โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ผู้นำชาติอ่าวอาหรับ-ยุโรป คาด “ดีลสหรัฐ-อิหร่าน” ใช้เวลา 6 เดือน เสนอเปิดทางเจรจา

การเงินธนาคาร

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 17 เม.ย. เวลา 03.09 น.

ผู้นำชาติอ่าวอาหรับ-ยุโรป คาด "ดีลสหรัฐ-อิหร่าน" ใช้เวลา 6 เดือน เสนอขยายหยุดยิงเปิดทางเจรจา และเร่งเปิดฮอร์มุซเลี่ยงวิกฤตพลังงาน-อาหาร

วันที่ 17 เมษายน 2569 เวลา 08.21 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่าผู้นำชาติอ่าวอาหรับและยุโรปบางส่วนมองว่า การบรรลุข้อตกลงสันติภาพระหว่างสหรัฐและอิหร่านอาจต้องใช้เวลานานถึง 6 เดือน และเสนอให้ทั้งสองฝ่ายขยายระยะเวลาหยุดยิงออกไปให้ครอบคลุมช่วงเวลาดังกล่าว เพื่อเปิดทางให้การเจรจามีโอกาสสำเร็จ ตามข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการหารือ

ผู้นำเหล่านี้ต้องการให้ช่องแคบฮอร์มุซกลับมาเปิดใช้งานโดยเร็ว เพื่อฟื้นฟูการไหลเวียนของพลังงานในตลาดโลก พร้อมทั้งเตือนเป็นการภายในว่า หากสถานการณ์ยังไม่คลี่คลายในเดือนหน้า อาจนำไปสู่วิกฤตอาหารโลก เนื่องจากต้นทุนพลังงานและการขนส่งที่พุ่งสูงขึ้น

เจ้าหน้าที่ระบุว่า หากสงครามยืดเยื้อ ราคาพลังงานมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยล่าสุดราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับขึ้นราว 4.5% แตะระดับมากกว่า 99 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังตลาดตอบรับข่าวดังกล่าว

ในมุมมองของประเทศอ่าวอาหรับ อิหร่านยังคงมีเป้าหมายพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ แม้จะเผชิญการโจมตีจากสหรัฐและอิสราเอล ดังนั้นข้อตกลงสันติภาพควรรวมถึงเงื่อนไขห้ามอิหร่านเสริมสมรรถนะยูเรเนียม และห้ามครอบครองขีปนาวุธพิสัยไกล อย่างไรก็ตามผู้นำในภูมิภาคส่วนใหญ่ยังคงไม่ต้องการให้สถานการณ์กลับไปสู่การสู้รบ และต้องการให้สหรัฐใช้แนวทางการทูตเป็นหลัก

ด้านรัฐบาลประเทศต่าง ๆ เช่น ซาอุดีอาระเบีย กาตาร์ คูเวต โอมาน และบาห์เรน ยังไม่มีความเห็นอย่างเป็นทางการ ขณะที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์อ้างถึงแถลงการณ์ก่อนหน้านี้ที่เรียกร้องให้เปิดช่องแคบฮอร์มุซโดยไม่มีเงื่อนไข พร้อมเน้นว่าต้องมีแนวทางแก้ปัญหาอย่างครอบคลุม ทั้งประเด็นนิวเคลียร์ ขีปนาวุธ โดรน และกลุ่มติดอาวุธที่เกี่ยวข้องกับอิหร่าน

สงครามที่เริ่มขึ้นตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์จากการโจมตีของสหรัฐและอิสราเอล ได้สร้างความเสียหายอย่างหนักในตะวันออกกลาง โดยอิหร่านตอบโต้ด้วยการโจมตีทั้งอิสราเอลและประเทศในอ่าวอาหรับ เช่น ซาอุดีอาระเบีย ยูเออี และกาตาร์ ส่งผลกระทบต่อเมือง ท่าเรือ และโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน

แม้ราคาน้ำมันจะเริ่มชะลอลงหลังมีข้อตกลงหยุดยิงช่วงต้นเดือนเมษายน แต่ยังคงเพิ่มขึ้นมากกว่า 35% เมื่อเทียบกับก่อนเกิดสงคราม

ผู้เชี่ยวชาญอย่าง Rob Macaire อดีตเอกอัครราชทูตอังกฤษประจำอิหร่าน มองว่า โอกาสในการบรรลุข้อตกลงในระยะสั้นยังมีจำกัด โดยมองว่าท่าทีเชิงบวกของโดนัด์ ทรัมป์ ส่วนหนึ่งสะท้อนความกังวลต่อผลกระทบต่อตลาดการเงิน พร้อมชี้ว่าประเด็นสำคัญไม่ใช่แค่การเจรจาจะสำเร็จหรือไม่ แต่คือการลดความเสี่ยงที่จะกลับไปสู่การปะทะทางทหารอีกครั้ง

ขณะเดียวกันช่องแคบฮอร์มุซซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญของโลก ยังคงปิดการใช้งานเป็นส่วนใหญ่ ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศอ่าวอาหรับที่ไม่สามารถส่งออกน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติเหลว รวมถึงสินค้าอุตสาหกรรมได้ตามปกติ

รายงานยังระบุว่า สหรัฐและอิหร่านกำลังพิจารณาขยายเวลาหยุดยิงออกไปอีก 2 สัปดาห์ เพื่อเปิดทางให้การเจรจาดำเนินต่อไป อย่างไรก็ตามยังไม่มีหลักประกันว่าทั้งสองฝ่ายจะสามารถตกลงกันได้ ทั้งในเรื่องการหยุดยิงหรือข้อตกลงสันติภาพในระยะยาว

ประเด็นที่ยังเป็นอุปสรรคสำคัญ ได้แก่ โครงการนิวเคลียร์และขีปนาวุธของอิหร่าน การผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตร รวมถึงสถานการณ์ในเลบานอนที่เกี่ยวข้องกับกลุ่ม Hezbollah ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน

อย่างไรก็ดีมีการประเมินว่าอาจมีทางออกในประเด็นนิวเคลียร์ เช่น การให้อิหร่านเปิดให้มีการตรวจสอบ และระงับการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมชั่วคราว ขณะที่สหรัฐฯ อาจผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรบางส่วน แต่ประเด็นเรื่องความมั่นคงและการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซยังคงเป็นเรื่องที่ซับซ้อนและยากต่อการหาข้อยุติ

ทั้งนี้การประกาศหยุดยิง 10 วันระหว่างอิสราเอลและเลบานอนโดยทรัมป์ อาจเป็นอีกปัจจัยที่ช่วยเอื้อต่อบรรยากาศการเจรจาระหว่างสหรัฐและอิหร่านในระยะต่อไป

อ้างอิง : bloomberg.com

เกาะติดสถานการณ์ สหรัฐฯ–อิสราเอล เปิดฉากโจมตีอิหร่าน เร่งสถานการณ์ตึงเครียดทั่วตะวันออกกลาง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...