โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทึ่ง! CK เก็บ BEM 4 พันล. ย้อนราคานี้ตั้งแต่ควบ

ทันหุ้น

อัพเดต 13 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา

#BEM #CK #ทันหุ้น – CK ลุยหนักซื้อหุ้น BEM ทยอยเก็บปีเดียว 700 ล้านหุ้น ใช้เงินราว 4 พันล้านบาท ย้อนรอยราคาหุ้นระดับนี้ตั้งแต่ควบรวมปี 2559 นักวิเคราะห์ชี้เป็นโอกาสซื้อราคาอยู่โซนล่างสวนทางปัจจัยพื้นฐาน – ศักยภาพ โครงสร้างธุรกิจทางด่วน-รถไฟฟ้ากระจายเสี่ยง มั่นใจรายได้เพิ่มทนทานผันผวน มีอัพไซด์โครงการใหม่และเงินปันผลสม่ำเสมอ แนะ “ซื้อ” เป้า 10.31 บาท

บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM กำลังถูกผู้ถือหุ้นใหญ่ส่งสัญญาณเก็บหุ้นอย่างหนักหน่วง หลังราคาหุ้นอยู่ในกรอบ “โซนล่าง” ล่าสุด “ทันหุ้น” พบว่านอกจาก “นายปลิว ตรีวิศวเวทย์” ผู้นำตระกูลตรีวิศวเวทย์ จะควักกระเป๋าเก็บหุ้น BEM แล้ว

“บริษัท ช.การช่าง” จำกัด (มหาชน) หรือ CK ในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่เองก็ทยอยเก็บหุ้นBEM ตั้งแต่ปี 2568 – 2569 แล้วราว 700 ล้านหุ้น โดยใช้เงินราว4 พันล้านบาท รายงานของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.)CK ถือครองหุ้น BEM ทั้งสิ้น 6,459,449,984 หุ้น หรือราว42.26% จากปี2568 ที่ถือหุ้น5,799,476,684 หุ้น หรือ 37.94%

หากลองประเมินถึงการที่ CK ตัดสินใจเข้าเก็บหุ้น BEM กว่า 1.51 พันล้านหุ้นครั้งนี้ จะพบว่า เนื่องจากราคาซื้อ – ขายบนกระดานเคลื่อนไหวใน “โซนล่าง” ยังไม่สะท้อนอนาคตของ BEM ที่กำลังก้าวเข้าสู่การเติบโตครั้งใหม่ และถ้ามองย้อนกลับไปช่วงก่อนหน้า ราคาหุ้นที่ระดับ 5 บาทต้นๆ นี้ ถือเป็นราคาที่สุดต่ำตั้งแต่ช่วงการควบรวมระหว่างรถไฟฟ้า BMCL กับทางด่วนBECL ตั้งแต่ปี 2558-2559 แต่ ณ ปัจจุบัน BEM มีผลงานที่ดี และกำลังเตรียมความพร้อมเพื่อ ก้าวสู่การเติบโตขึ้นมาอย่างมาก

@ BEM เทรดใกล้ระดับ -2 SD

นายสรพล วีระเมธีกุล ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ระบุ ราคาหุ้น BEM ปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ5.20 บาท ปรับตัวลดลงมาจากช่วงก่อนเกิดเหตุการณ์ระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่าน ที่เคลื่อนไหวประมาณ6.30 บาท หรือลดลงมาประมาณ 20-25% และหากอิงค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี พบว่า Forward PE และ Price to Book (P/BV) เคลื่อนไหวใกล้ระดับ -2 SD (Standard Deviation) สะท้อนระดับมูลค่าที่อยู่ในช่วงต่ำอย่างมีนัยสำคัญ

ความเคลื่อนไหวของราคาหุ้นดังกล่าว สวนทางปัจจัยพื้นฐาน – ศักยภาพ และโครงสร้างธุรกิจของBEM ที่มีความสามารถทนทานต่อปัจจัยลบภายนอก (Resilience) ซึ่งโครงสร้างธุรกิจของ BEM ที่ช่วยกระจายความเสี่ยง(Natural Hedge) เนื่องจากมีทั้งธุรกิจทางด่วนและรถไฟฟ้าที่ช่วยเกื้อหนุนกัน

