โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

วิกฤตน้ำมันหนักแค่ไหน? เปิดแผนรับมือทั่วโลก เทียบมาตรการไทย เอาอยู่ไหม!?

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 27 มี.ค. เวลา 01.36 น.

วิกฤตน้ำมันหนักแค่ไหน? เปิดแผนรับมือทั่วโลก เทียบมาตรการไทย เอาอยู่ไหม!?

วันที่ 27 มี.ค. 2569 จากสถานการณ์วิกฤติน้ำมันที่ทวีความรุนแรงและส่งผลกระทบเป็นวงกว้างทั่วโลก หลายประเทศได้เร่งออกมาตรการรับมือเพื่อลดผลกระทบทางเศรษฐกิจและค่าครองชีพของประชาชน โดยมีแนวทางที่แตกต่างกัน ดังนี้

ญี่ปุ่น อุดหนุนราคาน้ำมันเบนซินไม่ให้เกิน 170 เยนต่อลิตร พร้อมพิจารณามาตรการควบคุมราคา เพื่อป้องกันเศรษฐกิจชะลอตัว

เกาหลีใต้ ใช้มาตรการกำหนดเพดานราคาน้ำมันเป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 30 ปี

จีน ออกคำสั่งให้โรงกลั่นระงับการส่งออกน้ำมัน เพื่อสำรองใช้ภายในประเทศ และปรับราคาขายปลีกให้สะท้อนต้นทุนจริง

อินโดนีเซีย ทุ่มงบอุดหนุนพลังงานกว่า 7 แสนล้านบาท พร้อมเร่งพัฒนาไบโอดีเซล B50 เพื่อลดการนำเข้าน้ำมัน

เวียดนาม ระงับการเก็บภาษีนำเข้าน้ำมันชั่วคราว พร้อมรณรงค์ใช้จักรยาน–ขนส่งสาธารณะ และสนับสนุนการทำงานจากที่บ้าน (WFH)

ฟิลิปปินส์ ปรับรูปแบบการทำงานเหลือ 4 วันต่อสัปดาห์ พร้อมเยียวยากลุ่มเปราะบาง และลดการใช้ไฟฟ้าในหน่วยงานรัฐ
ศรีลังกา และ เมียนมา ใช้มาตรการจำกัดการเติมน้ำมันตามเลขทะเบียนรถ (เลขคู่–เลขคี่)

สิงคโปร์ ขอความร่วมมือทุกภาคส่วนประหยัดพลังงาน พร้อมสนับสนุนการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าประหยัดพลังงาน และออกมาตรการช่วยเหลือเฉพาะกลุ่มเพื่อลดค่าครองชีพ

ขณะที่ประเทศในโซนยุโรป เร่งขับเคลื่อนแผนความมั่นคงทางพลังงานระยะยาว โดยลดการพึ่งพาพลังงานจากภายนอก หันลงทุนพลังงานหมุนเวียนและพลังงานไฮโดรเจน พร้อมเร่งติดตั้งแหล่งผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลมและโซลาร์เซลล์

สำหรับมาตรการรับมือของประเทศไทย มีดังนี้

1. ลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน
2. เติมเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
3. มาตรการช่วยกลุ่มขนส่งและสาธารณะ
4. พยุงราคาปุ๋ยเพื่อเกษตรกร
5. น้ำมัน B20 สำหรับภาคประมง
6. เยียวยาคู่สัญญาภาครัฐ
7. ออมสินเตรียมออก Soft Loan 10,000 ล้านบาท เสริมสภาพคล่อง SME

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...