โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

รวบตัว "หนูเฉิน" เอเย่นต์ยาเสพติดรายใหญ่ระดับสั่งการ

ข่าวช่อง8

เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • RS PCL
ป.ป.ส. บูรณาการกำลังร่วม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ รวบตัว “หนูเฉิน” เอเย่นต์ยาเสพติดรายใหญ่ระดับสั่งการ หลังหลบหนีไปกบดาน ณ ประเทศเกาหลี พบประวัติหมายจับติดตัวมากกว่า 60 หมาย

วันที่ 7 เมษายน 2569 เวลา 16.00 น. ณ กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม แถลงผลการปฏิบัติการจับกุมผู้ค้ายาเสพติดระดับสั่งการที่หลบหนีการจับกุมไปกบดาน ที่สาธารณรัฐเกาหลี โดยมี พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส., ,พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร./ผอ.ศอ.ปส.ตร., พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผบช.ปส., นายอภิกิต ฉ.โรจน์ประเสริฐ รองเลขาธิการ ป.ป.ส. นายคณิศร ภาพีรนนท์ ผอ. สำนักปราบปรามยาเสพติด สำนักงาน ป.ป.ส., พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ธนิต ไทยวัชรามาศ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น./รอง โฆษก ตร., กองการต่างประเทศ (ตำรวจสากล), กองทะเบียนประวัติอาชญากร แถลงผลการจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติดรายสำคัญระดับสั่งการที่มีความเคลื่อนไหวในระดับสากล โดยสำนักงาน ตำรวจแห่งชาติ ได้บูรณาการร่วมกับ สำนักงาน ป.ป.ส. และ สาธารณรัฐเกาหลี จับกุมพร้อมพิสูจน์อัตลักษณ์ยืนยันตัวบุคคล อย่างละเอียดจนเป็นที่ประจักษ์พร้อมส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจากประเทศไทยควบคุมตัวนายฐปนันท์ หรือ “หนูเฉิน” ณ สาธารณรัฐเกาหลี เพื่อนำกลับมาดำเนินคดีตามกฎหมายและขยายผลการสืบสวนเพื่อทำลายเครือข่ายยาเสพติดอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องต่อไป

.

จากการสืบสวนทราบว่า นายฐปนันทน์ หรือนายอธิฐาน หรือ "หนูเฉิน" อายุ 43 ปี เป็นบุคคลที่มีชื่ออยู่ในบัญชีผู้เป็น ที่ต้องการตัวมากที่สุด (Most Wanted) ของกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) และเคยมีชื่อในบัญชีประกาศสืบจับที่มีเงินรางวัลสูงถึง 1 ล้านบาท โดยนายฐปนันทน์ หรือ “หนูเฉิน” เริ่มเข้าสู่วงจรยาเสพติดจากการเป็นผู้เสพและขยับขึ้นมาเป็นผู้ค้ารายย่อยในย่านศรีนครินทร์ ช่วงปี พ.ศ. 2543 – 2545 จนกระทั่งพัฒนาความสัมพันธ์กับกลุ่มชาติพันธุ์ในประเทศเพื่อนบ้านเพื่อจัดตั้งโรงงานผลิตยาเสพติด และทำหน้าที่เป็นตัวการหลักในการนำเข้ายาเสพติดเข้าสู่ประเทศไทย

.

พฤติการณ์ที่สำคัญของผู้ต้องหารายนี้ มีความเชื่อมโยงกับคดียาเสพติดรายใหญ่หลายคดี อาทิ:

  • ปี พ.ศ. 2552 : ถูกจับกุมพร้อมยาบ้าจำนวน 26,000 เม็ด ในพื้นที่ จ.สมุทรปราการ ก่อนจะหลบหนีระหว่างการพิจารณาคดีในชั้นอุทธรณ์ไปยังประเทศเพื่อนบ้าน
  • ปี พ.ศ. 2555 : เกี่ยวข้องกับการจับกุมเครือข่ายนายนิพนธ์ ร่วมกับ อดีตทหารสังกัดกองพันทหารช่าง พร้อมยาบ้ากว่า 3.8 ล้านเม็ด และไอซ์ 71 กิโลกรัม ซุกบ้านหรู่ในย่าน อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี โดยสืบสวนพบว่านายฐปนันทน์ หรือ “หนูเฉิน” เป็นผู้รับคำสั่งจากนักโทษชายในเรือนจำ ซึ่งหลานชายแท้ๆ ขุนส่า อดีตราชายาเสพติดชื่อดัง เพื่อดำเนินการกระจายยาเสพติด จากการสืบสวนพบว่านายฐปนันทน์ หรือ “หนูเฉิน” เป็นผู้สั่งการในคดี
  • ปี พ.ศ. 2555 : เกี่ยวข้องกับการจับกุมคดีนายอาทิตย์ พร้อมของกลาง ยาบ้า 1.6 ล้านเม็ด ไอซ์ 36 กิโลกรัม ได้ที่แขวงนวลจันทร์ เขตบึงกุ่ม กรุงเทพฯ
  • ปี พ.ศ. 2560: เกี่ยวข้องกับคดีจับกุมยาบ้ากว่า 10.3 ล้านเม็ด ในย่าน อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ และคดีจับกุมยาบ้า 10.5 ล้านเม็ด ไอซ์ 12 กิโลกรัม ในพื้นที่เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ
  • ปี พ.ศ. 2562: เกี่ยวข้องกับการลำเลียงไอซ์น้ำหนัก 1.5 ตัน ซึ่งถูกซุกซ่อนในช่องลับของรถบรรทุกพ่วงที่ด่านตรวจในพื้นที่ อ.แม่สอด จ.ตาก

.

