เปิดโผ 4 หุ้นแกร่ง “CVX-COP-GD-RTX” รับมือตะวันออกกลางเดือด!
ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่านที่ยกระดับขึ้น กำลังผลักดันให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น และทำให้กระแสการลงทุนเริ่มหมุนออกจากหุ้นเติบโต (Growth Stocks) ไปสู่หุ้นกลุ่ม “ความมั่นคง” (Security Plays) มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นบริษัทพลังงานขนาดใหญ่ (Big Oil) และบริษัทอุตสาหกรรมกลาโหม
นักวิเคราะห์จากหลายสำนักมองตรงกันว่า หุ้นสองกลุ่มนี้กำลังกลายเป็น Core Holdings สำหรับพอร์ตปี 2026 เนื่องจากมีจุดเด่นด้านงบดุลที่แข็งแกร่ง, ระดับหนี้ต่ำ, กระแสเงินสดสูง และได้รับแรงหนุนจากงบประมาณด้านพลังงานและกลาโหมทั่วโลกที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
หุ้นพลังงาน: ลดแรงกระแทกจากความผันผวนของตลาด
Chevron (CVX)
Chevron เป็นหนึ่งในบริษัทพลังงานรายใหญ่ของโลก ดำเนินธุรกิจครบวงจรตั้งแต่การสำรวจและผลิตน้ำมันและก๊าซ (Upstream) ไปจนถึงการกลั่นและการจำหน่ายพลังงาน (Downstream) โดยมีโครงการสำคัญทั้งในสหรัฐและต่างประเทศ
หุ้น Chevron ถูกมองว่าเป็นหนึ่งในหุ้นพลังงานที่มีความแข็งแกร่งด้านกระแสเงินสดและโครงสร้างงบดุล โดยนักวิเคราะห์จากหลายสำนัก เช่น Piper Sandler, UBS และ Evercore ต่างให้คำแนะนำ Buy ต่อหุ้น Chevron พร้อมราคาเป้าหมายในช่วงประมาณ 168–186 ดอลลาร์สหรัฐ
ปัจจัยที่สนับสนุนมุมมองเชิงบวก ได้แก่
อัตราหนี้สุทธิต่อทุนต่ำกว่า 15%
อัตราเงินปันผลสูงราว 3.9–4.5%
ความสามารถในการสร้าง Free Cash Flow ได้อย่างแข็งแกร่ง แม้ราคาน้ำมันจะผันผวน
ด้วยโครงสร้างการเงินที่มั่นคง Chevron จึงถูกมองว่าเป็น หุ้นพลังงานเชิงป้องกันความเสี่ยง (defensive energy play) ในช่วงที่ตลาดมีความไม่แน่นอนสูง
ปัจจุบันหุ้นมีเรตติ้งเฉลี่ย Moderate Buy โดยมีราคาเป้าหมายเฉลี่ยราว 189.8 ดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็น upside เล็กน้อยประมาณ 0.2% จากระดับราคาปัจจุบัน
ConocoPhillips (COP)
ConocoPhillips เป็นบริษัทพลังงานขนาดใหญ่ของสหรัฐที่ดำเนินธุรกิจสำรวจและผลิตน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ (Upstream) โดยมีสินทรัพย์สำคัญในหลายภูมิภาคทั่วโลก โดยเฉพาะใน Permian Basin ซึ่งถือเป็นหนึ่งในแหล่งผลิตน้ำมันสำคัญของสหรัฐ
หุ้น ConocoPhillips ได้รับคำแนะนำ Moderate Buy จากโบรกเกอร์รวม 18 แห่ง (ข้อมูลจาก TipRanks) โดยนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่มองว่าบริษัทมีปัจจัยสนับสนุนจากโครงสร้างการเงินที่แข็งแกร่ง ด้วยสัดส่วนหนี้ที่ค่อนข้างต่ำเพียงประมาณ 26.56% รวมถึงการถือครองสินทรัพย์คุณภาพในแอ่งเพอร์aเมียน
