WFP ชี้ 'สงครามตะวันออกกลาง' เสี่ยงเพิ่ม 'ความอดอยาก' ทั่วโลกสูงเป็นประวัติการณ์
เจนีวา, 18 มี.ค. (ซินหัว) -- เมื่อวันอังคาร (17 มี.ค.) คาร์ล สเกา รองผู้อำนวยการบริหารโครงการอาหารโลก (WFP) แห่งสหประชาชาติ เตือนว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลางอาจผลักดันให้ระดับความหิวโหยทั่วโลกพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ โดยประเมินว่าหากสถานการณ์ยังคงยืดเยื้อต่อไปจนถึงเดือนมิถุนายน ประชาชนอีกกว่า 45 ล้านคนอาจต้องเผชิญกับภาวะหิวโหยขั้นรุนแรง จากราคาสินค้าที่เพิ่มสูงขึ้น
สเกากล่าวว่าความขัดแย้งดังกล่าวก่อให้เกิดผลกระทบต่อเนื่องขนาดใหญ่ต่อปฏิบัติการด้านมนุษยธรรมทั่วโลก โดยห่วงโซ่อุปทานของโครงการฯ ต้องเผชิญกับความปั่นป่วนรุนแรงที่สุดนับตั้งแต่การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) และวิกฤตยูเครน และความรุนแรงในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงต่อเนื่องเข้าสู่สัปดาห์ที่ 3 ส่งผลให้ปฏิบัติการบรรเทาทุกข์ต้องเผชิญกับระยะเวลาขนส่งที่ยาวนานขึ้นและต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้น
โครงการฯ ซึ่งมีการเดินรถบรรทุกหลายพันคันต่อวัน กำลังเผชิญกับต้นทุนการขนส่งที่เพิ่มขึ้นร้อยละ 18 เนื่องจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น ส่งผลให้ต้องลดปริมาณอาหารช่วยเหลือให้ชุมชนเสี่ยงอดอยากในซูดาน และปัจจุบันสามารถช่วยเหลือเด็กที่ขาดสารอาหารอย่างรุนแรงในอัฟกานิสถานได้เพียง 1 ใน 4 เท่านั้น โดยอัฟกานิสถานถือเป็นศูนย์กลางของวิกฤตภาวะขาดสารอาหารที่เลวร้ายที่สุดในโลก
นอกจากนั้นสเกายังแสดงความกังวลเกี่ยวกับความปั่นป่วนของตลาดปุ๋ยทั่วโลกเนื่องจากช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งสายสำคัญสำหรับปุ๋ยประมาณหนึ่งในสี่ของโลก อยู่ในภาวะ "แทบหยุดนิ่ง" และสเกาเน้นย้ำว่าต้นทุนอาหารและเชื้อเพลิงทั่วโลกที่พุ่งสูงขึ้นอาจทำให้หลายล้านครอบครัวไม่สามารถซื้ออาหารหลักได้ โดยประเทศที่พึ่งพาการนำเข้าจะได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุด