สายการบินทั่วโลกแห่ยกเลิกเที่ยวบิน เซ่นพิษสงครามอิหร่านทำน้ำมันขาดแคลน-ราคาพุ่งสูง
วันนี้ (6 เม.ย.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานการประกาศยกเลิกเที่ยวบินของสายการบินเป็นจำนวนมาก เนื่องจากหลายบริษัทเผชิญภาวะขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานและราคาที่พุ่งสูงขึ้น ซึ่งเป็นผลกระทบมาจากสงครามในอิหร่าน
การทำสงครามระหว่างสหรัฐ-อิสราเอลกับอิหร่านส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมน้ำมันเชื้อเพลิง ทำให้มีการกักตุนน้ำมันไว้ในคลังจัดเก็บทั่วตะวันออกกลาง ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงเกิน 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ขณะที่ปริมาณน้ำมันที่มีจำหน่ายในตลาดเริ่มลดน้อยลง
ด้วยเหตุนี้ ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับอากาศยาน (Jet Fuel) จึงพุ่งแตะ 195 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 6,355 บาท) ต่อบาร์เรล ในช่วงสิ้นเดือนมีนาคม ซึ่งเพิ่มขึ้นเกือบ 100 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3,260 บาท) จากช่วงสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ที่สงครามเริ่มปะทุขึ้น และเมื่อสงครามยืดเยื้อ น้ำมันอากาศยานก็เริ่มหาได้ยากขึ้นสำหรับประเทศที่ไม่ได้ผลิตเองหรือมีคลังสำรองจำกัด
ฟาติห์ บิโรล ผู้อำนวยการบริหารองค์การพลังงานระหว่างประเทศหรือไออีเอ กล่าวในการให้สัมภาษณ์รายการพอดแคสต์เมื่อต้นสัปดาห์นี้ว่า การสูญเสียปริมาณน้ำมันในเดือนเมษายนจะเพิ่มเป็นสองเท่าของเดือนมีนาคม ส่งผลให้เกิดภาวะขาดแคลนน้ำมันอากาศยานและน้ำมันดีเซลรุนแรงขึ้น "เรากำลังเห็นเรื่องนี้เกิดขึ้นในเอเชีย และผมคิดว่าในไม่ช้า ช่วงเดือนเมษายนหรือพฤษภาคม ผลกระทบจะลามไปถึงยุโรป"
จูน โกห์ นักวิเคราะห์อาวุโสตลาดน้ำมันจากสปาร์ตา คอมโมดีตีส์ บริษัทเทคโนโลยีการเงินและบริการข้อมูลอัจฉริยะระบุผ่านเอ็กซ์ ว่าน้ำมันอากาศยานต้องใช้การจัดเก็บแบบพิเศษ ทำให้มีปริมาณสำรองน้อยกว่าผลิตภัณฑ์อื่นอย่างน้ำมันเบนซิน "การเดินทางในเอเชียแพงขึ้นมาก หลายสายการบินเริ่มเก็บค่าธรรมเนียมน้ำมันเพิ่ม หรือถึงขั้นยกเลิกเที่ยวบินไปเลย ส่วนยุโรปกำลังเผชิญภาวะขาดแคลนที่จวนตัวแล้ว ขอให้เตรียมตัวรับมือไว้"
สำหรับสายการบินที่เริ่มมีการพิจารณายกเลิกเที่ยวบินในภูมิภาคต่างๆ นั้น เริ่มจากสายการบินในยุโรป ได้แก่ สายการบินไรอันแอร์ ซึ่งเป็นสายการบินที่ใหญ่ที่สุดในยุโรปกำลังพิจารณาลดเส้นทางบิน โดยซีอีโอ ไมเคิล โอเลียรี เตือนว่าหากสงครามยืดเยื้อ อุปทานน้ำมันอาจวิกฤติในช่วงเดือนพฤษภาคมและมิถุนายน
ส่วนสายการบินลุฟต์ฮันซาเผยว่ากำลังเตรียมพร้อมรับสถานการณ์เลวร้ายที่สุด โดยอาจต้องระงับการบินสูงสุดถึง 40 ลำ ด้านสายการบินสแกนดิเนเวียนเตรียมลดเที่ยวบินประมาณ 1,000 เที่ยว โดยส่วนใหญ่เป็นเส้นทางระยะสั้นในภูมิภาคนอร์ดิก และมีการปรับขึ้นราคาตั๋วโดยสารชั่วคราว
ด้านสายการบินในสหรัฐในตอนนี้ มีสายการบินยูไนเต็ด ที่ซีอีโอ สกอตต์ เคอร์บี กล่าวในบันทึกถึงพนักงานว่า กำลังจะลดเที่ยวบินในอีกสองไตรมาสข้างหน้า โดยเฉพาะเที่ยวบินช่วงที่มีผู้โดยสารน้อย (Off-Peak) และเที่ยวบินข้ามคืนที่ไม่ทำกำไรในช่วงราคาน้ำมันแพง เขาเสริมว่าหากราคายังคงอยู่ในระดับนี้ บริษัทอาจมีค่าใช้จ่ายน้ำมันเพิ่มขึ้นถึง 11,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 358,710 ล้านบาท) ต่อปี
นอกจากนี้ยังมีสายการบินในโซนโอเชียเนียคือ สายการบินนิวซีแลนด์ ที่ประกาศว่าจะลดเที่ยวบินลงประมาณ 5% หรือราว 1,100 เที่ยวบินในช่วงต้นเดือนพฤษภาคม โดยเน้นไปที่การควบรวมเที่ยวบินในช่วงที่มีผู้โดยสารใช้บริการน้อย
สำหรับสายการบินในเอเชียขณะนี้ มีสายการบินเวียดนามที่ประกาศระงับเส้นทางบินในประเทศ 7 เส้นทางตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน และอาจลดปริมาณเที่ยวบินลง 10-20% ต่อเดือนในไตรมาสหน้า หากราคาน้ำมันอากาศยานยังคงพุ่งสูงอยู่ในช่วง 160-200 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 5,217-6,520 บาท) ต่อบาร์เรล
ด้านสายการบินอื่น ๆ ในประเทศ เช่น เวียตเจ็ท แอร์ และแบมบู แอร์เวย์ส ก็มีแผนที่จะลดเที่ยวบินเช่นกัน เพื่อบรรเทาปัญหาการขาดแคลนเชื้อเพลิงและต้นทุนที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล
ที่มา : businessinsider.com
เครดิตภาพ : AFP