ด้าน Morgan Stanley ให้คำแนะนำ “Overweight” ต่อหุ้น ConocoPhillips โดยมองว่าบริษัทมีโอกาสได้รับประโยชน์จากการปรับตัวขึ้นของราคาน้ำมันในรอบนี้
ปัจจุบันราคาเฉลี่ยเป้าหมายของหุ้นอยู่ที่ 117.71 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งมี upside เล็กน้อยราว 0.6% จากระดับราคาปัจจุบัน
หุ้นกลาโหม: รับอานิสงส์จากงบประมาณทหารทั่วโลก
General Dynamics (GD)
General Dynamics เป็นบริษัทอากาศยานและกลาโหมที่มีธุรกิจหลากหลาย ผลิตสินค้าหลายประเภท เช่น เครื่องบินธุรกิจ Gulfstream, รถถัง M1 Abrams, และเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ โดยรายได้ส่วนใหญ่ของบริษัทมาจากรัฐบาลสหรัฐ โดยเฉพาะสัญญามูลค่าสูงกับ United States Department of Defense
Morgan Stanley เพิ่งปรับเพิ่มคำแนะนำหุ้น General Dynamics เป็น Overweight พร้อมให้ราคาเป้าหมาย 408 ดอลลาร์ โดยให้เหตุผลว่า บริษัทมีงบดุลที่แข็งแกร่ง, การคืนทุนให้ผู้ถือหุ้นที่สม่ำเสมอ, และบทบาทสำคัญในห่วงโซ่อุปทานด้านกลาโหม เช่น ระบบอาวุธ, โดรน และขีปนาวุธ ทำให้บริษัทมีศักยภาพได้รับประโยชน์จากการเร่งเพิ่มงบประมาณด้านกลาโหมของหลายประเทศทั่วโลก
RTX Corp. (RTX)
RTX เป็นบริษัทด้านกลาโหมขนาดใหญ่ที่เกิดจากการควบรวมของ Raytheon และ United Technologies ในปี 2020 บริษัทในเครือ Collins Aerospace และ Pratt & Whitney มุ่งเน้นธุรกิจอากาศยานพาณิชย์เป็นหลัก ขณะที่หน่วยธุรกิจ Raytheon พัฒนาเซ็นเซอร์ขั้นสูง รวมถึงให้บริการด้านการฝึกอบรม ซอฟต์แวร์ และความปลอดภัยไซเบอร์แก่ชุมชนข่าวกรองของสหรัฐ
นักวิเคราะห์หลายรายมองว่า RTX จะได้แรงหนุนจากทั้งธุรกิจการบินพาณิชย์และกลาโหม ซึ่งจะช่วยผลักดันการขยายตัวของอัตรากำไรและรายได้อย่างต่อเนื่องโดย Morgan Stanley ให้คำแนะนำ “Overweight” พร้อมราคาเป้าหมาย 235 ดอลลาร์
สรุป
โดยรวมแล้ว ภาวะภูมิรัฐศาสตร์ที่ตึงเครียดกำลังทำให้โครงสร้างการลงทุนของตลาดเริ่มเปลี่ยนจากหุ้นเติบโตไปสู่หุ้นที่มีความมั่นคงมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มพลังงานและกลาโหมที่มีรายได้ค่อนข้างแน่นอน, กระแสเงินสดแข็งแกร่ง และได้รับแรงหนุนจากราคาพลังงานที่มีแนวโน้มสูงขึ้นและงบประมาณด้านกลาโหมที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก
ในมุมมองของนักวิเคราะห์ หลายบริษัทในสองอุตสาหกรรมนี้จึงถูกยกให้เป็น “Core Holdings” สำหรับพอร์ตการลงทุนปี 2026 เนื่องจากสามารถช่วยสร้างเสถียรภาพให้พอร์ตและลดความผันผวนได้ในช่วงที่ความไม่แน่นอนของโลกยังอยู่ในระดับสูง