โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทัพเมียนมา บินโจมตี KNU ระเบิดตกฝั่งไทย แตกตื่นหนีตายอลหม่าน

Khaosod

อัพเดต 20 เม.ย. เวลา 07.12 น. • เผยแพร่ 20 เม.ย. เวลา 07.12 น.

ทัพเมียนมา บินโจมตี KNU ระเบิดตกฝั่งไทย แตกตื่นหนีตายอลหม่าน เผยก่อนหน้านี้ปะทะกันดุเดือด ชาวกะเหรี่ยง KNU บาดเจ็บ ถูกส่งรักษาในไทยด้วย

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 20 เม.ย. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กองทัพอากาศเมียนมา ได้ใช้เครื่องบินขับไล่ Yak-130 และ Mig-29 ทำการโจมตีทางอากาศใส่โรงพยาบาลของทหาร KNU และบ้านเรือนราษฎรที่อาศัยอยู่ใกล้เคียง

โดยกองทัพอากาศเมียนมา ได้ทิ้งระเบิดจำนวน 9 ลูก ในพื้นที่บริเวณ บ้านอูมีท่า และบ้านอูซูท่า อ.บือโซ๊ะ จ.ผาปูน รัฐกะเหรี่ยง ห่างจากแนวชายแดนด้านตรงข้าม บ้านแม่สามแลบ ต.แม่สมแลบ อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน ประมาณ 500 เมตร ไม่ทราบผลการสูญเสีย

ปรากฏว่าลูกระเบิดตกข้ามมายังฝั่งไทย บริเวณริมแม่น้ำสาละวิน บ้านแม่แวน จำนวน 1 ลูก ส่งผลให้ราษฎรไทยในพื้นที่แตกตื่นและวิ่งหนีกันอลหม่าน

ด้านเจ้าหน้าที่ทหารพราน กรมทหารพรานที่ 36 ที่ประจำอยู่จุดป้อมยามบ้านแม่สามแลบ ร่วมกับ อบต.แม่สามแลบ เร่งอพยพราษฎรไทยที่อยู่ใกล้เคียงที่ระเบิดตกใส่ ไปอาศัยอยู่ที่หมู่บ้านห้วยกองก๊าด ต.แม่สามแลบ เพื่อความปลอดภัย

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ในช่วงที่ผ่านมามีการสู้รบในเมียนมาอย่างหนัก ทางกองทัพอากาศเมียนมาได้ใช้อากาศยานบินมาทิ้งระเบิดใส่พื้นที่ชุมชนของราษฎรกะเหรี่ยง KNU สังกัดกองพล 5 ที่อยู่ตรงข้ามบ้านท่าตาฝั่ง ต.แม่ยวม อ.แม่สะเรียง ส่งผลให้มีราษฎรชาวกะเหรี่ยงได้รับบาดเจ็บจากสะเก็ดระเบิดและถูกส่งเข้ามารักษาตัวในไทย ที่ รพ.สต.แม่สามแลบ อ.สบเมย

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ทัพเมียนมา บินโจมตี KNU ระเบิดตกฝั่งไทย แตกตื่นหนีตายอลหม่าน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...