โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กิน-ดื่ม

Le Café Louis Vuitton เปิดตัวเมนูอาหารคาวครั้งแรก ต้อนรับฤดูร้อนที่กรุงเทพฯ

LSA Thailand

อัพเดต 02 เม.ย. เวลา 15.48 น. • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว • Lifestyle Asia Thailand

การมาถึงของฤดูร้อนปี 2026 นี้ Le Café Louis Vuitton ณ LV The Place Bangkok สร้างความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญด้วยการเปิดตัวเมนูอาหารคาวเป็นครั้งแรก นับเป็นอีกหนึ่งก้าวใหม่ของคาเฟ่ภายใต้แบรนด์แฟชั่นระดับโลกอย่าง Louis Vuitton ที่นำเสนอประสบการณ์ด้านอาหารควบคู่ไปกับโลกของแฟชั่น งานฝีมือ และไลฟ์สไตล์ โดยเมนูใหม่จะพร้อมเสิร์ฟตั้งแต่เดือนเมษายนถึงมิถุนายนนี้ ซึ่งการรังสรรค์เมนูในครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเมซงในด้านงานฝีมืออันประณีต ผสานเข้ากับรสชาติที่สดชื่นและโดดเด่นในแบบทรอปิคัลของประเทศไทยได้อย่างลงตัว กลายเป็นประสบการณ์การรับประทานอาหารที่มีทั้งความหรูหรา ความคิดสร้างสรรค์ และเอกลักษณ์เฉพาะตัว

Photo Credit: Courtesy of Le Café Louis Vuitton

ไฮไลต์ของเมนูอาหารคาวที่เปิดตัวเป็นครั้งแรก ได้แก่ BKK Lobster Caviar Roll ที่นำเสนอความหรูหราผ่านการจับคู่ล็อบสเตอร์ระดับพรีเมียมกับไข่ปลาคาเวียร์ พร้อมเพิ่มมิติของรสชาติด้วยพอนสึยูซุ โดยได้แรงบันดาลใจจากเมนู Lobster Roll 5th Avenue ของ Le Café Louis Vuitton New York ซึ่งเมนูดังกล่าวจะมีเสิร์ฟที่กรุงเทพฯ เช่นเดียวกัน ตามมาด้วย Wagyu Sliders ที่ใช้เนื้อวากิวชิ้นนุ่มขนาด 45 กรัม เสิร์ฟพร้อมมายองเนสทรัฟเฟิลในขนมปังที่ประทับตราสัญลักษณ์ของแบรนด์ ขณะที่ Smoked Salmon Sandwich นำเสนอความเรียบหรูผ่านการผสานชีสกงเต้ (Comté) และน้ำมันสกัดจากมะกรูด เพิ่มความหอมสดชื่นในแบบเอเชียนทวิสต์ นอกจากนี้ยังมีเมนูคลาสสิกระดับโลกอย่าง Club Pont Neuf ที่เสิร์ฟพร้อมแฮมไก่งวงและมายองเนสซาโวรา รวมถึง Croque Louis ที่รังสรรค์จากปารีสแฮม ซอสเบชาเมลทรัฟเฟิล และชีสกรุยแยร์ พร้อมตัวเลือกสำหรับผู้ที่รับประทานมังสวิรัติ แม้แต่เมนูเครื่องเคียงก็ยังคงเอกลักษณ์ของเมซงไว้ผ่าน Monogram Flower Chips มันฝรั่งทอดกรอบรูปดอกไม้โมโนแกรมที่ทำสดใหม่จากมันฝรั่งสายพันธุ์ Agria โดยเมนูอาหารคาวทั้งหมดนี้จะกลายเป็นเมนูประจำที่สามารถมาลิ้มลองได้ในระยะยาว

Photo Credit: Courtesy of Le Café Louis Vuitton

ในส่วนของเมนูของหวานประจำฤดูกาล ได้รับแรงบันดาลใจจากบรรยากาศการพักผ่อนท่ามกลางแสงแดดของฤดูร้อน เมนูเด่นคือ Pandan Phuket Pineapple Petula ที่ผสานกานาชใบเตยและพุดดิ้งข้าวเข้ากับสับปะรดภูเก็ตย่างและมะกรูด เพิ่มมิติของรสชาติด้วยเจลตะไคร้และบิสกิตเฮเซลนัท สร้างความซับซ้อนของรสชาติแต่ยังคงความกลมกล่อมอย่างลงตัว ขณะที่ Melon Parfait เป็นของหวานที่ให้ความรู้สึกเบาสบายมากขึ้น ด้วยเลเยอร์ของเมลอนสด กานาชวานิลลา และครัมเบิลอัลมอนด์ เสริมกลิ่นหอมด้วยน้ำมันกะเพรา ดอกเอลเดอร์ฟลาวเวอร์ และเลมอนคาเวียร์ นอกจากนี้ยังมีเครื่องดื่มม็อกเทลใหม่ 2 เมนู ได้แก่ Island Tea ที่ให้ความสดชื่นจากคอร์เดียลเกรปฟรุตและน้ำแตงกวา และ Coco Bango ที่ให้รสชาติทรอปิคัลเข้มข้นจากน้ำมะพร้าวและไซรัปมะม่วง โรยหน้าด้วยผงมัทฉะบางเบา

Photo Credit: Courtesy of Le Café Louis Vuitton
Photo Credit: Courtesy of Le Café Louis Vuitton

สำหรับผู้ที่ต้องการนำความอร่อยกลับไปสัมผัสต่อที่บ้าน Roasted Coconut Vivienne Biscuit ถูกสร้างสรรค์ขึ้นในรูปทรงของ Vivienne มาสคอตสัญลักษณ์ของเมซง ภายนอกให้เนื้อสัมผัสหอมเนย ซ่อนไส้พราลีนมะพร้าวไว้ด้านในอย่างพิถีพิถัน สะท้อนแนวคิดของ Louis Vuitton ที่ให้ความสำคัญกับรายละเอียด งานฝีมือ และความคิดสร้างสรรค์ในทุกองค์ประกอบ ไม่ว่าจะเป็นแฟชั่น ไลฟ์สไตล์ หรือแม้แต่อาหาร การเปิดตัวเมนูอาหารคาวครั้งแรกของ Le Café Louis Vuitton ในครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการเพิ่มเมนูใหม่ แต่คือการยกระดับประสบการณ์ของคาเฟ่ให้กลายเป็นอีกหนึ่งเดสติเนชั่นด้านอาหารและไลฟ์สไตล์ที่สะท้อนตัวตนของแบรนด์ได้อย่างชัดเจน ผ่านเมนูฤดูร้อนที่ถูกรังสรรค์ขึ้นอย่างประณีตในทุกจาน

Note : The information in this article is accurate as of the date of publication.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...