บิทคอยน์สะดุด 73,500 ดอลลาร์ จับตาเฟดส่งสัญญาณนโยบายดอกเบี้ยท่ามกลางพายุน้ำมัน-เงินเฟ้อ
บิทคอยน์ร่วงหลุดแนวรับ 73,500 ดอลลาร์ในวันพุธ ขณะตลาดเกาะติดการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินสหรัฐฯ ที่คาดว่าจะคงดอกเบี้ยไว้ในช่วง 3.50-3.75% ด้านราคาน้ำมันพุ่งหลังความขัดแย้งตะวันออกกลาง ผลักดันเงินเฟ้อให้เป็นปัจจัยกดดันใหม่ นักวิเคราะห์ชี้ตลาดคริปโตกำลังเผชิญ "บทพิสูจน์นโยบาย" ครั้งสำคัญ ว่าบิทคอยน์จะสามารถทะลุแนวต้านจิตวิทยา 80,000 ดอลลาร์ได้หรือไม่
บิทคอยน์แกว่งตัวใกล้ระดับ 74,000 ดอลลาร์ตลอดช่วงกลางสัปดาห์ ก่อนจะหล่นหลุดแนวรับ 73,500 ดอลลาร์ในช่วงใกล้ปิดตลาด เปิดเส้นทางสู่แนว 72,000 ดอลลาร์อีกครั้ง ท่ามกลางบรรยากาศที่ตลาดทั่วโลกจับตาคำตัดสินนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) อย่างใจจดใจจ่อ
การประชุมครั้งนี้คาดว่าจะคงกรอบดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 3.50-3.75% พร้อมปรับประมาณการเงินเฟ้อ การเติบโต และการจ้างงานให้สอดรับกับแรงกดดันด้านพลังงานที่ปะทุขึ้นจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง
ประเด็นที่ตลาดให้ความสนใจมากกว่าตัวเลขดอกเบี้ยคือ "ดอตพล็อต" หรือการคาดการณ์เส้นทางดอกเบี้ยรายไตรมาส รวมถึงการแถลงข่าวของประธานเฟด เจอโรม พาวเวลล์
ขณะที่อองเดร ดราโกช หัวหน้าฝ่ายวิจัยของ Bitwise Europe กล่าวว่า "ตลาดประเมินว่าเฟดจะไม่เปลี่ยนแปลงดอกเบี้ยในครั้งนี้ สิ่งที่ทุกฝ่ายจะจับตาคือสัญญาณชี้นำในอนาคต ดอตพล็อต และความเห็นเกี่ยวกับความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์และราคาพลังงาน"
ด้านความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางยิ่งมีความชัดเจนขึ้นเมื่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กดดันให้พาวเวลล์ลดดอกเบี้ยทันที แต่ตลาดกลับเคลื่อนไหวสวนทาง เนื่องจากราคาน้ำมันพุ่งสูงและแนวโน้มเงินเฟ้อเลวร้ายลง
ทั้งนี้ตามรายงานของรอยเตอร์ส ระบุว่าตลาดฟิวเจอร์สปัจจุบันประเมินว่าจะมีการลดดอกเบี้ยเพียงหนึ่งครั้งในปีนี้ในเดือนกันยายน และอีกครั้งในช่วงปลาย พ.ศ. 2570 ซึ่งเป็นเส้นทางที่เข้มงวดกว่าที่ทำเนียบขาวต้องการอย่างมีนัยสำคัญ
สำหรับนักเทรดคริปโต สถานการณ์นี้แปรเปลี่ยนการประชุมวันพุธให้กลายเป็นบทพิสูจน์สำคัญว่าบิทคอยน์จะสามารถรักษาแรงฟื้นตัวที่พาราคากลับมาแตะกลางช่วง 70,000 ดอลลาร์ได้ต่อเนื่องหรือไม่ หรือสัญญาณเฟดที่เข้มงวดกว่าคาดจะกดราคาให้ติดอยู่ใต้แนวต้านสำคัญทางจิตวิทยาและตลาดออปชันที่ระดับ 80,000 ดอลลาร์
อย่างไรก็ตามภาวะดังกล่าวยิ่งละเอียดอ่อนมากขึ้น เพราะเฟดต้องรับมือกับวิกฤติพลังงานรอบใหม่ในเวลาเดียวกับที่ตัวชี้วัดแรงงานเริ่มอ่อนแรงลง และการเปลี่ยนผ่านภาวะผู้นำในกรุงวอชิงตันกำลังคืบเข้ามา
ช็อกน้ำมันปรับโครงสร้างแนวโน้มดอกเบี้ย
เฟดเดินเข้าสู่การประชุมครั้งนี้พร้อมกับเศรษฐกิจที่สูญเสียแรงส่งไปแล้วก่อนที่ความขัดแย้งจะเพิ่มช่องทางเงินเฟ้อใหม่ ราคาน้ำมันเบนซินสหรัฐฯ เฉลี่ยอยู่ที่ 3.79 ดอลลาร์ต่อแกลลอนในวันอังคาร สูงกว่าระดับก่อนสงครามมากกว่า 25%
ด้วยเหตุนี้ นักเศรษฐศาสตร์อย่าง ไดแอน สวองก์ จาก KPMG จึงคาดว่าผู้กำหนดนโยบายจะปรับเพิ่มประมาณการเงินเฟ้อและการว่างงาน พร้อมลดแนวโน้มการเติบโต สะท้อนบริบทนโยบายที่เลื่อนจากการถกเถียงเรื่องการผ่อนคลายอย่างเป็นระเบียบ มาสู่การโต้เถียงในวงกว้างว่าเฟดจะรับความเสี่ยงเงินเฟ้อได้มากเพียงใด
