โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

สั่งย้าย-ตั้งกรรมการสอบ ตร.ม่วงสามสิบ เรียกเงินค่าน้ำมัน จ่อเอาผิดวินัย อาญา

Thairath - ไทยรัฐออนไลน์

อัพเดต 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ภาพไฮไลต์

โฆษก ตร. ยืนยันตำรวจเรียกเงินค่าน้ำมัน 300 บาท 2 เคสในพื้นที่ สภ.ม่วงสามสิบ เป็นคนเดียวกัน จ่อเอาผิดละเว้นปฏิบัติหน้าที่-เรียกรับผลประโยชน์ ย้ำ สตช.จัดสรรงบแก้วิกฤตน้ำมันทั่วถึง ยันชัดไม่มี “ไอ้โม่ง” ใน สตช. อมน้ำมัน ด้าน รองโฆษก ตร. ลั่นตำรวจไม่ดี ให้ออกไป มีรุ่นน้องอีกหลายคนที่อยากเป็นตำรวจ

วันที่ 7 เมษายน 2569 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติและโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีชาวบ้านร้องเรียนถูกพนักงานสอบสวน สภ.ม่วงสามสิบ จ.อุบลราชธานี เรียกรับค่าน้ำมันแลกกับการเดินทางไปตรวจสอบเหตุคนร้ายลักทรัพย์ในพื้นที่ อ.ม่วงสามสิบ จนกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในโลกโซเชียล ทำให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้รับความเสียหาย

โดย พล.ต.ท. ไตรรงค์ ยืนยันว่า ขณะนี้ทางผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้สั่งการให้ตำรวจ ในพื้นที่เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง แต่เบื้องต้นพบว่า นายตำรวจยศพันตำรวจโท ซึ่งเป็นพนักงานสอบสวน ได้ใช้วาจาไม่เหมาะสมในการเรียกรับเงิน 300 บาท เพื่อเป็นค่าน้ำมันในการลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุจริง ซึ่งเรื่องนี้ทางผู้กำกับการสถานีตำรวจดังกล่าวได้ออกมาชี้แจงถึงความไม่เหมาะสม พร้อมตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง อีกทั้งยังมีคำสั่งให้นายตำรวจคนดังกล่าวไปช่วยราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการ สภ.เมืองอุบลราชธานี พร้อมสืบสวนข้อเท็จจริงหากพบว่ามีความผิดจริง ก็จะดำเนินการทั้งทางวินัยและทางอาญา

แต่ในขณะเดียวกันมีการตรวจสอบพบว่า ตำรวจนายดังกล่าวถูกร้องเรียนจากชาวบ้านม่วงสามสิบเช่นกันในกรณีเรียกรับค่าน้ำมันในการเดินทางไปขอหมายจับคดีหลอกลวงออนไลน์อีก 3,000 บาท ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ระหว่างติดต่อกับผู้เสียหาย แต่ยืนยันว่าหากมีการเข้ามาร้องทุกข์กล่าวโทษ ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติก็จะดำเนินการ เบื้องต้นเข้าข่ายความผิดเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบมาตรา 157 และเข้าข่ายความผิดเจ้าพนักงานเรียกรับผลประโยชน์มาตรา 149

ทั้งนี้ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติย้ำว่า ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติไม่มีนโยบายในการที่จะไปรับค่าน้ำมันจากสถานการณ์วิกฤตน้ำมันแพง เนื่องจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้มีการจัดสรรงบประมาณลงไปยังพื้นที่อย่างเพียงพอ เพราะล่าสุดได้มีการอนุมัติงบประมาณเพิ่มเติมในช่วงวิกฤต แม้ว่าจะมีเสียงครหาจากตำรวจชั้นผู้น้อยที่ยังเข้าไม่ถึง โดยยืนยันว่าทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติไม่มีไอ้โม่งที่จะกักตุนน้ำมันอย่างแน่นอน แต่ถ้าหากมีก็ต้องดำเนินการตามกฎหมายไม่ละเว้น

พร้อมทั้งยืนยันว่าทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติเน้นย้ำในเรื่องการรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของชาวบ้าน โดยเฉพาะเรื่องระบบสายตรวจ ที่ใช้ยานพาหนะในแต่ละวงรอบ ซึ่งยังมีสายตรวจวงรอบ 24 ชั่วโมงให้ความปลอดภัยกับพี่น้องประชาชนเพื่อป้องกันเหตุด่วน-เหตุร้าย

สำหรับการปฏิบัติหน้าที่ยืนยันว่าตำรวจมีเงินเดือนและเบี้ยเลี้ยงอยู่แล้ว การบริการประชาชนเป็นหน้าที่ ไม่สามารถเรียกร้องค่าบริการได้ สามารถของบประมาณเพิ่มเติมตามระเบียบการใช้จ่ายงบประมาณได้ ยืนยันว่าจะไม่มีภาพรถตำรวจไม่สามารถออกปฏิบัติหน้าที่ได้เพราะไม่มีน้ำมัน แต่จะมีการปรับเปลี่ยนการปฏิบัติงาน การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า เช่น ปรับจุดตรวจตู้แดงให้เหมาะสมกับสถานการณ์น้ำมันแพง เมื่อประชาชนแจ้งเหตุ ตำรวจต้องไปถึงที่เกิดเหตุภายใน 5-15 นาที ต้องมีวงรอบการเข้าตรวจตามจุดต่างๆ ใน 24 ชั่วโมงตามห้วงเวลาต่างๆ และการเข้าถึงเหตุต่างๆได้อย่างรวดเร็ว

ขณะที่พล.ต.ท.ชัยต์พจน สูวรรณรักษ์ ผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล และรองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ระบุว่า ถ้าไม่อยากเป็นตำรวจไม่เป็นไร ก็มีน้องๆ อีกหลายๆ คน ที่อยากจะเข้ามาเป็นตำรวจ ก็ถ้าไม่อยากเป็นตำรวจก็ไม่เป็นไร ถ้าเป็นแล้วก็ต้องรับในเงื่อนไขเราต้องบริการพี่น้องประชาชนตามอำนาจหน้าที่

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สั่งย้าย-ตั้งกรรมการสอบ ตร.ม่วงสามสิบ เรียกเงินค่าน้ำมัน จ่อเอาผิดวินัย อาญา

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...