โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

ครม. เทงบ 7.7 พันล้าน อุ้มปชช. เพิ่มเงินบัตรคนจน ดูแลภาคขนส่ง สิบล้อ ปุ๋ยคนละครึ่ง

MATICHON ONLINE

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ครม. เทงบ 7.7 พันล้าน อุ้มปชช. เพิ่มเงินบัตรคนจน-ดูแลภาคขนส่ง-สิบล้อ 42 วัน ปุ๋ยคนละครึ่ง 1 แสน บ. จัดโปรสินค้าถูกทั่วปท.

เมื่อวันที่ 11 เมษายน ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ครั้งที่ 1/2569 ซึ่งเป็นนัดแรกภายหลังการแถลงนโยบายของครม. ทั้งนี้ น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่ประชุม ครม. มีมติอนุมัติงบกลางกว่า 7,742 ล้านบาท แบ่งเป็น 3 ด้าน ดังนี้ 1.ดูแลกลุ่มเปราะบาง 6,022.85 ล้านบาท สำหรับเป็นค่าใช้จ่ายในการจัดสวัสดิการแก่ผู้มีสิทธิฯ ตามโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2565 จำนวน 4,700 ล้านบาท ต่อเนื่องในปีงบฯ 2569 ต่อไป และสำหรับเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินมาตรการบรรเทาผลกระทบให้แก่กลุ่มเปราะบางตามมติ ครม. เมื่อวันที่26 มีนาคมที่ผ่านมา จำนวน 1,322.85 ล้านบาท 2.มาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการขนส่ง ผู้ขับรถรับจ้างที่ใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิง และผู้ประกอบการขนส่งสินค้าแบบไม่ประจำทาง ใช้งบกลาง 1,458 ล้านบาท และจะใช้งบฯ จากกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน (กปถ.) อีก 601 ล้านบาท เพื่อสมทบมาตรการนี้ ซึ่งจะดูแลรถจำนวน 467,507 แสนคัน ใน 2 กลุ่มหลัก ได้แก่ กลุ่มผู้ประกอบการขนส่งและผู้ขับรถรับจ้างที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิง จำนวนรถรวม 180,332 คัน และกลุ่มผู้ประกอบการขนส่งสินค้า แบบไม่ประจำทาง จำนวน 287,175 คัน โดยการโอนเงิน จะเป็นการจ่ายผ่านพร้อมเพย์ แก่ผู้ประกอบการที่มีชื่อในระบบของกระทรวงคมนาคม และจะมีการเปิดให้แจ้งข้อมูลในลำดับต่อไป

ขณะที่ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ดังนี้ 1.มาตรการบรรเทาผลกระทบสำหรับประชาชน แบ่งออกเป็นกลุ่มเปราะบาง ซึ่งรัฐบาลมีมาตรการบรรเทาภาระค่าครองชีพผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จำนวน 13.22 ล้านคน โดยการขยายวงเงินค่าซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคเพิ่มขึ้นจาก 300 บาท เป็น 400 บาท ระยะเวลา 1 เดือน ตั้งแต่วันที่ 13 เมษายน 2569 ถึงวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 ขณะที่กลุ่มประชาชนทั่วไป ได้มีการความเตรียมพร้อมสำหรับประชาชนทั่วไปในการปรับตัวและเปลี่ยนผ่านไปสู่การใช้พลังงานสะอาดเพื่อลดผลกระทบจากความผันผวนของวิกฤติพลังงาน ดังนี้ ธนาคารออมสินดำเนินโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ GSB สำหรับการปรับตัวเพื่อความยั่งยืนทางพลังงานสำหรับประชาชน หรือโครงการสินเชื่อปรับตัวเพื่อความยั่งยืน วงเงินโครงการ 5 พันล้านบาท เพื่อสนับสนุนสินเชื่อให้แก่ประชาชนในการปรับตัวด้านพลังงาน เช่น การติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ การจัดซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์ EV เป็นต้น วงเงินสินเชื่อต่อรายไม่เกิน 2 ล้านบาท ระยะเวลาโครงการ 5 ปี โดยมีดอกเบี้ยอัตราพิเศษ และยื่นขอสินเชื่อได้ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2570

