โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

CRC กางโรดแมปสู้ศึกวิกฤตพลังงานโลก ชูแผนบริหารจัดการอัจฉริยะลดต้นทุนน้ำมันล้านลิตร

การเงินธนาคาร

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว

เร่งขยายสัดส่วนพลังงานสะอาดผลิตไฟฟ้าใช้เองแตะ 23% พร้อมยกระดับโลจิสติกส์สู่ Green Logistics เต็มรูปแบบ ผนึกนวัตกรรม CPMS-EMIS ติดตามการใช้พลังงานแบบ Real-time หวังเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานทั่วไทย-เวียดนาม ตอบรับนโยบายรัฐหั่นราคาสินค้ากว่า 2,300 รายการ พ่วงมาตรการหนุนเครื่องไฟฟ้าเบอร์ 5 ช่วยลดค่าครองชีพประชาชน

10 เมษายน 2569 - บริบทความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์โลกที่ยืดเยื้อ ได้กลายเป็นปัจจัยกดดันโดยตรงต่อเสถียรภาพด้านพลังงานและต้นทุนการดำเนินธุรกิจในวงกว้าง บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ CRC ในฐานะผู้นำธุรกิจค้าปลีกและค้าส่งของประเทศไทย จึงประกาศขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์ด้านพลังงานอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันต่อความผันผวนของราคาเชื้อเพลิงและยกระดับประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรตลอดห่วงโซ่อุปทาน

คุณจริยา จิราธิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายความยั่งยืน CRC ระบุว่า องค์กรตระหนักถึงบทบาทสำคัญในการเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตผู้คน จึงมุ่งมั่นพัฒนาประสิทธิภาพการใช้พลังงานอย่างเป็นระบบ เพื่อลดผลกระทบจากวิกฤตพลังงานโลกและเสริมความแข็งแกร่งให้กับสังคมและธุรกิจในระยะยาว โดยแผนงานดังกล่าวครอบคลุมทั้งมิติด้านไฟฟ้า การขนส่ง และการจัดการทรัพยากรน้ำ

"เรามุ่งมั่นพัฒนาประสิทธิภาพการใช้พลังงานอย่างเป็นระบบ ครบวงจรตลอดห่วงโซ่ธุรกิจ เพื่อลดผลกระทบจากความผันผวนด้านพลังงาน และเสริมความแข็งแกร่งให้กับสังคมและธุรกิจในระยะยาว"

รุกคืบพลังงานสะอาดและระบบจัดการอัจฉริยะ

ในมิติด้านพลังงาน CRC ได้ติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์บนหลังคาไปแล้ว 181 แห่ง สามารถผลิตไฟฟ้าใช้เองได้ถึง 204,818 เมกะวัตต์ชั่วโมงต่อปี หรือคิดเป็น 23% ของการใช้ไฟฟ้าทั้งหมดของกลุ่มธุรกิจ พร้อมมีแผนขยายการติดตั้งในส่วนของไทวัสดุเพิ่มอีก 18 สาขาภายในปี 2569 นอกจากนี้ยังได้นำระบบ Chiller Plant Manager System (CPMS) และ Energy Management Information System (EMIS) มาใช้ในศูนย์การค้า 15 แห่ง เพื่อตรวจจับและแก้ไขจุดที่เกิดการสูญเสียพลังงานแบบ Real-time

ยกระดับ Green Logistics ลดการใช้น้ำมันดีเซลกว่า 1 ล้านลิตร

สำหรับการบริหารจัดการคลังสินค้าและขนส่ง CRC ได้ปรับเปลี่ยนโครงสร้างไปสู่ระบบไฟฟ้า (EV) มากขึ้น โดยปัจจุบันมีรถบรรทุกและรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าปฏิบัติงานรวม 144 คัน ซึ่งสามารถลดการใช้น้ำมันดีเซลได้สูงถึง 1,023,209 ลิตรต่อปี ควบคู่ไปกับการเปลี่ยนมาใช้รถยกไฟฟ้า (Electric Forklift) ทดแทนระบบก๊าซ LPG ในคลังสินค้า ส่งผลให้ในปีที่ผ่านมาสามารถลดการใช้พลังงานลงได้มากกว่า 5% และตั้งเป้าลดต่อเนื่องไม่ต่ำกว่า 2% ต่อปี

มาตรการบรรเทาภาระค่าครองชีพผู้บริโภค

นอกจากการปรับโครงสร้างภายใน องค์กรยังได้ออกมาตรการช่วยเหลือผู้บริโภคที่ได้รับผลกระทบจากต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นผ่านกลุ่มธุรกิจในเครือ ดังนี้:

  • สนับสนุนอุปกรณ์ประหยัดไฟ : เพาเวอร์บายและไทวัสดุมอบสิทธิประโยชน์และโปรแกรมแบ่งชำระสำหรับสินค้าเบอร์ 5 เพื่อลดภาระต้นทุนการเข้าถึงเทคโนโลยีประหยัดพลังงาน
  • ตรวจเช็กสภาพยานพาหนะ : ศูนย์บริการ Auto 1 ให้บริการตรวจเช็กสภาพรถฟรี 38 รายการ เพื่อลดการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงและเพิ่มความปลอดภัย
  • ลดราคาสินค้าอุปโภคบริโภค : ท็อปส์ และ โก โฮลเซลล์ เข้าร่วมโครงการ “ไทยช่วยไทย ลดภาระ ลดค่าครองชีพ” โดยจัดสรรสินค้าจำเป็นกว่า 2,300 รายการมาจำหน่ายในราคาพิเศษ รวมถึงศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ที่ลดราคาสินค้าเพิ่มอีกกว่า 1,000 รายการ

"เราจะไม่มองเพียงแค่ผลประกอบการ แต่จะเดินหน้าเป็นผู้นำที่กล้าขยับ ลงมือทำ พร้อมอยู่เคียงข้างให้ความช่วยเหลือประชาชนในทุกสถานการณ์ เพื่อเป็นต้นแบบในการฝ่าวิกฤตพลังงาน"

การกางโรดแมปครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงกลยุทธ์ของ CRC ที่มุ่งเน้นการใช้ "นวัตกรรม" เป็นหัวใจสำคัญในการฝ่าวิกฤต โดยเปลี่ยนจากพฤติกรรมเชิงรับไปสู่การสร้างระบบนิเวศแห่งความยั่งยืนที่เชื่อมโยงทั้งคู่ค้าและผู้บริโภค เพื่อสร้างเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมให้เติบโตไปพร้อมกันอย่างยั่งยืน

อ่านข่าว แวดวงธุรกิจ ที่น่าสนใจ ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...