BAM เปิดตัว "ทรัพย์มหาชน พลัส" ขยายเพดานราคา 5 ล้านบาท เจาะข้าราชการ–คนทำงานเมือง ดันผ่อนยาว 20 ปี
BAM เดินหน้าขยายโครงการ “ทรัพย์มหาชน พลัส” เพิ่มทรัพย์กว่า 5,000 ยูนิต ครอบคลุมทำเลในเขตเมืองหรือ CBD และหัวเมืองใหญ่ในต่างจังหวัดมากขึ้น พร้อมขยายช่วงราคาเป็น 3–5 ล้านบาท เจาะกลุ่มข้าราชการและพนักงานรัฐ เปิดเงื่อนไขผ่อนยืดหยุ่นยาวสูงสุด 20 ปี หวังช่วยผู้มีรายได้ประจำเข้าถึงที่อยู่อาศัยง่ายขึ้น
นายรักษ์ วรกิจโภคาทร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM เปิดเผยว่าผลจากโครงการ “ทรัพย์มหาชน” ที่บริษัทดำเนินการในช่วงที่ผ่านมาได้รับการตอบรับอย่างดีจากประชาชน แต่อย่างไรก็ตาม ในช่วงปีที่ผ่านมา บริษัทพบปรากฏการณ์สำคัญในตลาดที่อยู่อาศัย โดยเฉพาะในกลุ่มทรัพย์ราคาต่ำกว่า 3 ล้านบาท ซึ่งมีความต้องการซื้อจำนวนมาก แต่กลับมีข้อจำกัดสำคัญด้านการเข้าถึงสินเชื่อ
“เราพบตัวเลขที่น่าตกใจ คือทรัพย์ที่ราคาต่ำกว่า 3 ล้านบาทมีอัตราการปฏิเสธสินเชื่อสูงถึงประมาณ 67%” นายรักษ์กล่าว
กลุ่มที่ถูกปฏิเสธสินเชื่อส่วนใหญ่เป็นผู้ที่มีรายได้ไม่สม่ำเสมอ เช่น อาชีพอิสระหรือแรงงานนอกระบบ แม้ว่าหลายคนจะมีศักยภาพในการผ่อนชำระก็ตาม ยกตัวอย่างผู้ซื้อบางรายสามารถผ่อนชำระได้เดือนละประมาณ 2,000 บาท ซึ่งต่ำกว่าค่าเช่าที่อยู่อาศัยในหลายพื้นที่ แต่กลับไม่สามารถผ่านเกณฑ์การปล่อยสินเชื่อของธนาคารได้
จากข้อจำกัดดังกล่าว BAM จึงพัฒนาแนวคิดในการนำทรัพย์สินที่บริษัทถือครองอยู่มาใช้เป็นเครื่องมือสร้างโอกาสให้กับประชาชน ซึ่งที่ผ่านมา BAM มีทรัพย์จำนวนหนึ่งถูกถือครองเป็นเวลานาน ซึ่งตามมาตรฐานบัญชีบริษัทต้องตั้งสำรอง ทำให้เกิดต้นทุนทางการเงิน ดังนั้น บริษัทจึงตั้งโจทย์ว่าจะนำทรัพย์เหล่านี้มาใช้ประโยชน์อย่างไรให้เกิดคุณค่าทั้งต่อธุรกิจและสังคม จึงนำไปสู่การพัฒนาโครงการ “ทรัพย์มหาชน” ที่เปิดโอกาสให้ประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มที่เข้าถึงสินเชื่อยาก สามารถมีบ้านเป็นของตนเองได้
ขยายเฟส 2 สู่ “ทรัพย์มหาชน Plus”
หลังจากโครงการ “ทรัพย์มหาชน” ระยะแรกประสบความสำเร็จ BAM จึงเตรียมขยายโครงการสู่เฟสที่สองภายใต้ชื่อ “ทรัพย์มหาชน พลัส” จุดสำคัญของเฟสใหม่คือการ ขยายช่วงราคาทรัพย์จากไม่เกิน 3 ล้านบาท เป็น 3–5 ล้านบาท เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับผู้ซื้อ ซึ่งจะช่วยเปิดโอกาสให้กับกลุ่มผู้มีรายได้ปานกลาง โดยเฉพาะข้าราชการระดับต้นถึงระดับกลาง
