โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

AI บูมทำ ‘ชิป’ ขาดตลาดทั้งโลก บีโอไอจีบ ตปท.ตั้งฐานผลิตไทย 5 แสนล้าน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 22 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 22 ชั่วโมงที่ผ่านมา

เทคโนโลยี AI โตติดจรวด ดัน “ชิป” ขาดตลาด “สุพันธุ์” เผยโลกยุคอิเล็กทรอนิกส์ทุกอย่างต้องใช้ชิป เกิดสภาพขาดทั้งโลก รอความหวังยักษ์จีนเร่งผลิต อัพเกรดรุ่นใหม่ ๆ จี้รัฐควรส่งเสริมลงทุนในประเทศ ลดนำเข้า ขณะที่บีโอไอเร่งเครื่องโรดโชว์ตระเวนจีบยักษ์ผู้ผลิตทั้งสหรัฐ-จีนมาลงทุนตั้งโรงงานในไทย หวังดึงเม็ดเงิน 5 แสนล้านเข้าประเทศใน 5 ปี

นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานกรรมการบริษัท ซินเน็ค (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากการขยายตัวอย่างรวดเร็วของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ส่งผลให้ขณะนี้เกิดภาวะชิปที่เป็นชิ้นส่วนสำคัญในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ขาดแคลนอย่างหนัก จากเดิมชิปจะมีการใช้ในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในสัดส่วนที่สูงมาก ทั้งโทรศัพท์มือถือ แท็บเลต คอมพิวเตอร์ แต่ปัจจุบันชิปถูกนำไปใช้ขยายวงกว้างขึ้น ไม่ได้อยู่ในเครื่องคอมพิวเตอร์เท่านั้น แต่ยังอยู่ในเครื่องดูดฝุ่น กล้อง เครื่องใช้ไฟฟ้าทั้งหมด เมื่อความต้องการสูงขึ้น จึงเกิดภาวะขาดตลาดทั้งโลก

“ยอมรับว่าตอนนี้ชิปหายไปจากตลาดจริง ๆ ขาดตลาดมาก เพราะว่า AI เอาไปหมด เรารู้ว่าตลาด AI มันโตเร็วมาก ทุกคนใช้ AI ในการประมวลผลต่าง ๆ มันดูดพลังไปหมด และ Data Center ก็ต้องใช้ AI เราเองก็สู้ไม่ไหว สถานการณ์ตอนนี้ก็คงต้องยอมให้ตลาด AI แย่งชิปของเราไปก่อน”

สถานการณ์ดังกล่าวอาจจะลามไปถึงผู้ผลิตโทรศัพท์มือถืออย่าง Apple ที่จำเป็นต้องใช้ชิปเป็นส่วนประกอบสำคัญเช่นกัน แม้บางรายที่ยังคงซื้อของได้ราคาปกติ แต่ปริมาณอาจยังไม่ได้ตามที่ต้องการ เพราะชิปในตลาดเริ่มขาดแคลน ซึ่งปกติแล้วชิปจะมีการอัพเกรดตลอดเวลา แต่จะไม่มีการปรับขึ้นราคา แต่ตอนนี้กลับพบว่าผู้ผลิตชิปเมื่ออัพเกรดแล้วจะขึ้นราคาทันที ซึ่งก็น่าจะเป็นผลมาจากความต้องการในตลาดที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก

นี่ถือว่าเป็นวิกฤต ซึ่งเหตุการณ์ลักษณะนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้ว แต่ก็เป็นช่วงสั้น ๆ ส่วนใหญ่จะรับมือและแก้วิกฤตกันได้ แต่ครั้งนี้การหาซื้อชิปในตลาดอื่นก็ไม่สามารถทำได้ เพราะมันไม่มีของ ขณะนี้ยังต้องใช้ของสต๊อกเดิมที่ยังมีอยู่ บริหารจัดการขึ้น ให้มันยาวขึ้นกว่าปกติ ในฐานะที่อยู่ในแวดวงอุตสาหกรรมมานาน และยังอยู่ในฐานะประธานกิตติมศักดิ์สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) จึงประเมินว่าอุตสาหกรรมปี 2569 จะเป็นปีที่ไม่ใช่ความท้าทาย แต่เป็นปีที่เหนื่อยมาก หลายอุตสาหกรรมที่ต้องประสบกับวิกฤตในบางโอกาส ประเทศไทยอาจต้องส่งเสริมให้เกิดการลงทุนในประเทศมากขึ้น เช่นเดียวกับชิป หากรัฐบาลมีการส่งเสริมการลงทุน เร่งให้ชิปกลุ่มนี้ลงทุนได้มาก ๆ อุตสาหกรรมในประเทศที่ต้องพึ่งพาชิปก็ไม่จำเป็นต้องนำเข้า

