ปูทาง FTA เชื่อมความร่วมมือทางเศรษฐกิจไทย–บังกลาเทศ
ITD จัดประชุมแลกเปลี่ยนมุมมองด้านการค้า การลงทุน ไทย–บังกลาเทศ เร่งปูทาง FTA เชื่อมเศรษฐกิจอ่าวเบงกอล–อาเซียน ย้ำความร่วมมือระหว่างกันมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง หวังเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับการพัฒนาเศรษฐกิจ
12 พ.ค. 2569 - นายสุภกิจ เจริญกุล ผู้อำนวยการ สถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา (องค์การมหาชน) หรือITD เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 12 พ.ค. 2569 ITD ร่วมกับ คณะกรรมาธิการเศรษฐกิจและสังคมแห่งสหประชาชาติสำหรับเอเชียและแปซิฟิก (ESCAP) และ สถานทูตบังกลาเทศ ประจำประเทศไทย จัดการประชุมหัวข้อ Enhancing Bangladesh–Thailand Economic Engagement: Challenges, Opportunities, and the Way Forward in the Future Free Trade Agreement (FTA)ณ United Nations Conference Centre เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองด้านการค้า การลงทุน และแนวทางพัฒนาความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างไทยและบังกลาเทศ โดยมีผู้แทนจากภาครัฐ ภาคเอกชน นักวิชาการ และองค์กรระหว่างประเทศเข้าร่วมอย่างคับคั่ง
ทั้งนี้การประชุมครั้งนี้สะท้อนบทบาทของ ITD ในฐานะองค์กรวิชาการด้านการค้าระหว่างประเทศของไทย ที่ทำหน้าที่เป็นเวทีกลางในการเชื่อมโยงความร่วมมือทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค พร้อมสนับสนุนการพัฒนาองค์ความรู้ นโยบายด้านการค้า การลงทุน และการเจรจาความตกลงทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ เพื่อเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยในเวทีโลก โดยความร่วมมือระหว่างไทยและบังกลาเทศไม่ได้จำกัดอยู่เพียงด้านการค้า แต่ยังครอบคลุมถึงการเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทาน การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ของภูมิภาคเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ทั้งนี้ที่ประชุมเห็นว่า ความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างไทย–บังกลาเทศมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการผลักดันความตกลงการค้าเสรี (FTA) ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับการค้า การลงทุน และการเชื่อมโยงด้านโลจิสติกส์ระหว่างเอเชียใต้กับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงเพิ่มบทบาทของภูมิภาคอ่าวเบงกอลในฐานะศูนย์กลางเศรษฐกิจแห่งใหม่ของโลก
นางอาร์มิดา ซัลเซียะฮ์ อาลิสจะฮ์บานา เลขาธิการบริหารคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจและสังคมแห่งสหประชาชาติสำหรับเอเชียและแปซิฟิก (ESCAP) กล่าวว่า ESCAP ให้ความสำคัญกับการอำนวยความสะดวกทางการค้าและการลงทุน รวมถึงการสนับสนุนด้านวิชาการ เพื่อช่วยให้ภาคธุรกิจของทั้งสองประเทศสามารถใช้ประโยชน์จากความตกลงการค้าเสรีได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะการประสานกฎระเบียบและมาตรฐานทางการค้าระหว่างประเทศ
"เรามีความพร้อมในการสนับสนุนด้านวิชาการ การวิเคราะห์เชิงนโยบาย และการอำนวยความสะดวกทางการค้าและการลงทุน เพื่อช่วยให้ภาคธุรกิจของทั้งสองประเทศสามารถใช้ประโยชน์จาก FTA ได้อย่างเต็มศักยภาพ ทั้งในด้านการค้าสินค้า การค้าบริการ การลงทุน และการเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานระดับภูมิภาค"นางอาร์มิดา กล่าว
สำหรับด้านการลงทุน ไทยถือเป็นหนึ่งในนักลงทุนสำคัญของบังกลาเทศ โดยการลงทุนส่วนใหญ่อยู่ในรูปแบบการร่วมทุนในภาคสิ่งทอ ประมง โครงสร้างพื้นฐาน และสินค้าอุปโภคบริโภค ขณะที่ภาคเอกชนยังมองเห็นโอกาสใหม่ในอุตสาหกรรม EV พลังงาน เทคโนโลยีสารสนเทศ และบริการทางการแพทย์ ทั้งนี้ ESCAP เห็นว่า ความตกลงการค้าแบบพิเศษ (PTA/FTA) จะช่วยสร้าง ความสามารถในการคาดการณ์ให้แก่นักลงทุน ผ่านกฎระเบียบที่ชัดเจนและเอื้อต่อการดำเนินธุรกิจมากขึ้น
นายอับดุล ราฮิม คาน Additional Secretary กระทรวงพาณิชย์บังกลาเทศ กล่าวว่า บังกลาเทศกำลังเตรียมความพร้อมเพื่อก้าวพ้นสถานะประเทศพัฒนาน้อยที่สุด (LDC) ภายในปี ค.ศ. 2029 จึงเร่งขยายเครือข่ายความตกลงการค้าเสรีกับประเทศคู่ค้า เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจในระยะยาว โดยไทยถือเป็นหุ้นส่วนสำคัญที่มีศักยภาพในการต่อยอดความร่วมมือด้านการค้า การลงทุน และบริการสมัยใหม่ เช่น การท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ สินค้าอุปโภคบริโภค และบริการสุขภาพ
นางอุมาพร ฟูตระกูล รองอธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า มูลค่าการค้าระหว่างไทย–บังกลาเทศ ในปี ค.ศ. 2025 อยู่ที่ประมาณ 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ แม้การค้าระหว่างสองประเทศยังไม่สมดุล แต่มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง โดยไทยส่งออกวัตถุดิบอุตสาหกรรม ขณะที่นำเข้าสิ่งทอและอาหารทะเลจากบังกลาเทศ ทั้งนี้ เมื่อบังกลาเทศพ้นสถานะประเทศ LDC จะไม่ได้รับสิทธิพิเศษทางภาษีแบบ DFQF จึงเป็นแรงผลักดันสำคัญให้ทั้งสองฝ่ายเร่งเดินหน้าศึกษาความเป็นไปได้ของ FTA ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการหารือเชิงสำรวจ (Exploratory Discussions) เพื่อจัดทำกรอบการเจรจาและปูทางสู่การลงนาม FTA ในอนาคตภายในปี ค.ศ. 2026.