใจของคุณอภิสิทธิ์ นอกจากนี้ ทั้งสองพรรคยังมีจุดยืนทางการเมืองที่คล้ายกันในเรื่องการทำเมืองสุจริตและไม่ซื้อเสียง

-เอาพรรคกล้าธรรม ไปไว้ตรงไหน

พรรคกล้าธรรมมีสถานะเป็น "พรรคฝ่ายคอย" ไม่ใช่ฝ่ายค้านที่เต็มรูป เพราะพวกเขาไม่มีความพร้อมและไม่ถนัดที่จะเป็นฝ่ายค้าน พรรคนี้ถูกตั้งขึ้นมาเพื่อเป็นรัฐบาลเท่านั้น การที่มีถึง 58 เสียงแต่ไม่ได้ร่วมรัฐบาลทำให้คนในพรรคยังมึนงงและหาทิศทางไม่ถูก ปัจจุบันจึงทำหน้าที่เพียงรอจังหวะที่มีการปรับ ครม. เพื่อที่จะเข้าไปเสียบแทนหรือเข้าร่วมรัฐบาลภายหลัง

- ร.อ.ธรรมนัส และพรรคกล้าธรรม มีเงื่อนไขอย่างไรในการพยายามเข้าร่วมรัฐบาล

ปัจจุบันพรรคกล้าธรรมไม่มีเงื่อนไขใด ๆ ในการขอร่วมรัฐบาล ไม่มีการเรียกเก้าอี้กระทรวงเกรดเอเหมือนเมื่อก่อน และ ร.อ.ธรรมนัส ยอมแม้กระทั่งจะอยู่ข้างนอกโดยไม่รับตำแหน่งรัฐมนตรี สาเหตุเพราะพรรคใช้ทรัพยากรและลงทุนมหาศาลเพื่อให้ได้ สส. 58 คน จึงจำเป็นต้องเป็นรัฐบาลเพื่อนำทรัพยากรมาตอบแทนกลุ่มทุนและรักษาพรรคไว้

ร.อ.ธรรมนัส ยังส่งสัญญาณเตือนคนในพรรคเรื่อง "งูเห่าสีเขียว" ว่าใครที่ได้รับการสนับสนุนจากเขาแล้วหักหลังไปเป็นงูเห่าถือว่าเป็นคนที่เลวที่สุด เนื่องจากหากต้องเป็นฝ่ายค้านนานไป ความภักดีในพรรคที่ประกอบด้วย 3 กลุ่มใหญ่คือ กลุ่ม ร.อ.ธรรมนัส, กลุ่มเสี่ยต่อ เฉลิมชัย และกลุ่มคุณยศสิงห์ อาจจะอ่อนลงจนอยู่ไม่ไหว

-ความท้าทายเรื่องผู้นำฝ่ายค้านของพรรคประชาชนในกรณีที่คุณณัฐพงศ์ เรืองปัญญาวุฒิ ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่

หากคุณเท้ง ณัฐพงษ์ และ สส. 44 คนต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ตามคดีที่ ปปช. ยื่นฟ้อง พรรคประชาชนจะต้องปรับโครงสร้างและหาผู้นำฝ่ายค้านคนใหม่ หากเลือกคุณวีรยุทธ (อาจารย์ต้น) ซึ่งยังใหม่และไม่เคยเห็นบทบาทการนำอภิปราย ก็ยังน่าสงสัยว่าจะสามารถเปิดประเด็นโต้ตอบกับนายกรัฐมนตรีในสภาได้เข้มข้นหรือไม่ หรือหากเป็นคุณพริษฐ์ (ไอติม) ก็อาจจะมีข้อจำกัดเรื่องความอาวุโสและวาทศิลป์ในสภา ซึ่งหากผู้นำจากพรรคหลักไม่โดดเด่น บทบาทการนำในสภาอาจจะตกไปอยู่ที่คุณอภิสิทธิ์แทน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...