“เราเห็นของทุกอย่างแพงไปหมด โซลาร์ก็แพง เม็ดพลาสติกก็แพง แถมยังขาดตลาด นี่ไม่ใช่ความท้าทาย แต่มันคือความยากและเหนื่อยมาก ถามว่ามันเป็นผลจากสงครามตะวันออกกลางไหม ก็ใช่ แต่อีกส่วนคือโลกเปลี่ยนไปมาก เราจะปรับตัวไม่ทัน รายใหญ่ก็ไม่ง่าย รายเล็กยิ่งไม่ต้องพูดถึง ตายแน่นอนเจอเหตุการณ์แบบนี้”

ผลพวงที่จะเกิดขึ้นเมื่อชิปแพง สินค้า เช่น โน้ตบุ๊กก็จะแพงขึ้น แต่ประชาชนรายได้เท่าเดิม พฤติกรรมการใช้งานพวกโทรศัพท์มือถือก็จะยาวขึ้น ขณะที่อุตสาหกรรมยานยนต์ซึ่งก็ใช้ชิปเป็นส่วนประกอบสำคัญเช่นกัน จากการหารือกับกลุ่มยานยนต์ พบว่ากลุ่มนี้ยังไม่ได้รับผลกระทบ เนื่องจากยานยนต์ยังคงเป็นกลุ่มที่มีมาร์จิ้นสูง ยังคงมีกำลังพอที่จะซื้อชิปในราคาที่แพงได้

สำหรับรายใหญ่ของโลกขณะนี้ อย่าง Samsung และ NVIDIA บริษัทเทคโนโลยีชั้นนำระดับโลกเหล่านี้ต้องการใช้ชิปในปริมาณที่สูงมาก บวกกับกลุ่ม Data Center ขนาดใหญ่ที่ทุกประเทศต่างเร่งลงทุน รวมถึงไทย ทุกอย่างต้องประมวลผล ขณะนี้จึงคาดหวังว่าจีนจะเร่งผลิตและอัพเกรดชิปรุ่นใหม่ ๆ ออกมาอย่างต่อเนื่อง ให้ตลาดชิปที่กำลังสะดุดอยู่ตอนนี้กลับมาเป็นปกติ นั่นหมายความว่าอุตสาหกรรมอาจไม่จำเป็นต้องใช้ชิปในปริมาณที่มาก ใช้จำนวนน้อยลง แต่เป็นชิปที่มีศักยภาพสูงขึ้น ในราคาที่แพงขึ้นนั่นเอง

“AI มันไม่ได้อยู่ในเครื่องคอมพิวเตอร์แล้วตอนนี้ ในเครื่องดูดฝุ่น กล้อง เครื่องใช้ไฟฟ้าเขาก็มีหมด ซินเน็คเองเราไม่ใช่แค่ผู้แทนจำหน่าย เราก็เป็นผู้ขายของให้กับ Data Center เหมือนกัน แต่มันจะดีกว่าถ้าคนไทยได้เป็นเจ้าของ Data Center เอง ซึ่งเราก็ยังเน้นไปที่การขายของให้ แต่ยังไม่คิดจะไปร่วมทุนกับใคร”

นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) กล่าวว่า ที่ผ่านมาบีโอไอเดินทางเพื่อพบกับนักลงทุนต่างประเทศจำนวนมาก โดยเฉพาะรายใหญ่ระดับโลกที่เป็นผู้ผลิตชิปอย่างสหรัฐและจีน เพื่อผลักดันเป้าหมายของคณะกรรมการนโยบายอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงแห่งชาติ (บอร์ดเซมิคอนดักเตอร์) ที่ต้องการดึงดูดการลงทุนในอุตสาหกรรมนี้ 5 แสนล้านบาทใน 5 ปี (2568-2572) โดยเฉพาะต้นน้ำที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง และต้องการพัฒนาบุคลากรด้านเซมิคอนดักเตอร์ไม่น้อยกว่า 80,000 คน ใน 5 ปี เพื่อสร้างฐานกำลังคนรองรับอุตสาหกรรมอนาคต

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : AI บูมทำ ‘ชิป’ ขาดตลาดทั้งโลก บีโอไอจีบ ตปท.ตั้งฐานผลิตไทย 5 แสนล้าน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...