“ข้าราชการระดับ C5–C7 วันนี้มีรายได้ประมาณ 30,000–40,000 บาทต่อเดือน ถ้าสามารถผ่อนชำระเดือนละประมาณ 5,000–8,000 บาท ก็สามารถมีบ้านได้” นายรักษ์กล่าว
โดยโครงการระยะใหม่จะมีการเพิ่มทรัพย์เข้าสู่ระบบมากกว่า 5,000 ยูนิต และขยายพื้นที่ให้ครอบคลุมทำเลสำคัญในเขตเมืองหรือ CBD มากขึ้น และหัวเมืองใหญ่ในหลากหลายทำเลทั่วประเทศ อาทิ เชียงใหม่ ขอนแก่น ชลบุรี สุราษฏร์ธานี และภูเก็ต เพื่อให้ผู้ซื้อสามารถเข้าถึงที่อยู่อาศัยใกล้แหล่งงานและศูนย์กลางเศรษฐกิจ
ขณะเดียวกันบริษัทได้ขยายช่วงราคาทรัพย์จากเดิมไม่เกิน 3 ล้านบาท เป็น 3–5 ล้านบาท เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับผู้ซื้อในกลุ่มรายได้ปานกลาง พร้่อมกับขยายกลุ่มเป้าหมายผู้ซื้อให้ครอบคลุมทุกอาชีพ หนึ่งในกลุ่มเป้าหมายสำคัญของโครงการในปีนี้คือ ข้าราชการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ และ เอกชน โดยการขยายเงื่อนไขดังกล่าวทำให้โครงการมีทรัพย์เข้าร่วมมากกว่า 21,000 รายการ มูลค่ารวมกว่า 32,000 ล้านบาท
"BAM มองว่ากลุ่มเป้าหมายเหล่านี้มีรายได้ประจำและมีศักยภาพในการผ่อนชำระ แต่บางส่วนยังไม่สามารถเข้าถึงสินเชื่อบ้านจากสถาบันการเงินได้ บริษัทจึงอยู่ระหว่างการประสานความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐหลายแห่ง โดยปัจจุบันมีการพูดคุยแล้วเกือบ 10 หน่วยงาน ตัวอย่างเช่น กลุ่มข้าราชการครูในกรุงเทพมหานคร ซึ่งมีจำนวนหลายพันคน รวมถึงข้าราชการที่กำลังจะเกษียณจากบ้านพักราชการ และต้องการมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง"
นายรักษ์ กล่าวและว่านอกจากนี้ ยังเปิดโอกาสให้ข้าราชการที่มีอายุไม่เกิน 40–45 ปี หรือแม้กระทั่งอายุประมาณ 50 ปี สามารถเข้าร่วมโครงการได้เช่นกัน
เงื่อนไขผ่อนยืดหยุ่น ผ่อนต่ำกว่าค่าเช่า
สำหรับเงื่อนไขการเข้าร่วมโครงการยังคงใช้หลักเกณฑ์เดิม โดย BAM จะมีการสัมภาษณ์ผู้ซื้อเพื่อประเมินรายรับรายจ่าย รวมถึงศักยภาพในการผ่อนชำระ โดยแนวคิดหลักคือการกำหนดค่างวดที่ผู้ซื้อสามารถรับภาระได้จริง ตัวอย่างเช่น ผู้ที่เคยเช่าที่อยู่อาศัยเดือนละ 3,000–5,000 บาท อาจสามารถผ่อนบ้านกับ BAM ได้เพียงประมาณ 2,000 บาทต่อเดือน
โดยเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าร่วมโครงการได้ตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค.-30 ธ.ค.นี้ สามารถเลือกซื้อบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮ้าส์ ห้องชุดพักอาศัย อาคารพาณิชย์ ตลอดจนที่ดินเปล่า ในราคาสูงสุดไม่เกิน 5 ล้านบาท โดยผู้สนใจสามารถจองทรัพย์ได้ด้วยเงินจองเพียง 1,000 บาท กำหนดอัตราดอกเบี้ยปีแรก 0% ปีที่ 2-3 อัตรา 3% และตั้งแต่ปีที่ 4 เป็นต้นไป อัตราดอกเบี้ย MRR ของ BAM