นอกจากนี้ ในช่วงปลายปี พ.ศ. 2565 นายฐปนันทน์หรือ “หนูเฉิน” พรางตัวสุดแนบเนียนที่เคยหลอกคนทั้งโลกว่า “ตายไปแล้ว” จากข่าวว่าถูกฆาตกรรม โยนศพทิ้งริมแม่น้ำเมย ในเขตเมียวดี รัฐกะเหรี่ยง สหภาพเมียนมา เพื่อสร้างสถานการณ์ให้เจ้าหน้าที่หลงเชื่อว่าเสียชีวิตแล้ว แต่จากการสืบสวนทางลับพบว่าผู้ต้องหายังคงมีความเคลื่อนไหวอยู่ประเทศเพื่อนบ้าน ต่อมาสำนักงาน ตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) ได้สืบสวนติดตามความเคลื่อนไหว นายฐปนันทน์ หรือหนูเฉิน มาโดยตลอด จนสืบทราบว่า ได้เดินทางไปยังสาธารณรัฐเกาหลี จึงได้ประสานความร่วมมือไปยัง นายปฤณ เมฆานันท์ ผอ.ปปส.กทม. (อดีตผู้อำนวยการสำนักปราบปรามยาเสพติด) เพื่อประสานความร่วมมือต่อไปยังสาธารณรัฐเกาหลี จนสามารถติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหารายสำคัญรายนี้ กลับมาดำเนินคดีในประเทศไทยได้ โดยเป็นหมายจับของกองบังคับการตำรวจปราบปราม ยาเสพติด 3 ในข้อหาร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย และความผิดฐานฟอกเงิน ซึ่งผู้ต้องหารายนี้ มีหมายจับมากกว่า 60 หมายจับ

.

พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า ปฏิบัติการครั้งนี้ถือเป็นความสำเร็จสำคัญของ การบูรณาการความร่วมมือทั้งในและต่างประเทศ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการปราบปรามยาเสพติดอย่างจริงจัง พร้อมเดินหน้าขยายผล ยึดทรัพย์ และทำลายโครงข่ายให้สิ้นซาก

.

พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวว่า ในนามสำนักงาน ป.ป.ส. ขอขอบคุณหน่วยงานทุกหน่วยที่ได้ร่วมมือกันในเคสนี้ และนี่ไม่ใช่จุดเริ่มต้นแต่เป็นการทำงานที่พวกเราข้าราชการที่รับผิดชอบทั้งในประเทศและต่างประเทศทำงานร่วมกันให้เกิดผลสำเร็จในวันนี้

.

พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. กล่าวว่า ผู้ต้องหารายนี้พยายามหลบหนี อำพรางตัว และถึงขั้นจัดฉากว่าตัวเองเสียชีวิตเพื่อหนีกฎหมาย แต่สุดท้ายก็ไม่รอดจากการติดตามของเจ้าหน้าที่ไทยและความร่วมมือระหว่างประเทศ นี่คือชัยชนะของการบังคับใช้กฎหมาย และเป็นคำเตือนถึงนักค้ายาทุกคนว่า “ต่อให้หนีไปไกลสุดขอบโลก สุดท้ายก็หนีไม่พ้นกฎหมาย” ความสำเร็จครั้งนี้ตอกย้ำพลังของความร่วมมือไร้พรมแดน ไม่ว่าอาชญากรจะวางแผนซับซ้อนเพียงใด หรือพยายามอำพรางตัวแยบยลแค่ไหน โลกนี้ไม่มีที่ให้ คนผิดกบดาน

.

พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร./ผอ.ศอ.ปส.ตร. กล่าวว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติให้ความสำคัญสูงสุดกับการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างจริงจัง และเป็นระบบ โดยมอบหมายให้ บช.ปส. และหน่วยร่วมปฏิบัติเร่งรัดสืบสวนขยายผลเครือข่ายรายใหญ่ โดยเฉพาะขบวนการลำเลียงจากแนวชายแดนสู่พื้นที่ตอนใน และเครือข่ายส่งออกไปต่างประเทศ พร้อมประสานความร่วมมือทุกภาคส่วน รวมถึงการสนับสนุนการปฏิบัติของหน่วยงานในสังกัด และหน่วยงานในกลไก ศอ.ปส.ตร. อย่างใกล้ชิด และย้ำว่าการแถลงผลครั้งนี้สะท้อนการเดินหน้า “กดดันทุกมิติ” ทั้งสืบสวน ขยายผล ปราบปราม ยึดทรัพย์ และสกัดกั้นการลักลอบลำเลียง เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดและลดผลกระทบต่อความมั่นคงและความปลอดภัยของประชาชน พร้อมกำชับให้ทุกหน่วยรักษามาตรฐาน การทำงานอย่างมืออาชีพ โปร่งใส และยึดกฎหมายเป็นหลัก

.

ทั้งนี้ ขอความร่วมมือจากประชาชน หากพบเบาะแสเกี่ยวกับยาเสพติดหรือบุคคลต้องสงสัย สามารถแจ้งได้ที่สายด่วน สำนักงาน ป.ป.ส. โทร. 1386 หรือสายด่วน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โทร. 1599 และ 191 ตลอด 24 ชั่วโมง โดยข้อมูลของผู้แจ้งจะถูกเก็บรักษาเป็นความลับ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...