โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นักดาราศาสตร์ค้นพบ “หลุมดำมวลยิ่งยวด” คู่แรกที่โคจรรอบกันในกาแล็กซีอันห่างไกล เตรียมจับตาการรวมตัวครั้งประวัติศาสตร์

SPACEMAN

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 09 เม.ย. เวลา 08.08 น. • SPACEMAN มนุษย์อวกาศ

เมื่อวันที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2569 ที่ผ่านมา นักดาราศาสตร์ได้ประกาศการค้นพบครั้งสำคัญซึ่งอาจเป็นครั้งแรกของโลกที่พบ "หลุมดำมวลยิ่งยวด" (Supermassive black hole) สองดวงกำลังโคจรรอบกันและใกล้จะรวมตัวกันในกาแล็กซีมาร์คาเรียน 501 (Markarian 501) การค้นพบนี้ไม่เพียงแต่ช่วยให้เราเข้าใจธรรมชาติของหลุมดำได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น แต่ยังเปิดโอกาสให้มนุษย์ได้ศึกษาขั้นตอนวิวัฒนาการของกาแล็กซี และเตรียมสังเกตการณ์ "คลื่นความโน้มถ่วง" (Gravitational wave) ที่จะเกิดขึ้นเมื่อหลุมดำทั้งสองพุ่งชนกันในอนาคต

เป็นเวลาหลายปีที่นักวิทยาศาสตร์ต่างคาดเดาว่า น่าจะมีหลุมดำมวลยิ่งยวดมากกว่าหนึ่งดวงซ่อนอยู่ใจกลางกาแล็กซีต่าง ๆ แต่การหาหลักฐานมายืนยันนั้นทำได้ยากมาก จนกระทั่งล่าสุด ทีมนักวิจัยนำโดย ซิลเคอ บริตเซน จากสถาบันมักซ์พลังก์เพื่อดาราศาสตร์วิทยุในประเทศเยอรมนี ได้วิเคราะห์ข้อมูลคลื่นวิทยุความละเอียดสูงที่เก็บรวบรวมมานานกว่า 20 ปี และพบหลักฐานที่ชัดเจนว่ามีหลุมดำมวลยวดยิ่งสองดวงกำลังโคจรรอบกันอยู่ หลุมดำคู่นี้มีมวลมหาศาลตั้งแต่ 100 ล้านถึง 1,000 ล้านเท่าของมวลดวงอาทิตย์ และมีระยะห่างระหว่างกันประมาณ 250 ถึง 540 เท่าของระยะทางจากโลกถึงดวงอาทิตย์

การค้นพบหลุมดำดวงที่สองนี้สร้างความประหลาดใจให้กับทีมนักวิจัยเป็นอย่างมาก ก่อนหน้านี้ นักดาราศาสตร์เคยสังเกตเห็น "ลำอนุภาค" (Particle jet) เพียงลำเดียวที่พุ่งออกจากใจกลางกาแล็กซีมาร์คาเรียน 501 ตรงมายังโลกคล้ายกับแสงไฟฉาย แต่หลังจากติดตามข้อมูลอย่างยาวนาน พวกเขาก็ตรวจพบการมีอยู่ของลำอนุภาคที่สองซึ่งพุ่งออกไปในทิศทางอื่น ลำอนุภาคที่สองนี้ไม่ได้อยู่นิ่งกับที่ แต่กำลังเคลื่อนที่ในทิศทางทวนเข็มนาฬิการอบหลุมดำดวงที่ใหญ่กว่า โดยใช้เวลาโคจรครบรอบทุก ๆ 121 วัน การเคลื่อนที่ดังกล่าวเป็นตัวบ่งชี้ชั้นดีว่าหลุมดำทั้งสองอยู่ใกล้กันมากจนแรงโน้มถ่วงของพวกมันส่งผลกระทบซึ่งกันและกัน ทำให้ระบบทั้งหมดมีการแกว่งไปมาอย่างซับซ้อน

ในขณะที่หลุมดำทั้งสองดวงนี้ยังคงโคจรรอบกัน พวกมันจะค่อย ๆ ขยับเข้าใกล้กันมากขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่งรวมตัวกันเป็นหนึ่งเดียวในที่สุด การหดตัวของวงโคจรนี้จะก่อให้เกิดคลื่นความโน้มถ่วง ซึ่งเป็นรอยกระเพื่อมใน "ปริภูมิ-เวลา" (Space-time) แผ่ออกไปทั่วเอกภพ นักดาราศาสตร์คาดหวังว่าเครื่องมือขั้นสูงในอนาคต เช่น Pulsar Timing Arrays จะสามารถตรวจจับคลื่นเหล่านี้ได้

เฮกเตอร์ โอลิวาเรส หนึ่งในผู้ร่วมวิจัยระบุว่า หากเราสามารถตรวจจับคลื่นความโน้มถ่วงได้ เราอาจจะได้เห็นความถี่ของคลื่นที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อยักษ์ใหญ่ทั้งสองพุ่งเข้าหากัน นับเป็นโอกาสที่หาได้ยากยิ่งในการเฝ้าดูปรากฏการณ์ที่ทรงพลังที่สุดเหตุการณ์หนึ่งในเอกภพ ซึ่งจะช่วยไขปริศนาการก่อตัวของกาแล็กซีและพฤติกรรมของหลุมดำได้อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ทั้งนี้ ผลงานวิจัยชิ้นดังกล่าวได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิชาการ Monthly Notices of the Royal Astronomical Society เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ข้อมูลอ้างอิง: Daily Galaxy

  • Scientists Detect the First Pair of Supermassive Black Holes Orbiting Each Other in a Distant Galaxy
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...