นอกจากนี้ ยังขยายระยะเวลาผ่อนชำระได้นานสูงสุดถึง 20 ปี พร้อมผ่านค่างวดเริ่มต้นตั้งแต่ 500 บาาทต่อเดือน และไม่ได้จำกัดอายุผู้ซื้ออย่างเข้มงวดเหมือนสถาบันการเงินทั่วไป ทำให้ผู้ที่อาจถูกปฏิเสธสินเชื่อจากธนาคารสามารถเข้าถึงการเป็นเจ้าของบ้านได้ง่ายขึ้น ขณะที่ BAM ตั้งเป้าระบายทรัพย์ในกลุ่มราคาต่ำกว่า 5 ล้านบาท ประมาณ 3,000 ยูนิต
ระบายทรัพย์เพิ่ม ดันสต็อกลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
นายรักษ์ กล่าวอีกว่า การดำเนินโครงการทรัพย์มหาชนส่งผลให้การระบายทรัพย์ของ BAM เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยก่อนหน้านี้บริษัทมีทรัพย์ NPA อยู่ในพอร์ตเกือบ 30,000 รายการ แต่จากการสำรวจล่าสุดในเดือนก.พ.พบว่าจำนวนทรัพย์ลดลงเหลือ ไม่ถึง 21,000 รายการ
สะท้อนถึงอัตราการระบายทรัพย์ที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ซึ่งการลดสต็อกทรัพย์ดังกล่าวยังช่วยให้บริษัทสามารถลดภาระการตั้งสำรองในงบการเงิน และเพิ่มความคล่องตัวในการบริหารสินทรัพย์ สำหรับเป้าหมายในปีนี้ เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่สามารถระบายได้ประมาณ 1,000 ยูนิต
ขยายโปรแกรมใหม่ “BAM พรีเมียม” รองรับนักลงทุน
นอกจากโครงการสำหรับผู้ซื้ออยู่อาศัยแล้วในไตรมาส 2 ปีนี้ BAM ยังเตรียมพัฒนาโปรแกรมใหม่ภายใต้ชื่อ “BAM พรีเมียม” โปรแกรมนี้จะมุ่งเน้นทรัพย์ที่มีมูลค่าสูงกว่า 5 ล้านบาท โดยเจาะกลุ่มนักลงทุนที่ต้องการซื้ออสังหาริมทรัพย์เพื่อสร้างรายได้ระยะยาว ซึ่งสอดคล้องกับรูปแบบการลงทุนดั้งเดิมของคนไทยในอดีต ที่นิยมนำเงินสะสมไปซื้อที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์เก็บไว้เป็นสินทรัพย์
ทำให้BAM มองว่าการนำแนวคิดนี้กลับมาใช้ในยุคปัจจุบันอาจเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการสร้างเสถียรภาพทางการเงินของครัวเรือน ซึ้่งปัจจุบันบริษัทมีทรัพย์ในกลุ่มราคาดังกล่าวอยู่ในพอร์ตประมาณ 5,000–6,000 รายการ กระจายอยู่ทั่วประเทศ อาทิ ศูนย์การค้า โรงแรม และอาคารพาณิชย์
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : BAM เปิดตัว "ทรัพย์มหาชน พลัส" ขยายเพดานราคา 5 ล้านบาท เจาะข้าราชการ–คนทำงานเมือง ดันผ่อนยาว 20 ปี
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th