โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“ทรัมป์” เตรียมพบ “สี จิ้นผิง” ที่ปักกิ่ง ท่ามกลางแรงกดดันสงคราม-เงินเฟ้อ และเดิมพันความสัมพันธ์สหรัฐฯ–จีน

ฮั่วเซ่งเฮง

อัพเดต 13 พ.ค. เวลา 10.13 น. • เผยแพร่ 13 พ.ค. เวลา 10.13 น.

ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ มีกำหนดเดินทางถึงกรุงปักกิ่งในวันพุธนี้ เพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอดกับผู้นำจีน สี จิ้นผิง ท่ามกลางบรรยากาศโลกที่ยังเต็มไปด้วยความกังวล ทั้งประเด็นสงคราม การค้า และเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์

ทรัมป์กล่าวก่อนออกเดินทางว่า สหรัฐฯ และจีนคือ “สองมหาอำนาจของโลก” โดยย้ำถึงความแข็งแกร่งทางทหารของสหรัฐฯ ขณะที่จีนถูกมองว่าเป็นอันดับสอง อย่างไรก็ตาม การเยือนครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ละเอียดอ่อนสำหรับผู้นำสหรัฐฯ เนื่องจากคะแนนนิยมภายในประเทศถูกกดดันจากสงครามระหว่างสหรัฐฯ–อิสราเอลกับอิหร่าน รวมถึงแรงกดดันเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นจากราคาพลังงาน

รัฐบาลทรัมป์จึงพยายามสร้าง “ชัยชนะทางเศรษฐกิจ” ผ่านการเจรจาการค้ากับจีน โดยมุ่งหวังให้จีนเพิ่มการนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ โดยเฉพาะสินค้าเกษตรและเครื่องบิน พร้อมเสนอแนวคิดจัดตั้งคณะกรรมการร่วมด้านการค้า (Board of Trade) เพื่อแก้ไขข้อขัดแย้ง และลดความเสี่ยงของสงครามการค้าที่เคยปะทุจากมาตรการภาษีของสหรัฐฯ ซึ่งจีนตอบโต้ด้วยการควบคุมแร่หายาก

แม้ทรัมป์จะเน้นย้ำว่าประเด็นหลักคือการค้า แต่สถานการณ์ในตะวันออกกลางยังคงเป็นปัจจัยกดดันสำคัญ โดยเฉพาะความขัดแย้งกับอิหร่านที่ส่งผลให้ช่องแคบฮอร์มุซ ถูกปิดกั้น ส่งผลกระทบต่อการขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติทั่วโลก และดันราคาพลังงานสูงขึ้นจนเสี่ยงกระทบการเติบโตเศรษฐกิจโลก อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ระบุว่าไม่ได้คาดหวังให้จีนเข้ามามีบทบาทในประเด็นอิหร่าน โดยยืนยันว่า “สถานการณ์อยู่ภายใต้การควบคุม”

ไต้หวัน-การค้า ประเด็นร้อนบนโต๊ะเจรจา
อีกหนึ่งประเด็นสำคัญคือสถานะของไต้หวัน ซึ่งจีนแสดงความไม่พอใจต่อแผนของสหรัฐฯ ในการขายอาวุธให้ไต้หวัน มูลค่ากว่า 11,000 ล้านดอลลาร์ ที่ได้รับอนุมัติไปก่อนหน้านี้แต่ยังไม่เริ่มส่งมอบ

ท่าทีของทรัมป์ต่อไต้หวันถูกมองว่ามีความไม่แน่นอนมากขึ้น ทำให้เกิดคำถามว่าสหรัฐฯ อาจลดระดับการสนับสนุนหรือไม่ ขณะเดียวกัน ไต้หวันมีบทบาทสำคัญในห่วงโซ่อุปทานโลกในฐานะผู้ผลิตชิปอันดับหนึ่ง ซึ่งเป็นหัวใจของการพัฒนาเทคโนโลยี AI และทำให้สหรัฐฯ นำเข้าสินค้าจากไต้หวันเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

ทรัมป์มั่นใจสัมพันธ์ “แน่นแฟ้น” แม้เผชิญแรงกดดัน
แม้เผชิญความท้าทายหลายด้าน ทรัมป์ยังคงแสดงความเชื่อมั่นต่อความสัมพันธ์กับผู้นำจีน โดยระบุว่าทั้งสองประเทศจะมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน “อีกหลายทศวรรษ” และคาดว่า สี จิ้นผิง จะเดินทางเยือนสหรัฐฯ ในช่วงปลายปีนี้

กำหนดการเยือนจีนของทรัมป์ประกอบด้วยพิธีต้อนรับอย่างเป็นทางการ งานเลี้ยงรัฐพิธี และการหารือแบบไม่เป็นทางการ โดยมีบุคคลสำคัญจากภาคธุรกิจร่วมเดินทางด้วย อาทิ Jensen Huang และ Elon Musk

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์จาก Center for Strategic and International Studies มองว่า จีนอาจอยู่ในสถานะที่แข็งแกร่งกว่าในการเจรจาครั้งนี้ และแม้จะไม่ได้ข้อตกลงสำคัญ หากไม่มีความขัดแย้งรุนแรงเพิ่มเติม จีนก็ยังได้เปรียบเชิงยุทธศาสตร์

ดันแนวคิดข้อตกลงนิวเคลียร์ 3 ฝ่าย
นอกจากประเด็นการค้า ทรัมป์ยังมีแผนเสนอแนวคิดให้สหรัฐฯ จีน และรัสเซีย ทำข้อตกลงร่วมกันเพื่อจำกัดอาวุธนิวเคลียร์ ซึ่งเกิดขึ้นหลังจากข้อตกลง New START ระหว่างสหรัฐฯ และรัสเซียสิ้นสุดลงในเดือนกุมภาพันธ์ ส่งผลให้ไม่มีข้อจำกัดต่อคลังอาวุธนิวเคลียร์ของทั้งสองประเทศเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 50 ปี

ปัจจุบัน จีนมีหัวรบนิวเคลียร์มากกว่า 600 ลูก และอาจเพิ่มขึ้นเกิน 1,000 ลูกภายในปี 2030 แต่ยังคงมีจำนวนต่ำกว่าสหรัฐฯ และรัสเซียอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้จีนยังไม่แสดงท่าทีสนับสนุนข้อตกลงลักษณะนี้อย่างชัดเจน

การพบกันระหว่างสองผู้นำมหาอำนาจครั้งนี้ จึงถูกจับตาอย่างใกล้ชิด ไม่เพียงในมิติความสัมพันธ์ทวิภาคี แต่ยังรวมถึงทิศทางเศรษฐกิจโลก ความมั่นคง และสมดุลอำนาจในระยะยาว

แหล่งอ้างอิง : AP News

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...