“ซิตี้กรุ๊ป” หั่นเป้าราคา “บิตคอยน์-อีเธอเรียม” ช่วง 12 เดือนข้างหน้า ชี้กฎหมายสหรัฐล่าช้ากดดีมานด์
"ซิตี้กรุ๊ป" หั่นเป้าราคา BTC เหลือ 112,000 ดอลลาร์ และ ETH เหลือ 3,175 ดอลลาร์ หลังความคืบหน้ากฎหมายคริปโตฯ ชะงัก ฉุดโอกาสเงินทุนสถาบันและ ETF
วันที่ 17 มีนาคม 2569 เวลา 15.23 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ซิตี้กรุ๊ปปรับลดคาดการณ์ราคาบิตคอยน์และอีเธอเรียมในช่วง 12 เดือนข้างหน้า โดยชี้ว่าความคืบหน้าด้านกฎหมายคริปโตของสหรัฐที่ล่าช้า กำลังจำกัดโอกาสที่ปัจจัยเชิงบวกด้านกฎระเบียบจะช่วยหนุนความต้องการลงทุนผ่าน ETF และการเข้ามาของนักลงทุนสถาบัน
รายงานระบุว่า ความคืบหน้าของกฎหมายโครงสร้างตลาดคริปโตในวุฒิสภาสหรัฐยังชะงักงัน โดยโอกาสผ่านร่างกฎหมาย Clarity Act ลดลง จากความเห็นต่างในประเด็นการกำกับดูแลสเตเบิลคอยน์ และกรอบเวลาที่จำกัดสำหรับการอนุมัติภายในปี 2569
ซิตี้กรุ๊ปได้ปรับลดคาดการณ์ราคาบิตคอยน์ลงเหลือ 112,000 ดอลลาร์ จากเดิม 143,000 ดอลลาร์ และปรับลดราคาอีเธอเรียมลงเหลือ 3,175 ดอลลาร์ จาก 4,304 ดอลลาร์
นักวิเคราะห์ระบุว่า แม้กฎระเบียบจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเติบโตของตลาดคริปโตฯ แต่โอกาสในการผ่านกฎหมายภายในปีนี้กำลังลดลง
อย่างไรก็ตามซิตี้กรุ๊ป ประเมินว่า หากเศรษฐกิจเข้าสู่ภาวะถดถอย ราคาบิตคอยน์อาจร่วงลงถึง 58,000 ดอลลาร์ และอีเธอเรียมอาจลดลงเหลือ 1,198 ดอลลาร์ ขณะที่ในกรณีเชิงบวก หากความต้องการลงทุนเพิ่มขึ้น บิตคอยน์อาจพุ่งถึง 165,000 ดอลลาร์ และอีเธอเรียมแตะ 4,488 ดอลลาร์
ล่าสุดบิตคอยน์ซื้อขายอยู่ราว 74,298 ดอลลาร์ และอีเธอเรียมอยู่ที่ประมาณ 2,345 ดอลลาร์
ซิตี้กรุ๊ปยังระบุว่า อีเธอเรียมมีความอ่อนไหวต่อกิจกรรมผู้ใช้งาน ซึ่งช่วงหลังชะลอตัว แต่แนวโน้มของสเตเบิลคอยน์และการแปลงสินทรัพย์เป็นโทเคน (tokenization) อาจช่วยกระตุ้นความสนใจในอนาคต
ด้านปัจจัยการเมือง ความเป็นไปได้ในการผ่านกฎหมายคริปโตฯ อาจยิ่งลดลง หากพรรคเดโมแครตได้ที่นั่งเพิ่มในการเลือกตั้งกลางเทอมเดือนพฤศจิกายน เนื่องจากมีความเห็นแตกต่างกันภายในพรรคเกี่ยวกับการปรับกฎเกณฑ์รองรับคริปโตฯ
นอกจากนี้ยังมีข้อเสนอให้เพิ่มมาตรการป้องกันการฟอกเงิน และห้ามเจ้าหน้าที่รัฐแสวงหากำไรจากธุรกิจคริปโตฯ ซึ่งอาจกระทบต่อโอกาสที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะลงนามรับรองกฎหมายดังกล่าว
ซิตี้กรุ๊ปมองว่า ในระยะสั้น บิตคอยน์มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ โดยระดับ 70,000 ดอลลาร์เป็นจุดสำคัญที่ตลาดจับตา ท่ามกลางความไม่แน่นอนด้านนโยบาย
อ้างอิง : www.reuters.com