“แบงก์ชาติฟิลิปปินส์” เตือนภาคธุรกิจเร่งป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน รับมือความเสี่ยง
"แบงก์ชาติฟิลิปปินส์" เตือนภาคธุรกิจเร่งป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน รับมือความเสี่ยง ขณะยืนยันยึดค่าเงินลอยตัวตามตลาด แต่ต้องไม่เกิดความปั่นป่วนเกินควบคุม
วันที่ 20 เมษายน 2569 เวลา 06.00 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่าธนาคารพาณิชย์ในฟิลิปปินส์อาจต้องเร่งโน้มน้าวภาคธุรกิจให้ทำการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน (hedging) มากขึ้น หลังสงครามในอิหร่านสะท้อนให้เห็นถึงความเปราะบางของเศรษฐกิจประเทศต่อแรงกระแทกจากภูมิรัฐศาสตร์ ตามมุมมองของผู้กำหนดนโยบายการเงิน
วอลเตอร์ วาสเมอร์ กรรมการนโยบายการเงินของธนาคารกลางฟิลิปปินส์ (BSP) ระบุว่า ความขัดแย้งดังกล่าวส่งผลให้เงินเฟ้อปรับสูงขึ้น การเติบโตทางเศรษฐกิจต่ำกว่าที่ตั้งเป้าไว้ ขาดดุลบัญชีเดินสะพัดขยายตัว และยังเสี่ยงกระทบต่อเงินโอนจากแรงงานในต่างประเทศ
เขากล่าวในงานประชุมผู้ค้าตลาดเงินและโบรกเกอร์ที่เกาะโบราไกย์ว่า“สงครามสหรัฐ-อิหร่านเป็นทั้งบททดสอบความแข็งแกร่งของปัจจัยพื้นฐานเศรษฐกิจมหภาค และระบบตลาดการเงินของเรา”
วาสเมอร์อธิบายว่า ในช่วงที่ราคาน้ำมันพุ่ง ค่าเงินเปโซอ่อนค่า และอัตราผลตอบแทนทั่วโลกผันผวน ธนาคารกลางต้องการให้ตลาดยังคงทำงานได้อย่างราบรื่น มีสภาพคล่องเพียงพอ เปิดโอกาสให้บริหารความเสี่ยงด้านอัตราดอกเบี้ยได้ และปล่อยให้อัตราแลกเปลี่ยนปรับตัวตามกลไกตลาดโดยไม่เกิดความปั่นป่วน
“โดยสรุป เราต้องการให้แรงกระแทกเหล่านี้ถูกสะท้อนในราคาและมีการป้องกันความเสี่ยง ไม่ใช่กลายเป็นความตื่นตระหนกหรือถูกขยายความรุนแรงเกินจริง” เขากล่าว
นอกจากนี้ธนาคารกลางฟิลิปปินส์ยังยืนยันจุดยืนในการใช้อัตราแลกเปลี่ยนแบบกำหนดโดยตลาด (market-determined exchange rate) ควบคู่กับการดูแลให้ตลาดเป็นระเบียบ แม้จะเผชิญแรงกดดันจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงในปัจจุบัน
ทั้งนี้ ค่าเงินเปโซเคยอ่อนค่าทำสถิติต่ำสุดเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐเมื่อวันที่ 30 มีนาคมที่ผ่านมา ก่อนจะฟื้นตัวกลับมาได้บางส่วนในระยะหลัง
วาสเมอร์ย้ำว่า สิ่งที่ธนาคารกลางให้ความสำคัญไม่ใช่การขจัดความผันผวนทั้งหมด แต่คือการหลีกเลี่ยงความผันผวนที่ไร้ระเบียบ โดยต้องการให้ค่าเงินเคลื่อนไหวตามปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจและกระแสเงินทุน ไม่ใช่จากความกลัว ข้อมูลที่บิดเบือน หรือสภาพคล่องในตลาดที่บางเกินไป
อ้างอิง : bloomberg.com