โดยเมื่อราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น แม้จะส่งผลให้จำนวนผู้ใช้ทางด่วนลดลง ซึ่งฝ่ายวิเคราะห์ประเมินว่า ทุกๆ 10% ของราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้น จะทำให้ยอดใช้ทางด่วนลดลงประมาณ 1.7% แต่ในขณะเดียวกัน จะมีผู้หันมาใช้รถไฟฟ้าเพิ่มขึ้นในสัดส่วนที่ใกล้เคียงกันที่ประมาณ 1.7-1.8% ทำให้รายได้ทั้ง 2 ส่วนสามารถชดเชย (Offset) กันเอง ทั้งยังมีรายได้จากธุรกิจบริหารจัดการพื้นที่เชิงพาณิชย์ และรายได้จากเงินลงทุนที่เข้ามาช่วยสร้างการเติบโตให้กับรายได้รวมอีกด้วย

นอกจากนี้ BEM มีสัดส่วนรายได้จากการเดินทางท่องเที่ยว ของนักท่องเที่ยวต่างชาติคิดเป็นเพียงประมาณ 10% ของจำนวนผู้โดยสารทั้งหมด ดังนั้นหากภาคการท่องเที่ยวซบเซา จะส่งผลกระทบต่อ BEM ไม่มากนัก จึงคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสม 10.31 บาท ยังไม่รวม โอกาสในการรับรู้งานโครงการDouble Deck อีกราว 1 บาท

“BEM มีความน่าสนใจตรงที่ได้รับผลกระทบน้อยกว่าคนอื่น เมื่อเผชิญกับวิกฤติหรือความผันผวนต่างๆ เช่น สงคราม หรือปัญหาค่าครองชีพ อีกทั้งรายได้ก็มีความมั่นคงของรายได้จากเงินปันผลปันผลของบริษัทที่ไปลงทุนไว้ เช่น TTW ซึ่งมีนโยบายการจ่ายปันผลที่สม่ำเสมอและค่อนข้างคงที่ในทุกปี ช่วยสร้างฐานรายได้ที่แข็งแกร่ง”

@คาดผลงานครึ่งแรกโดดเด่น

นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศเทศ) จำกัด คาดการณ์ผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 1/2569 มีแนวโน้มเติบโตราว1-3% YoY สอดคล้องกับจำนวนผู้โดยสาร (Traffic) ในระบะรถไฟฟ้าMRT สายสีน้ำเงินช่วงเดือนมกราคม – มีนาคมที่มีแนวโน้มเติบโต1-3% YoY แม้ว่าช่วงไตรมาส1/2568 จะมีสถิติที่เติบโตเป็นพิเศษจากนโยบายขึ้นรถไฟฟ้าฟรี (เพื่อลดผลกระทบ PM 2.5) เช่นเดียวกันผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 2/2569 ที่มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง YoY จากฐานต่ำเนื่องจากสถานการณ์แผ่นดินไหว และจะมีรายได้จากเงินลงทุนเข้ามาหนุน

สำหรับราคาหุ้นปัจจุบันที่เคลื่อนไหวในกรอบ 5.20 บาท ประเมินอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล(Dividend Yield) ที่ระดับประมาณ 3% ซึ่งเป็นระดับที่น่าสนใจ อีกทั้งบริษัทยังมีศักยภาพในการเติบโตที่โดดเด่น(Growth) หลังการเปิดให้บริการรถไฟฟ้าสายสีส้มช่วงศูนย์วัฒนธรรม – มีนบุรี ในปี 2571 เป็นต้นไป ทั้งยังมีรายได้เงินปันผลที่BEM ไปลงทุนในบริษัทอื่น เช่น TTW และ CKP ซึ่งสร้างรายรับรวมกันประมาณ250-300 ล้านบาทต่อปีทำให้BEM มีฐานรายได้ที่มั่นคง จึงแนะนำ“ซื้อ” ราคาเหมาะสม 10.50 บาท

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...