โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

สายการบินทั่วโลกแห่ยกเลิกเที่ยวบิน เซ่นพิษสงครามอิหร่านทำน้ำมันขาดแคลน-ราคาพุ่งสูง

เดลินิวส์

อัพเดต 6 เมษายน 2569 เวลา 18.28 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
สงครามสหรัฐ-อิสราเอลและอิหร่าน ทำต้นทุนเชื้อเพลิงพุ่งแตะ 195 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ส่งผลให้สายการบินยักษ์ใหญ่ทั้งในยุโรป สหรัฐและเอเชีย จำเป็นต้องลดเส้นทางบินและยกเลิกเที่ยวบินหลายพันเที่ยว

วันนี้ (6 เม.ย.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานการประกาศยกเลิกเที่ยวบินของสายการบินเป็นจำนวนมาก เนื่องจากหลายบริษัทเผชิญภาวะขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานและราคาที่พุ่งสูงขึ้น ซึ่งเป็นผลกระทบมาจากสงครามในอิหร่าน

การทำสงครามระหว่างสหรัฐ-อิสราเอลกับอิหร่านส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมน้ำมันเชื้อเพลิง ทำให้มีการกักตุนน้ำมันไว้ในคลังจัดเก็บทั่วตะวันออกกลาง ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงเกิน 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ขณะที่ปริมาณน้ำมันที่มีจำหน่ายในตลาดเริ่มลดน้อยลง

ด้วยเหตุนี้ ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับอากาศยาน (Jet Fuel) จึงพุ่งแตะ 195 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 6,355 บาท) ต่อบาร์เรล ในช่วงสิ้นเดือนมีนาคม ซึ่งเพิ่มขึ้นเกือบ 100 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3,260 บาท) จากช่วงสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ที่สงครามเริ่มปะทุขึ้น และเมื่อสงครามยืดเยื้อ น้ำมันอากาศยานก็เริ่มหาได้ยากขึ้นสำหรับประเทศที่ไม่ได้ผลิตเองหรือมีคลังสำรองจำกัด

ฟาติห์ บิโรล ผู้อำนวยการบริหารองค์การพลังงานระหว่างประเทศหรือไออีเอ กล่าวในการให้สัมภาษณ์รายการพอดแคสต์เมื่อต้นสัปดาห์นี้ว่า การสูญเสียปริมาณน้ำมันในเดือนเมษายนจะเพิ่มเป็นสองเท่าของเดือนมีนาคม ส่งผลให้เกิดภาวะขาดแคลนน้ำมันอากาศยานและน้ำมันดีเซลรุนแรงขึ้น "เรากำลังเห็นเรื่องนี้เกิดขึ้นในเอเชีย และผมคิดว่าในไม่ช้า ช่วงเดือนเมษายนหรือพฤษภาคม ผลกระทบจะลามไปถึงยุโรป"

จูน โกห์ นักวิเคราะห์อาวุโสตลาดน้ำมันจากสปาร์ตา คอมโมดีตีส์ บริษัทเทคโนโลยีการเงินและบริการข้อมูลอัจฉริยะระบุผ่านเอ็กซ์ ว่าน้ำมันอากาศยานต้องใช้การจัดเก็บแบบพิเศษ ทำให้มีปริมาณสำรองน้อยกว่าผลิตภัณฑ์อื่นอย่างน้ำมันเบนซิน "การเดินทางในเอเชียแพงขึ้นมาก หลายสายการบินเริ่มเก็บค่าธรรมเนียมน้ำมันเพิ่ม หรือถึงขั้นยกเลิกเที่ยวบินไปเลย ส่วนยุโรปกำลังเผชิญภาวะขาดแคลนที่จวนตัวแล้ว ขอให้เตรียมตัวรับมือไว้"

สำหรับสายการบินที่เริ่มมีการพิจารณายกเลิกเที่ยวบินในภูมิภาคต่างๆ นั้น เริ่มจากสายการบินในยุโรป ได้แก่ สายการบินไรอันแอร์ ซึ่งเป็นสายการบินที่ใหญ่ที่สุดในยุโรปกำลังพิจารณาลดเส้นทางบิน โดยซีอีโอ ไมเคิล โอเลียรี เตือนว่าหากสงครามยืดเยื้อ อุปทานน้ำมันอาจวิกฤติในช่วงเดือนพฤษภาคมและมิถุนายน

ส่วนสายการบินลุฟต์ฮันซาเผยว่ากำลังเตรียมพร้อมรับสถานการณ์เลวร้ายที่สุด โดยอาจต้องระงับการบินสูงสุดถึง 40 ลำ ด้านสายการบินสแกนดิเนเวียนเตรียมลดเที่ยวบินประมาณ 1,000 เที่ยว โดยส่วนใหญ่เป็นเส้นทางระยะสั้นในภูมิภาคนอร์ดิก และมีการปรับขึ้นราคาตั๋วโดยสารชั่วคราว

ด้านสายการบินในสหรัฐในตอนนี้ มีสายการบินยูไนเต็ด ที่ซีอีโอ สกอตต์ เคอร์บี กล่าวในบันทึกถึงพนักงานว่า กำลังจะลดเที่ยวบินในอีกสองไตรมาสข้างหน้า โดยเฉพาะเที่ยวบินช่วงที่มีผู้โดยสารน้อย (Off-Peak) และเที่ยวบินข้ามคืนที่ไม่ทำกำไรในช่วงราคาน้ำมันแพง เขาเสริมว่าหากราคายังคงอยู่ในระดับนี้ บริษัทอาจมีค่าใช้จ่ายน้ำมันเพิ่มขึ้นถึง 11,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 358,710 ล้านบาท) ต่อปี

นอกจากนี้ยังมีสายการบินในโซนโอเชียเนียคือ สายการบินนิวซีแลนด์ ที่ประกาศว่าจะลดเที่ยวบินลงประมาณ 5% หรือราว 1,100 เที่ยวบินในช่วงต้นเดือนพฤษภาคม โดยเน้นไปที่การควบรวมเที่ยวบินในช่วงที่มีผู้โดยสารใช้บริการน้อย

สำหรับสายการบินในเอเชียขณะนี้ มีสายการบินเวียดนามที่ประกาศระงับเส้นทางบินในประเทศ 7 เส้นทางตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน และอาจลดปริมาณเที่ยวบินลง 10-20% ต่อเดือนในไตรมาสหน้า หากราคาน้ำมันอากาศยานยังคงพุ่งสูงอยู่ในช่วง 160-200 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 5,217-6,520 บาท) ต่อบาร์เรล

ด้านสายการบินอื่น ๆ ในประเทศ เช่น เวียตเจ็ท แอร์ และแบมบู แอร์เวย์ส ก็มีแผนที่จะลดเที่ยวบินเช่นกัน เพื่อบรรเทาปัญหาการขาดแคลนเชื้อเพลิงและต้นทุนที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล

ที่มา : businessinsider.com

เครดิตภาพ : AFP

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...