โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ATP30 ลุย JUMP+ ปูพรมโตกระฉูด 3 ปี ย้ำเบอร์ 1 รถรับส่ง Green Mobility

ทันหุ้น

อัพเดต 17 เม.ย. เวลา 05.12 น. • เผยแพร่ 17 เม.ย. เวลา 05.11 น.

#ทันหุ้น – ATP30 เปิดแผนธุรกิจระยะ 3 ปี (2569–2571) เข้าร่วมโครงการ JUMP+ มุ่งเพิ่มรายได้และกำไรอย่างต่อเนื่อง ผ่านการขยายฐานลูกค้า ควบคู่การควบคุมต้นทุนและต่อยอดธุรกิจใหม่หนุนรายได้ พร้อมขับเคลื่อนธุรกิจสู่ Green Mobility ด้วยประสิทธิภาพการใช้พลังงานสะอาด เร่งขยายพอร์ตรถโดยสาร EV สร้างการเติบโตและความเชื่อมั่นด้าน ESG ในระยะยาว

นายปิยะ เตชากูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอทีพี 30 จำกัด (มหาชน) หรือ ATP30 ผู้ดำเนินธุรกิจให้บริการรถรับส่งพนักงานจากแหล่งที่พักอาศัยในเขตชุมชนไปยังโรงงานอุตสาหกรรม หรือสถานประกอบการโดยเฉพาะรอบเขตนิคมอุตสาหกรรมในภาคตะวันออก (Eastern Seaboard) และเขตอุตสาหกรรมภาคกลาง เปิดเผยว่า บริษัทเข้าร่วม JUMP+ โครงการส่งเสริมการเพิ่มมูลค่าให้กับบริษัทจดทะเบียน จัดตั้งโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) เพื่อยกระดับศักยภาพองค์กรในทุกมิติ ตั้งเป้าหมายผลักดันกำไรสุทธิของบริษัทสู่ระดับ 120 ล้านบาท ในปี 2571

โดยแผนการดำเนินงานเพื่อผลักดันการเติบโตอย่างเป็นรูปธรรม แบ่งเป็น 4 ด้าน ประกอบด้วย 1. การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้สินทรัพย์ (Asset Optimization) เพื่อยกระดับ Utilization Rate และสร้างรายได้ประจำ 2. การขยายการลงทุนในยานยนต์ไฟฟ้า (EV Expansion) และสถานีชาร์จ (Solar Roof & Smart Charger) เพื่อลดต้นทุนพลังงาน ตอบโจทย์เป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมของลูกค้าองค์กร 3. การต่อยอดธุรกิจบริการรถโดยสารรายเที่ยว (VVS) เพื่อเพิ่มโอกาสสร้างรายได้ใหม่ 4.การพัฒนาธุรกิจซ่อมบำรุงครบวงจร (AQS) เพื่อสร้างรายได้ประจำ (Recurring Income) รองรับการเติบโตในระยะยาวของบริษัท

สำหรับเป้าหมายเติบโตทางการเงินในช่วงปี 2568–2571 ภายใต้ 3 แกนหลัก : การเติบโต (Growth) ความมั่นคง (Stability) และประสิทธิภาพการทำกำไร (Profitability & Efficiency) คาดรายได้เพิ่มจาก 805.37 ล้านบาท (2568) สู่ 1,150 ล้านบาท (2571) ขณะที่กำไรสุทธิปรับตัวจาก 58.20 ล้านบาท เป็น 120 ล้านบาท ผลักดันอัตรากำไรสุทธิจาก 7% เป็น 11% และ EBITDA เพิ่มจาก 192.34 ล้านบาท เป็น 304.23 ล้านบาท สะท้อนแนวทางเติบโตที่เน้นทั้งการสร้างรายได้ การทำกำไร ควบคู่การบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ

ขณะที่แผนปฏิบัติการด้านภูมิอากาศ (Climate Action Plan) จัดทำฐานข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตามมาตรฐาน ISO 14064 ครอบคลุม Scope 1–3 พบปริมาณการปล่อยรวมอยู่ที่ 19,524 tCO2e และมีค่า Carbon Intensity ที่ 0.615 kgCO2e/km พร้อมวางแผนลดการปล่อยคาร์บอนอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการขอการรับรองคาร์บอนฟุตพรินท์ (CFP) และต่อยอดสู่ฉลากลดคาร์บอน (CFR) ร่วมกับองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (TGO) ควบคู่การใช้ยานยนต์ไฟฟ้าและพลังงานหมุนเวียนในระยะถัดไป

“แผนดำเนินงานระยะ 3 ปีของบริษัทมุ่งเน้นการเติบโตอย่างมีคุณภาพ ภายใต้แนวทาง Green Mobility เป็นแกนหลัก เดินหน้าขยายกองรถพลังงานไฟฟ้า (EV) และสถานีชาร์จ ควบคู่การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้สินทรัพย์ เพื่อบริหารจัดการต้นทุน และยกระดับความสามารถในการทำกำไรอย่างต่อเนื่อง รวมถึงต่อยอดธุรกิจ VVS และ AQS เพื่อสร้างรายได้ประจำและเสริมความมั่นคงของโครงสร้างรายได้ในระยะยาว โดยมีกรอบการดำเนินงานที่ชัดเจนและผู้ถือหุ้นสามารถติดตามผลได้” นายปิยะ กล่าว

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...