กสทช. เคาะร่างเกณฑ์กำกับ ค่าบริการมือถือใหม่ คุมราคาแพ็กเกจเหมาจ่ายไม่เกิน 210 บาทต่อเดือน
บอร์ด กสทช. มีมติเห็นชอบร่างประกาศปรับโครงสร้างอัตราค่าโทรศัพท์เคลื่อนที่ภายในประเทศ เน้นคุ้มครองผู้บริโภคและประโยชน์สาธารณะ กำหนดเกณฑ์ขั้นต่ำค่าบริการรายเดือนต้องครอบคลุมการโทร 70 นาที พร้อมอินเทอร์เน็ต 6GB ในความเร็วสูงสุดเพื่อสร้างมาตรฐานการเข้าถึงข้อมูล เตรียมยกระดับคุณภาพบริการหลังการใช้งานเกินโควตา โดยบังคับความเร็วขั้นต่ำไม่น้อยกว่า 512 Kbps เพิ่มขึ้นจากเกณฑ์เดิมเท่าตัวก่อนเปิดรับฟังความเห็นสาธารณะ
20 มีนาคม 2569 - นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ รักษาการแทนเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยผลการประชุมคณะกรรมการ กสทช. ล่าสุดว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบ (ร่าง) ประกาศ กสทช. เรื่อง การกำหนดและกำกับดูแลโครงสร้างอัตราค่าบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ภายในประเทศ ซึ่งเป็นข้อเสนอจากสำนักงาน กสทช. เพื่อปฏิรูปโครงสร้างราคาค่าบริการให้มีความเหมาะสมและเป็นธรรมต่อผู้ใช้งาน
สาระสำคัญของร่างประกาศฉบับดังกล่าว มุ่งเน้นไปที่การวางกรอบเพดานราคาค่าบริการในรูปแบบเหมาจ่าย (Bundled Package) โดยกำหนดให้มีอัตราค่าบริการไม่เกิน 210 บาทต่อเดือน (ซึ่งเป็นราคาที่ยังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) เพื่อให้เป็นทางเลือกมาตรฐานสำหรับประชาชนทั่วไป โดยในแพ็กเกจราคาดังกล่าว ผู้ให้บริการต้องมอบสิทธิประโยชน์ขั้นต่ำแก่ผู้ใช้บริการ ดังนี้ :
- บริการเสียง (Voice): ต้องสามารถใช้งานได้ไม่น้อยกว่า 70 นาที
- บริการอินเทอร์เน็ตเคลื่อนที่ (Mobile Data): ต้องเป็นรูปแบบการใช้งานไม่จำกัด โดยให้สิทธิการใช้งานความเร็วสูงสุด (Max Speed) ในปริมาณข้อมูลไม่ต่ำกว่า 6GB
นอกจากนี้ กสทช. ยังได้มีการปรับปรุงข้อกำหนดด้านคุณภาพการใช้งานอินเทอร์เน็ตหลังจากที่ผู้ใช้บริการใช้งานข้อมูลครบตามปริมาณที่กำหนด (FUP - Fair Usage Policy) โดยระบุว่าความเร็วอินเทอร์เน็ตต่อเนื่องต้องไม่ต่ำกว่า 512 Kbps ซึ่งเป็นการปรับเพิ่มขึ้นจากมติที่ประชุม กสทช. ครั้งที่ 20/2568 เดิมที่เคยกำหนดไว้ไม่ต่ำกว่า 256 Kbps การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ถือเป็นการยกระดับมาตรฐานความเร็วขั้นต่ำเพื่อให้ผู้บริโภคสามารถใช้งานสื่อสารพื้นฐานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
"คณะกรรมการ กสทช. เห็นควรให้มีการกำหนดค่าบริการเหมาจ่ายไม่เกินเดือนละ 210 บาท… โดยคำนึงถึงประโยชน์ในการคุ้มครองผู้ใช้บริการหรือประโยชน์สาธารณะ"
ภายหลังจากการเห็นชอบในหลักการของร่างประกาศดังกล่าว บอร์ด กสทช. ได้มอบหมายให้สำนักงาน กสทช. ดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมาย โดยการนำร่างประกาศฯ ไปเปิดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ (Public Hearing) ตามมาตรา 28 ของพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553
ทั้งนี้ ที่ประชุมยังได้ให้ความเห็นชอบต่อวิธีการเชิญชวนผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเข้าร่วม กระบวนการและวิธีการรับฟังความคิดเห็น รวมถึงกรอบระยะเวลาในการดำเนินงาน และร่างเอกสารประกอบการรับฟังความคิดเห็นสาธารณะทั้งหมด เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและครอบคลุมทุกภาคส่วนก่อนที่จะมีการประกาศบังคับใช้อย่างเป็นทางการต่อไป
การเคลื่อนไหวของ กสทช. ในครั้งนี้ ถูกจับตามองว่าเป็นการจัดระเบียบโครงสร้างราคาในอุตสาหกรรมโทรคมนาคมครั้งสำคัญ เพื่อควบคุมไม่ให้ค่าครองชีพด้านการสื่อสารของประชาชนสูงจนเกินไป ในขณะที่ยังคงต้องรักษามาตรฐานคุณภาพบริการที่สอดคล้องกับการขยายตัวของการใช้งานข้อมูลในปัจจุบัน