โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ASEAN ในจุดเปลี่ยน เดินต่ออย่างไรในโลกที่ไม่เหมือนเดิม | ASEAN Insight

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 01 เม.ย. เวลา 05.01 น. • เผยแพร่ 01 เม.ย. เวลา 22.00 น.

ทุกวันนี้ เราไม่อาจหลีกเลี่ยงได้อีกต่อไปว่า ความท้าทายระดับโลกไม่ใช่เรื่องไกลตัว การเปลี่ยนแปลงไม่ว่าจะในมิติด้านนโยบาย การพัฒนาของเทคโนโลยี การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ล้วนส่งผลกระทบต่อเราอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ตัวอย่างที่สำคัญ อาทิ ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในภูมิภาคตะวันออกกลางได้ส่งผลต่อราคาพลังงานและต้นทุนการขนส่งสินค้า โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดการณ์ว่า ผลกระทบดังกล่าวจะทำให้อัตราการเติบโตของมูลค่าการส่งออกของไทยลดลง และอาจต่ำกว่า 1% ในปี 2026 อีกทั้งยังส่งผลต่อภาคประชาชน โดยเฉพาะในด้านราคาพลังงาน ซึ่งสะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ปรากฏการณ์ระดับโลกไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป

ความท้าทายระดับโลกไม่ได้จำกัดอยู่เพียงเรื่องของสงครามเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ สงครามการค้า การพัฒนาเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างประชากร และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ปัจจัยเหล่านี้ล้วนเป็นเพียงส่วนหนึ่งที่ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อประเทศต่างๆ โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียและอาเซียน ซึ่งมีแนวโน้มได้รับผลกระทบจากความผันผวนดังกล่าวมากเป็นพิเศษ เนื่องจากความแตกต่างทางเศรษฐกิจของแต่ละประเทศ และบทบาทของภูมิภาคในฐานะผู้ส่งออกสำคัญของโลก (export oriented)

ธนาคารโลก (The World Bank) ได้กล่าวถึงความท้าทายระดับโลกในลักษณะเดียวกัน โดยจำแนกออกเป็น 4 ประเด็นหลัก ได้แก่ การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การแบ่งขั้วทางการค้า และการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากร ทั้งนี้ ธนาคารโลกชี้ว่า แม้เศรษฐกิจโลกจะมีความคล่องตัวมากขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้า แต่ความผันผวนและความไม่แน่นอนในระดับโลกยังคงส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อการค้าและการลงทุน

จากความท้าทายดังกล่าว จึงเกิดคำถามสำคัญว่า ประเทศต่างๆ จะสามารถปรับตัวและรับมือกับสภาวะนี้ได้อย่างไรผ่านกลไกที่มีอยู่ โดยเฉพาะกลไกความร่วมมือในระดับภูมิภาค ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการช่วยลดผลกระทบจากความผันผวนต่อทั้งประเทศและโดยเฉพาะอย่างยิ่งในอาเซียน โดยรายงาน ASEAN Geoeconomic Report ร่วมกับ ASEAN Geoeconomic Task Force (AGTF) นำเสนอแนวทางที่ชัดเจน และเน้นย้ำบทบาทของอาเซียนในเวทีโลกผ่านแผนปฏิบัติที่มุ่งยกระดับอาเซียนให้เป็นผู้นำในบริบทดังกล่าว

รายงานดังกล่าวระบุอย่างชัดเจนว่า“เวลานี้ได้เปลี่ยนไปแล้ว โลกาภิวัฒน์กำลังเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่าน” คำถามสำคัญจึงอยู่ที่ว่า อาเซียนควรตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงนี้อย่างไร โดยสามารถจำแนกแนวทางได้เป็น 3 ประการ ได้แก่

(1) การจัดการผลกระทบในระยะสั้น ครอบคลุมการบริหารความเสี่ยงจากการเบี่ยงเบนทางการค้า

(2) การเสริมสร้างการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจควบคู่กับการเพิ่มความยืดหยุ่นของภูมิภาค และ

(3) การเสริมความเข้มแข็งของระบบพหุภาคีและกลไกของอาเซียน ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนในระยะต่อไป

ทั้งนี้ รายงานยังเน้นย้ำถึงกลยุทธ์ระดับภูมิภาคผ่านการเร่งพัฒนากลไกที่มีอยู่ อาทิ การเร่งรัดให้ความตกลงการค้าสินค้าอาเซียน (ATIGA) ฉบับปรับปรุงมีผลบังคับใช้ การพัฒนาระบบ ASEAN Single Window ให้มีความสอดคล้องมากยิ่งขึ้นและรองรับเอกสารได้หลากหลายประเภทมากขึ้น ตลอดจนการเร่งรัดการเจรจาความตกลงเศรษฐกิจดิจิทัลอาเซียน (DEFA) เพื่อขับเคลื่อนภูมิภาคสู่เศรษฐกิจดิจิทัล และเสริมความสามารถในการรองรับความท้าทาย โดยเฉพาะในมิติด้านเทคโนโลยีได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะเดียวกัน การเสริมสร้างความเข้มแข็งในภูมิภาคตามแนวทางที่ 2 และ 3 ยังมีส่วนสำคัญในการลดผลกระทบจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และสงครามการค้า

จะเห็นได้ว่า สิ่งที่สำคัญและถูกพูดถึงเสมอคือ การเสริมสร้างความเป็นเอกภาพภายใต้อาเซียน ใช้จุดแข็งทางด้านภูมิรัฐศาสตร์ ทรัพยากร และกลไกความร่วมมือเพื่อก้าวข้ามความท้าทายดังกล่าว โดยจากงานศึกษาของ ERIA ระบุว่า หากอาเซียนบูรณาการทางเศรษฐกิจอย่างลึกซึ้ง โดยเฉพาะการใช้ประโยชน์จากความตกลง RCEP อย่างเต็มรูปแบบ และการลดมาตรการที่มิใช่ภาษีศุลกากร (NTMs) ลง 50% อาเซียนจะสามารถชดเชยผลกระทบเชิงลบจากมาตรการภาษีตอบโต้ของสหรัฐ และยังส่งผลกระทบเชิงบวกต่อ GDP ของภูมิภาคอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม คำถามสำคัญคือ อาเซียนจะสามารถแปลงศักยภาพและข้อได้เปรียบดังกล่าวให้เป็นผลลัพธ์เชิงรูปธรรมได้อย่างไร ภายใต้ข้อจำกัดด้านความแตกต่างเชิงโครงสร้างของประเทศสมาชิก และความท้าทายในการขับเคลื่อนนโยบายให้เกิดผลในทางปฏิบัติ ขณะเดียวกันก็ไม่อาจละเลยปัจจัยเสี่ยงจากภายนอกที่ยังคงกดดันภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง ซึ่งท้าทาย แต่ยิ่งตอกย้ำว่า ถึงเวลาแล้วที่อาเซียนต้องเร่งเสริมสร้างความร่วมมือและความเป็นเอกภาพอย่างจริงจังและยั่งยืน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...