โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ซีอีโอ ttb แนะรื้อค่าธรรมเนียมแบงก์ ต้องสะท้อนต้นทุนจริง

การเงินธนาคาร

อัพเดต 18 มี.ค. เวลา 09.52 น. • เผยแพร่ 18 มี.ค. เวลา 02.52 น.

ซีอีโอ ttb แนะ ธปท. ปรับค่าธรรมเนียมธนาคาร 15 รายการ ยึดโมเดล "ใครทำคนนั้นจ่าย" เลิกเก็บตามมูลค่าธุรกรรม มุ่งสะท้อนต้นทุนจัดการเงินสด และลดภาระคนตัวเล็กในระบบดิจิทัล

เช็คใบละหมื่นกับใบละล้าน มีภาระงานเท่ากัน แต่ทำไมถึงต้องคิดค่าธรรมเนียมตามมูลค่าหน้าเช็คแบบหมื่นละ 10 บาทปิติ ตัณฑเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ทีทีบี กล่าวถึงความสมเหตุสมผลของค่าฟีธนาคาร ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย( ธปท.) กำลังจะรื้อโครงสร้างค่าธรรมเนียมธนาคาร 15 รายการ

โดย ปิติ ระบุว่า เข้าใจว่า ธปท. จะพิจารณาค่าธรรมเนียมที่ดูงงในบางรายการ และปัจจุบันยังมีค่าธรรมเนียมบางประเภทที่ไม่สอดคล้องกับต้นทุนที่แท้จริงในยุคดิจิทัล เช่น "ค่าคู่สาย" ที่ปัจจุบันเปลี่ยนมาใช้การรับส่งข้อมูลผ่านอินเทอร์เน็ตเกือบทั้งหมดแล้ว รวมถึงประเด็นการเรียกเก็บค่าธรรมเนียม การเคลียริ่งเช็คข้ามเขต ที่การตรวจลายเซ็นบนเช็คใบละหมื่นกับใบละล้าน มีภาระงานเท่ากัน แต่ทำไมถึงต้องคิดค่าธรรมเนียมตามมูลค่าหน้าเช็คแบบหมื่นละ 10 บาท สิ่งนี้คือคำถามเรื่องความสมเหตุสมผล

ซึ่ง ปิติ มองว่า ค่าธรรมเนียมในอนาคตควรเปลี่ยนจากระบบอิงมูลค่ามาเป็นระบบอิงตามกิจกรรมหรือต้นทุนจริง เพื่อความโปร่งใส บนหลักการ 'ใครสร้างภาระ…คนนั้นจ่าย' โดยหัวใจสำคัญของการปฏิรูปค่าฟีครั้งนี้คือการทำให้ระบบธนาคารสะท้อนต้นทุนการจัดการที่แท้จริง โดยเฉพาะต้นทุนเงินสดซึ่งมีภาระทั้งด้านการขนส่ง การนับ และการรักษาความปลอดภัย

“การจะรื้อค่าธรรมเนียมควรมุ่งไปที่การให้ค่าธรรมเนียมที่เป็นอุปสรรคต่อเงินสด กลุ่มที่นิยมเบิกถอนเงินสดจำนวนมากหรือใช้เช็คข้ามพื้นที่เพื่อหลีกเลี่ยงระบบอิเล็กทรอนิกส์ ควรต้องเป็นผู้รับผิดชอบต้นทุนที่เกิดขึ้นเอง ไม่ใช่ให้ธนาคารนำต้นทุนส่วนนี้ไปเฉลี่ยให้ลูกค้ารายอื่นแบกรับ การทำให้การใช้เงินสดมีต้นทุนที่ชัดเจน จะเป็นการกดดันทางอ้อมให้ธุรกิจที่ไม่โปร่งใส ซึ่งมักพึ่งพาเงินสดในการอำนวยความสะดวก ต้องเข้าสู่ระบบที่ตรวจสอบได้มากขึ้น”

