โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

สงครามป่วนการบินโลก อาเซียนแก้เกมด่วน หันพึ่งนทท.เอเชียกันเอง

Amarin TV

อัพเดต 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา
สงครามตะวันออกกลางป่วนการบินโลก อาเซียนเร่งปรับแผนการท่องเที่ยว หันชิงนักท่องเที่ยวตลาดเอเชีย แทนยุโรป-ตะวันออกกลาง หลังยอดเดินทางลดลง ธุรกิจซบเซา

สงครามตะวันออกกลาง นอกจากทำพลังงานโลกปั่นป่วนแล้ว ยังทำเศรษฐกิจโลกป่วนด้วย แม้แต่อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวก็ได้รับผลกระทบไปด้วย เพราะจากสงคราม ทำให้เกิดวิกฤตการบิน ทั้งด้านยอดจองการเดินทาง การยกเลิก หรือเปลี่ยนเส้นทางบิน แม้แต่ต้นทุนเชื้อเพลิงสูง ก็ส่งผลกระทบโดยตรง ซึ่งทำให้การท่องเที่ยวอาเซียนต้องปรับตัวหันมาพึ่งพานักท่องเที่ยวภูมิภาคเดียวกันแทน

SPOTLIGHT จะพาไปดูว่า แล้วประเทศเพื่อนบ้านของเรา รวมถึงประเทศไทยมีการปรับตัวยังไงกันบ้าง?

สงครามอย่างนี้ การท่องเที่ยวอาเซียนปรับตัวยังไง?

ประเทศต่างๆ ในอาเซียน เช่น มาเลเซีย อินโดนีเซีย และไทย กำลังปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ด้านการท่องเที่ยว อย่างการที่ผู้ประกอบการทัวร์ได้เพิ่มแพ็คเกจการเดินทางภายในเอเชียมากขึ้น เนื่องจากข้อจำกัดด้านน่านฟ้า และต้นทุนที่สูงขึ้น ทำให้ความต้องการเดินทางไปยังสถานที่ไกล ๆ ชะลอตัวลง

ในขณะเดียวกัน หลังจากมีสงครามตะวันออกกลางขึ้นมา สายการบินต้องถูกยกเลิก หรือเปลี่ยนเส้นทางการบิน ทำให้ยอดจองการเดินทางลดลงอย่างหนัก โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวตะวันออกกลาง ประเทศในอาเซียนจึงต้องปรับตัว ดังนี้

ไทย

ประเทศไทยกำลังมุ่งเน้นไปที่ตลาดการเดินทางระยะสั้น เช่น จีน มาเลเซีย และอินเดีย ในเดือนมีนาคม 2026 จำนวนนักท่องเที่ยวชาวจีนที่เดินทางเข้ามาเพิ่มขึ้น 38% เทียบกับปีก่อนหน้าในขณะที่เดือนเมษายน ไทยมีอัตราการเติบโตของตลาดจีน เทียบกับปีที่เยอะที่สุดประมาณ 32% ตามรายงานของหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์

แต่ขณะเดียวกัน จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติโดยรวมที่เดินทางเข้าไทยกลับลดลง 3.45% ในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2569 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปี 2568 โดย 3 ใน 5 ตลาดหลัก ซึ่งรวมถึงมาเลเซีย และสหราชอาณาจักร มีจำนวนลดลง 11 - 23% ในเดือนเมษายน เพราะจากภาวะสงคราม

สิงคโปร์

เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคมที่ผ่านมา ได้มีการจัดประชุมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวสิงคโปร์ประจำปี 2569 เมลิสซา โอว์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของคณะกรรมการการท่องเที่ยวสิงคโปร์ (STB) ได้เผยว่า ความต้องการในการเดินทางอาจลดลงอย่างรวดเร็วในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า เนื่องจากสงครามที่ดูเหมือนจะยังไม่จบ

โอลิเวอร์ ชง ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหารของการท่องเที่ยวสิงคโปร์ (STB) ได้เผยกับสื่อต่างประเทศว่า การเดินทางในระดับภูมิภาคมายังสิงคโปร์ยังคงที่ โดยจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมาเยือนในเดือนมีนาคมเพิ่มขึ้น 10% เทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งได้แรงสนับสนุนจากการเติบโตที่เพิ่มขึ้นของตลาดเอเชีย ได้แก่ อินโดนีเซีย 23% จีน 12 % และมาเลเซีย 27%