ข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุดของสหรัฐฯ ยืนยันความตึงเครียดดังกล่าว กระทรวงพาณิชย์รายงานอัตราเงินเฟ้อ Core PCE อยู่ที่ 3.1% เมื่อเทียบปีต่อปีในเดือนมกราคม สูงที่สุดนับตั้งแต่เดือนมีนาคม พ.ศ. 2567 ขณะที่ GDP ไตรมาส 4 ถูกปรับลดลงเหลือเพียง 0.7%
ขณะที่ตลาดแรงงานก็อ่อนแรงตามมา ยอดการจ้างงานนอกภาคเกษตรในเดือนกุมภาพันธ์หดหาย 92,000 ตำแหน่ง และอัตราการว่างงานพุ่งขึ้นสู่ 4.4%
ตัวเลขเหล่านี้ทำให้เฟดต้องถ่วงดุลระหว่างตลาดแรงงานที่สูญเสียแรงส่งกับแนวโน้มเงินเฟ้อที่ยังสูงเกินเป้า โดยยังไม่ได้รวมผลกระทบเต็มๆ จากต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น
ส่วนเศรษฐกิจมหภาคที่บิทคอยน์กำลังเผชิญอยู่ตลอดช่วงสองปีที่ผ่านมา เนื่องจากสินทรัพย์ดิจิทัลชั้นนำมักเคลื่อนไหวในฐานะตัวแทน (proxy) ของภาวะการเงินที่ผ่อนคลาย ผลตอบแทนที่แท้จริงที่ต่ำลง และสภาพคล่องที่ขยายตัว
แต่การประชุมวันพุธนี้มาพร้อมปัจจัยนำเข้าชุดใหม่ที่แตกต่างออกไป หากเฟดปรับเพิ่มประมาณการเงินเฟ้อ คงเส้นทางค่ากลางไว้แบบเข้มงวด และส่งสัญญาณระมัดระวังต่อการลดดอกเบี้ย จะลดทอนเหตุผลของการขยายตัวอย่างรวดเร็วในความเสี่ยง แม้ว่าสินทรัพย์ดิจิทัลจะยืนหยัดได้ดีกว่าหุ้นบางตลาดท่ามกลางสงครามในภูมิรัฐศาสตร์ล่าสุด
จับตาวาระพาวเวลล์ บ่งชี้ทิศทางตลาดคริปโต
มีอีกหนึ่งกรอบเวลาที่กำลังเดิน ตำแหน่งประธานเฟดของพาวเวลล์จะสิ้นสุดในวันที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 แม้ว่าวาระของเขาในฐานะกรรมการของคณะกรรมาธิการธนาคารกลางสหรัฐฯ จะดำเนินต่อไปถึงวันที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2571
ความแตกต่างนี้กลายเป็นประเด็นสำคัญสำหรับนักลงทุนที่พยายามวางแผนนโยบายหลังจากการตัดสินใจในวันพุธ การเปลี่ยนผ่านประธานที่ครั้งหนึ่งดูเหมือนจะราบรื่น แต่ขณะนี้กลายเป็นเรื่องไม่แน่นอน เพราะ เควิน วอร์ช อดีตกรรมการธนาคารกลางสหรัฐฯ ที่ได้รับการเสนอชื่อจากทรัมป์ ยังคงติดอยู่ในขั้นตอนของวุฒิสภา
การเสนอชื่อวอร์ชถูกระงับไว้ขณะที่การต่อสู้ทางกฎหมายเกี่ยวกับการสอบสวนของกระทรวงยุติธรรมต่อพาวเวลล์ยังคงดำเนินอยู่ หากวอร์ชไม่ได้รับการรับรองก่อนการประชุม FOMC วันที่ 16-17 มิถุนายน พาวเวลล์จะยังคงนำการประชุมกำหนดอัตราดอกเบี้ยต่อไป แม้วาระประธานของเขาจะสิ้นสุดลงแล้วก็ตาม
ความเป็นไปได้นี้ขยายช่วงเวลาที่ตลาดอาจยังคงซื้อขายภายใต้กรอบนโยบายของพาวเวลล์ แม้ทรัมป์จะส่งสัญญาณต้องการดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าและรูปแบบภาวะผู้นำที่แตกต่างออกไปที่เฟด
สำหรับบิทคอยน์ อาจเป็นนัยยะสำคัญมากขึ้นกับการประชุมเฟด เนื่องจากเป็นสิ่งที่จะกำหนดทิศทางตลาดในครึ่งหลังของปีนี้ได้ และในเวลาเดียวกันก็จะชั่งน้ำหนักว่าเส้นทางนโยบายระยะกลางจะเปลี่ยนไปมากแค่ไหน เมื่อประชาชนตั้งคำถามเรื่องภาวะผู้นำของทรัมป์
อย่างไรก็ดีสิ่งนี้ไม่ได้รับประกันเส้นทางนโยบายที่ชัดเจนขึ้นสำหรับคริปโตหรือสินทรัพย์เสี่ยงในวงกว้าง การเปลี่ยนผ่านที่ล่าช้า ความยืดเยื้อในวุฒิสภา และข้อพิพาททางกฎหมายที่ยังคงดำเนินอยู่รอบพาวเวลล์ ล้วนเพิ่มความไม่แน่นอนให้กับตารางเวลาที่นักลงทุนคาดหวังว่าจะเป็นตัวชี้นำช่วงครึ่งหลังของปี
website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO