โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

“เอกนัฏ” กางนโยบายพลังงาน เร่งแก้ด่วน “ราคาน้ำมัน ค่าไฟแพง“ พร้อมตรวจสุดซอยป้องกันกักตุน ดูแลค่าการกลั่น ชูจัดตั้ง“คลังน้ำมันสำรองชาติ”

TOP NEWS ONLINE

อัพเดต 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา • TOP NEWS

วันนี้1 เมษายน 2569 นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยถึงนโยบายพลังงานว่า ปัญหาเร่งด่วนมี 2 ด้านหลัก คือ “น้ำมันและค่าไฟแพง“ โดยในส่วนของน้ำมันนั้น ปัญหาไม่ได้มีเพียงราคาที่สูงขึ้นตามตลาดโลกเท่านั้น แต่ยังมีประเด็น “น้ำมันขาดแคลน” ทำไมน้ำมันไม่มีเติมในบางพื้นที่ ทั้งที่ข้อมูลระบุว่าประเทศมีน้ำมันสำรองและกำลังการกลั่นเพียงพอ ผลิตเกินกำลังกว่า 10 ล้านลิตร จึงตั้งข้อสังเกตว่าปัญหาอาจเกิดจากความไม่โปร่งใสของระบบกระจายสินค้า อีกทั้งจุดบอดคือระบบข้อมูลด้านพลังงานของไทยยังขาดรายละเอียดสำคัญ โดยมีเพียงตัวเลขปริมาณสำรองรายเดือน แต่ไม่มีข้อมูล “การไหลของน้ำมัน” ตั้งแต่โรงกลั่น คลังน้ำมัน ผู้ค้ารายใหญ่ ไปจนถึงสถานีบริการ ซึ่งควรมีการเปิดเผยข้อมูลแบบรายวันหรือใกล้เคียงเรียลไทม์ เพื่อให้ประชาชนตรวจสอบได้ว่าน้ำมันอยู่ในจุดใด และป้องกันการกักตุนหรือการรั่วไหล ดังนั้นทุกอย่างแก้ได้ และไม่น่าเชื่อว่าข้อมูลกรมธุรกิจพลังงานที่ก่อตั้งมานาน มีข้อมูลน้อยมาก เราควรจะมีข้อมูลภาพรวม 2 ชุด มีน้ำมันเข้ามาเท่าไหร่ กลั่นเท่าไหร่ ประชาชนจะได้เห็นว่ารั่วไหลตรงไหน ถ้าถูกส่งออกมาไม่ถึง 10 ล้านลิตร จะไปอยู่ตรงไหน

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวอีกว่า อีกประเด็นสำคัญคือการทำงานของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งถูกวิจารณ์เรื่องความไม่โปร่งใส โดยเฉพาะการประกาศราคาหรือมาตรการในช่วงเวลากลางดึกที่สร้างความสับสนและความตื่นตระหนกให้ประชาชน การแก้ปัญหาในภาวะวิกฤตต้องอาศัย “ความโปร่งใส” เป็นหัวใจสำคัญ มากกว่าการยึดติดกับการอ้างอิงราคาตลาดต่างประเทศแบบวันต่อวัน ส่วนยาที่จะรักษาความตื่นตระหนกคือความโปร่งใส การทำงานและการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ต้องโปร่งใสมากขึ้น แม้ที่ผ่านมาจะบอกว่าอัพเดท รอตลาดสิงคโปร์ ซึ่งผมมองว่าดึกไป ยังไม่ต้องสัญญาณจากสิงคโปร์ก็ได้ โดยกรณีขึ้นราคาน้ำมันไม่ต้องรีบ รออีกวันได้ แต่ถ้าลดราคาควรประกาศเลย ดึกแค่ไหนก็ควรประกาศ” นายเอกนัฏ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ สิ่งที่จะต้องทำทันทีคือ การกำหนดกรอบ “ค่าการกลั่น” ที่ปรับตัวสูงผิดปกติ จากเดิมเฉลี่ยราว 2-3 บาทต่อลิตร แต่ปัจจุบันพุ่งขึ้นถึง 7-13 บาทต่อลิตร ซึ่งเกินกว่าความเหมาะสมในภาวะวิกฤต จึงเสนอให้มีการกำหนดเพดาน และทบทวนกลไก เพื่อไม่ให้ผู้ประกอบการได้กำไรเกินควร หากสามารถลดค่าการกลั่นได้ ควรนำไป “ลดราคาน้ำมันให้ประชาชน” เป็นลำดับแรก ทั้งนี้ตนเคยคุยกับผู้บริหารโรงกลั่น เข้าใจว่ามีต้นทุนสูง แต่ไม่ใช่การปรับไปที่ 2 ไป 7 บาท มันเกินไป ใครที่อ้างตลาดเสรีก็ทราบกันดี ฉะนั้นทั้งหมดนี้ต้องมารีแคป ถ้าโรงกลั่นรับรายได้มาในยามวิกฤตก็เกินไป เข้าใจว่าธุรกิจต้องทำกำไร แต่ไม่ควรเกินไป เรายังเคยพูดถึงภาษีลาภลอยมาแล้ว ต้องกล้าทุบ นายเอกนัฏ กล่าวด้วยว่า ในระยะยาวจะเสนอให้ไทยพิจารณาจัดตั้ง “คลังน้ำมันสำรองของชาติ” แทนระบบปัจจุบันที่ให้เอกชนเป็นผู้สำรอง เพื่อเสริมความมั่นคงด้านพลังงานในยามวิกฤต พร้อมส่งสัญญาณถึงผู้ที่กักตุนเก็งกำไรว่า ราคาน้ำมันไม่ได้มีแต่ขาขึ้น และนโยบายใหม่อาจทำให้ราคาปรับลดลงได้ในอนาคต

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...