วิกฤตน้ำมันหนักแค่ไหน? เปิดแผนรับมือทั่วโลก เทียบมาตรการไทย เอาอยู่ไหม!?
วิกฤตน้ำมันหนักแค่ไหน? เปิดแผนรับมือทั่วโลก เทียบมาตรการไทย เอาอยู่ไหม!?
วันที่ 27 มี.ค. 2569 จากสถานการณ์วิกฤติน้ำมันที่ทวีความรุนแรงและส่งผลกระทบเป็นวงกว้างทั่วโลก หลายประเทศได้เร่งออกมาตรการรับมือเพื่อลดผลกระทบทางเศรษฐกิจและค่าครองชีพของประชาชน โดยมีแนวทางที่แตกต่างกัน ดังนี้
ญี่ปุ่น อุดหนุนราคาน้ำมันเบนซินไม่ให้เกิน 170 เยนต่อลิตร พร้อมพิจารณามาตรการควบคุมราคา เพื่อป้องกันเศรษฐกิจชะลอตัว
เกาหลีใต้ ใช้มาตรการกำหนดเพดานราคาน้ำมันเป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 30 ปี
จีน ออกคำสั่งให้โรงกลั่นระงับการส่งออกน้ำมัน เพื่อสำรองใช้ภายในประเทศ และปรับราคาขายปลีกให้สะท้อนต้นทุนจริง
อินโดนีเซีย ทุ่มงบอุดหนุนพลังงานกว่า 7 แสนล้านบาท พร้อมเร่งพัฒนาไบโอดีเซล B50 เพื่อลดการนำเข้าน้ำมัน
เวียดนาม ระงับการเก็บภาษีนำเข้าน้ำมันชั่วคราว พร้อมรณรงค์ใช้จักรยาน–ขนส่งสาธารณะ และสนับสนุนการทำงานจากที่บ้าน (WFH)
ฟิลิปปินส์ ปรับรูปแบบการทำงานเหลือ 4 วันต่อสัปดาห์ พร้อมเยียวยากลุ่มเปราะบาง และลดการใช้ไฟฟ้าในหน่วยงานรัฐ
ศรีลังกา และ เมียนมา ใช้มาตรการจำกัดการเติมน้ำมันตามเลขทะเบียนรถ (เลขคู่–เลขคี่)
สิงคโปร์ ขอความร่วมมือทุกภาคส่วนประหยัดพลังงาน พร้อมสนับสนุนการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าประหยัดพลังงาน และออกมาตรการช่วยเหลือเฉพาะกลุ่มเพื่อลดค่าครองชีพ
ขณะที่ประเทศในโซนยุโรป เร่งขับเคลื่อนแผนความมั่นคงทางพลังงานระยะยาว โดยลดการพึ่งพาพลังงานจากภายนอก หันลงทุนพลังงานหมุนเวียนและพลังงานไฮโดรเจน พร้อมเร่งติดตั้งแหล่งผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลมและโซลาร์เซลล์
สำหรับมาตรการรับมือของประเทศไทย มีดังนี้
1. ลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน
2. เติมเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
3. มาตรการช่วยกลุ่มขนส่งและสาธารณะ
4. พยุงราคาปุ๋ยเพื่อเกษตรกร
5. น้ำมัน B20 สำหรับภาคประมง
6. เยียวยาคู่สัญญาภาครัฐ
7. ออมสินเตรียมออก Soft Loan 10,000 ล้านบาท เสริมสภาพคล่อง SME