ขณะที่การผลักดันสังคมไร้เงินสด (Cashless Society) นั้น ปิติ เผยว่า ช่องทางดิจิทัลต้องถูกกว่าเงินสด ค่าธรรมเนียมจากการรับชำระผ่าน QR Code หรือช่องทางออนไลน์ต้องไม่สูงจนทำให้ร้านค้าเล็กๆ รู้สึกเดือดร้อนจนต้องกลับไปรับเงินสด และเพื่อให้เกิดโครงสร้างเศรษฐกิจที่โปร่งใสและตรวจสอบได้ การลดภาระค่าธรรมเนียมให้คนตัวเล็กจะช่วยให้ SME เข้าสู่ระบบการเงินดิจิทัลได้อย่างยั่งยืน

สำหรับทีทีบีได้ปรับตัวนำหน้าตลาดเรื่องค่าธรรมเนียมมานานแล้วภายใต้กลยุทธ์ "Free Goal" ที่ไม่เก็บค่าธรรมเนียมพื้นฐาน ทำให้การปรับเกณฑ์ของธปท.ครั้งนี้จะไม่ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ

โดยปัจจุบัน ttb มุ่งเน้นไปที่รายได้ค่าธรรมเนียมจากบริการที่มีมูลค่าสูง (High Value-added) เช่น บริการโอนเงินสกุลหยวนเพื่อสนับสนุนการลงทุน และธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง ซึ่งเป็นส่วนที่สะท้อนถึงคุณค่าที่ลูกค้าได้รับจริง มากกว่าการพึ่งพาค่าธรรมเนียมจากการทำธุรกรรมพื้นฐานแบบเดิมๆ

“เดิมทีธนาคารเป็นตัวกลางระหว่างผู้ฝากเงินกับผู้กู้เงิน กล่าวคือ ธนาคารรับฝากเงินจากลูกค้า แล้วนำเงินไปปล่อยสินเชื่อให้กับลูกค้าอีกกลุ่มหนึ่ง โดยหวังว่าผลตอบแทนจะครอบคลุมความเสี่ยงและต้นทุนในการบริหารจัดการ ความเสี่ยงทางธุรกิจเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ ธนาคารจึงต้องปรับตัว เช่น ลดสาขา ลดจำนวนพนักงาน และหันไปใช้ระบบดิจิทัลมากขึ้น เพื่อควบคุมต้นทุนและรับมือกับความเสี่ยงที่เกิดขึ้น”

โมเดลของธนาคารคือการคิดดอกเบี้ยกับผู้ฝากเงิน และจ่ายดอกเบี้ยให้กับผู้กู้เงิน พร้อมทั้งเก็บค่าธรรมเนียมต่าง ๆ สิ่งที่เห็นได้ชัดคือผู้ฝากเงินได้รับดอกเบี้ยน้อยลงเรื่อย ๆ โดยเฉพาะเมื่อเกษียณอายุ เงินฝากในธนาคารอาจได้ดอกเบี้ยเพียง 1% และยังต้องเสียภาษีอีก ทำให้แทบไม่เหลือผลตอบแทน ดังนั้น สิ่งที่ธนาคารควรทำคือเป็นตัวกลางในการนำเงินของผู้ฝากไปลงทุนในทางเลือกที่ปลอดภัยและให้ผลตอบแทนที่ดีกว่า เพื่อสร้างความคุ้มค่าให้กับลูกค้า

“การหวังพึ่งพากำไรจากการเติบโตของสินเชื่อเพื่อกินส่วนต่างดอกเบี้ย (Margin) โดยหวังให้ทุกคนเป็นหนี้เยอะๆ เพื่อสร้างการเติบโตระดับ Double Digit นั้น คงหมดแล้วสำหรับยุคนี้ เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจที่ไม่ได้โตเร็วอย่างที่คิดและปัญหาหนี้ครัวเรือน ธนาคารต้องเปลี่ยนจากการเป็นเพียงผู้รับฝากและปล่อยกู้ ไปเป็นตัวกลางในการบริหารความมั่งคั่ง โดยนำเงินฝากไปลงทุนในผลิตภัณฑ์ที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่าดอกเบี้ยเงินฝากอย่างปลอดภัย เพื่อสร้างอำนาจในการจับจ่ายให้ลูกค้าและช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไปด้วย”

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ วงการธนาคาร ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...