และยังกล่าวเสริมว่า ดังนั้น เราจึงกำลังทำงานอย่างใกล้ชิดกับพันธมิตรด้านการท่องเที่ยวของเรา เพื่อปรับตัวให้เข้ากับสภาวะตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป และเตรียมปล่อยแคมเปญต่างๆ ในช่วงเวลาที่เหมาะสมในทุกตลาดต้นทาง

มาเลเซีย

หน่วยงานรัฐบาลการท่องเที่ยวมาเลเซียเผยว่าจำนวนนักท่องเที่ยวจากเอเชียตะวันตกลดลงถึง 27.2% ตั้งแต่เกิดสงคราม ขณะที่นักท่องเที่ยวจากแอฟริกาลดลง 8.4%

เมื่อวันที่ 31 มีนาคม กระทรวงการท่องเที่ยว ศิลปะ และวัฒนธรรมของมาเลเซีย (MOTAC) ประกาศว่า จะให้ความสำคัญกับตลาดการท่องเที่ยวในเอเชียที่ ‘มีประสิทธิภาพสูง’ และ ‘มีเสถียรภาพ’ รวมถึงประเทศจีน อินโดนีเซีย ไทย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินเดีย บังกลาเทศ และเวียดนาม

ในขณะเดียวกัน มาเลเซียก็ได้ประกาศขยายเส้นทางบินซึ่งจะเริ่มต้นในเดือนตุลาคม รวมถึงเที่ยวบินของแอร์เอเชีย จากภูเก็ตไปยังปีนัง เที่ยวบินของบาติกแอร์ จากบันดาอาเจะห์ไปยังกัวลาลัมเปอร์ และเที่ยวบินของฉงชิ่งแอร์ไลน์ จากฉงชิ่งไปยังโคตาคินาบาลู แต่กำหนดการดังกล่าวยังเป็นเพียงเบื้องต้น และมีไว้เพื่อเป็นแนวทางสำหรับการเตรียมความพร้อม

การท่องเที่ยวมาเลเซียกล่าวเพิ่มเติมว่า ตั้งแต่มีการปรับกลยุทธ์ดังกล่าว นักท่องเที่ยวจากอาเซียนยังคงเป็นตลาดหลักของมาเลเซีย และคิดเป็นสัดส่วนถึงประมาณ 70 % ของคนที่เดินทางเข้ามาเลเซียทั้งหมดในช่วงระหว่างเดือนมกราคมถึงมีนาคมของปีนี้ ซึ่งเป้าหมายของมาเลเซียในปี 2569 คือ จะดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติให้ได้ 47 ล้านคน ซึ่งในเดือนมีนาคมที่ผ่าน มาเลเซียมีนักท่องเที่ยว 3.43 ล้านคน

สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นถึงจุดแข็งของการเดินทางระยะสั้น ซึ่งมีแนวโน้มว่าจะฟื้นตัวได้เร็วกว่า นอกจากนี้ ทางกระทรวง MOTAC กำลังติดตามแนวโน้มราคาตั๋วเครื่องบิน และความถี่ของเที่ยวบินอย่างใกล้ชิด พร้อมสั่งให้การท่องเที่ยวมาเลเซียจัดทำรายงานสรุปจำนวนผู้มาเยือนจากต่างประเทศ และความเคลื่อนไหวของตลาดในทุกๆ วันด้วย

อินโดนีเซีย

อินโดนีเซียก็ได้มีความพยายามผลักดันคล้าย ๆ กัน โดยหันมาให้ความสำคัญกับตลาดอาเซียน เช่น มาเลเซีย และสิงคโปร์ ควบคู่ไปกับตลาดในเอเชียตะวันออก และโอเชียเนียอย่าง จีน เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์

นี มาเด อายู มาร์ตินี รองปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวฝ่ายการตลาดเผย ตลาดเหล่านี้อยู่ใกล้อินโดนีเซียมากกว่า ไม่จำเป็นต้องแวะเปลี่ยนเครื่องที่ตะวันออกกลาง และเกือบไม่ได้รับผลกระทบจากการที่ราคาตั๋วเครื่องบินปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าอินโดนีเซียในช่วงเดือนมกราคมถึงมีนาคมปีนี้ อยู่ที่ 3.44 ล้านคน ซึ่งถือเป็น ‘ความสำเร็จสูงสุดตั้งแต่ปี 2563’ โดยมีมาเลเซียที่ยังคงเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติกลุ่มใหญ่ที่สุดที่เดินทางเข้ามา

อย่างไรก็ตาม จำนวนนักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลางในเดือนมีนาคมกลับลดลง 9.51% เทียบกับปีก่อนหน้า ขณะที่จำนวนนักท่องเที่ยวชาวยุโรปลดลง 8.5% ตามข้อมูลจากกระทรวงการท่องเที่ยวของอินโดนีเซีย