เอกนิติ กล่าวว่า มาตรการบรรเทาผลกระทบสำหรับภาคการเกษตร ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรดำเนินโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่งเพื่อลดต้นทุนการผลิต วงเงินสินเชื่อ 30,000 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำให้เกษตรกรในการจัดซื้อปัจจัยการผลิต รัฐบาลจะชำระดอกเบี้ยแทนเกษตรกรร้อยละ 3 ต่อปี วงเงินสินเชื่อต่อรายสูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท ระยะเวลาชำระคืนเงินกู้ ไม่เกิน 12 เดือน ระยะเวลาโครงการ 3 ปี และมาตรการบรรเทาผลกระทบสำหรับภาคขนส่ง ครม.ได้สนับสนุนงบประมาณเพื่อช่วยอุดหนุนค่าน้ำมันแก่ภาคขนส่งเป็นระยะเวลารวม 42 วัน ตั้งแต่วันที่ 20 เมษายน-วันที่ 31 พฤษภาคม 2569 ในวงเงินจำนวนรวม 2,061 ล้านบาท ให้แก่ 1.กลุ่มรถบรรทุกไม่ประจำทาง รถบรรทุกขนาดใหญ่ 10 ล้อขึ้นไป และรถบรรทุกขนาดเล็กน้อยกว่า 10 ล้อ จำนวน 1,354 ล้านบาท 2.กลุ่มรถจักรยานยนต์สาธารณะ จำนวน 97 ล้านบาท 3.กลุ่มรถโดยสารสาธารณะหมวด 2 และหมวด 3 คือรถตู้โดยสาร และรถมินิบัส จำนวน 81 ล้านบาท 4.กลุ่มรถโดยสารสาธารณะหมวด 4 จำนวน 9 ล้านบาท 5.กลุ่มรถแท็กซี่ที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิง จำนวน 8 ล้านบาท 6.กลุ่มรถโดยสารไม่ประจำทาง จำนวน 311 ล้านบาท และ 7.สนับสนุนเงินให้บริษัท ขนส่ง จำกัด เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายกลุ่มประชาชนที่เดินทางในช่วงเทศกาลสงกรานต์โดยในช่วงวันที่ 6-19 เมษายน 2569 จำนวน 200 ล้านบาท

ส่วน นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ แถลงว่า รัฐบาลเดินหน้ามาตรการเร่งด่วนเพื่อลดค่าครองชีพประชาชน ควบคู่กับการดูแลต้นทุนภาคเกษตร โดยเฉพาะปัญหาราคาสินค้าและปุ๋ย ซึ่งถือเป็นนโยบายต่อเนื่องจากที่รัฐบาลได้แถลงต่อรัฐสภา ในระยะสั้น กระทรวงพาณิชย์ได้เริ่มดำเนินมาตรการลดค่าครองชีพมาตั้งแต่วันที่ 1 เมษายนที่ผ่านมา โดยร่วมมือกับผู้ประกอบการรายเล็ก รายใหญ่ รวมถึงค้าปลีกค้าส่งทั่วประเทศ กว่า 300 ราย นำสินค้าอุปโภคบริโภคจำเป็นกว่า 3,000 รายการ มาจำหน่ายในราคาพิเศษ ลดสูงสุดถึง 58% กระจายครอบคลุมทั้ง 77 จังหวัด รวมถึงกรุงเทพมหานคร

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ครม. เทงบ 7.7 พันล้าน อุ้มปชช. เพิ่มเงินบัตรคนจน ดูแลภาคขนส่ง สิบล้อ ปุ๋ยคนละครึ่ง

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...