สรุปสถานการณ์การท่องเที่ยวในอาเซียนล่าสุด

ไทย

นักท่องเที่ยวตะวันออกกลางลดลง 30-50% รวมถึงนักท่องเที่ยวจากยุโรปอย่างเยอรมนี รัสเซีย สหราชอาณาจักร และฝรั่งเศส ก็ลดลงอย่างเห็นได้ชัด ทำให้จึงหันมาทำการตลาดกับระยะทางสั้น ๆ อย่างจีน มาเลเซีย และอินเดียแทน ซึ่งเดือนเมษายนที่ผ่านมา นักท่องเที่ยวจีนในไทย มีอัตราการเติบโตถึง 32% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า

มาเลเซีย และอินโดนีเซีย

หันมาให้ความสำคัญกับกลุ่มนักท่องเที่ยวในเอเชีย เช่น จีน เอเชียตะวันออก และอาเซียนด้วยกันเอง เนื่องจากไม่ต้องบินผ่านตะวันออกกลาง และราคาตั๋วเครื่องบินก็ราคาต่ำกว่า โดยในไตรมาสแรกของปี นักท่องเที่ยวจากอาเซียนคิดเป็น 70% ของคนที่มาเที่ยวมาเลเซียทั้งหมด

สิงคโปร์

แม้การท่องเที่ยวระยะไกลจะทรุดตัวลง แต่จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในเดือนมีนาคมยังคงเพิ่มขึ้น 10% ซึ่งขับเคลื่อนโดยตลาดเอเชียอย่างอินโดนีเซีย จีน และมาเลเซีย

ปัญหาช่องโหว่ของรายได้ และการแข่งขันที่สูงขึ้น

ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า การปรับตัวครั้งนี้เผยให้เห็นความเปราะบางของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในอาเซียน

พฤติกรรมการใช้จ่ายที่ต่างกัน: นักท่องเที่ยวภูมิภาค เช่น จากสิงคโปร์ มักมาเที่ยวเพียงช่วงสุดสัปดาห์สั้นๆ และใช้จ่ายน้อยกว่านักท่องเที่ยวยุโรปที่ส่วนมากอยู่ยาวถึง 2 สัปดาห์ และจับจ่ายใช้สอยมากกว่า อย่างในภูเก็ต แม้นักท่องเที่ยวระยะไกลจะคิดเป็นเพียง 1 ใน 3 ของจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งหมด แต่สร้างรายได้ถึงเกือบครึ่งหนึ่ง แล้วถ้าสงครามยังยืดเยื้อ ภูเก็ตอาจสูญเสียรายได้สูงถึง 4 หมื่นล้านบาท

การแข่งกันแย่งชิงฐานลูกค้าเดียวกัน: หลายประเทศต่างตั้งเป้าดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่มเดียวกัน เช่น จีน และอินเดีย ด้วยข้อเสนอการท่องเที่ยวที่คล้ายคลึงกัน อย่างทะเล ช้อปปิ้ง หรือวัฒนธรรม ซึ่งหากไม่มีจุดเด่นที่ชัดเจน ท้ายที่สุดจะนำไปสู่การแข่งขันหั่นราคา

โครงสร้างพื้นฐานเดิมไม่ตอบโจทย์: ประสบการณ์การท่องเที่ยวในปัจจุบัน เช่น ป้ายบอกทาง ระบบชำระเงิน และภาษา ยังคงออกแบบมาเพื่อรองรับชาวตะวันตกเป็นหลัก การจะมุ่งเน้นไปที่นักท่องเที่ยวชาวเอเชียอย่างจริงจังจำเป็นต้องใช้เวลา และการลงทุนปรับเปลี่ยนทั้งระบบ

ก้าวต่อไปของการท่องเที่ยวอาเซียน

แม้จะมีความท้าทาย แต่ความต้องการในการเดินทางของคนทั่วไปยังคงมีอยู่ เพียงแค่เปลี่ยนจุดหมายปลายทางมาเป็นประเทศในเอเชียที่รู้สึกปลอดภัย และคุ้มค่ากว่า โดยผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า แทนที่ประเทศในอาเซียนจะแข่งขันกันเองเพื่อแย่งลูกค้า ภูมิภาคนี้ควรหันมาร่วมมือกันทำการตลาดแบบเชื่อมโยงหลายประเทศ และในระยะยาว การท่องเที่ยวยังคงต้องพึ่งพานักท่องเที่ยวระยะไกลเพื่อรักษาสมดุลของรายได้ โดยไม่ทิ้งตลาดใดตลาดหนึ่งไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...