Le Café Louis Vuitton เปิดตัวเมนูอาหารคาวครั้งแรก ต้อนรับฤดูร้อนที่กรุงเทพฯ
การมาถึงของฤดูร้อนปี 2026 นี้ Le Café Louis Vuitton ณ LV The Place Bangkok สร้างความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญด้วยการเปิดตัวเมนูอาหารคาวเป็นครั้งแรก นับเป็นอีกหนึ่งก้าวใหม่ของคาเฟ่ภายใต้แบรนด์แฟชั่นระดับโลกอย่าง Louis Vuitton ที่นำเสนอประสบการณ์ด้านอาหารควบคู่ไปกับโลกของแฟชั่น งานฝีมือ และไลฟ์สไตล์ โดยเมนูใหม่จะพร้อมเสิร์ฟตั้งแต่เดือนเมษายนถึงมิถุนายนนี้ ซึ่งการรังสรรค์เมนูในครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเมซงในด้านงานฝีมืออันประณีต ผสานเข้ากับรสชาติที่สดชื่นและโดดเด่นในแบบทรอปิคัลของประเทศไทยได้อย่างลงตัว กลายเป็นประสบการณ์การรับประทานอาหารที่มีทั้งความหรูหรา ความคิดสร้างสรรค์ และเอกลักษณ์เฉพาะตัว
ไฮไลต์ของเมนูอาหารคาวที่เปิดตัวเป็นครั้งแรก ได้แก่ BKK Lobster Caviar Roll ที่นำเสนอความหรูหราผ่านการจับคู่ล็อบสเตอร์ระดับพรีเมียมกับไข่ปลาคาเวียร์ พร้อมเพิ่มมิติของรสชาติด้วยพอนสึยูซุ โดยได้แรงบันดาลใจจากเมนู Lobster Roll 5th Avenue ของ Le Café Louis Vuitton New York ซึ่งเมนูดังกล่าวจะมีเสิร์ฟที่กรุงเทพฯ เช่นเดียวกัน ตามมาด้วย Wagyu Sliders ที่ใช้เนื้อวากิวชิ้นนุ่มขนาด 45 กรัม เสิร์ฟพร้อมมายองเนสทรัฟเฟิลในขนมปังที่ประทับตราสัญลักษณ์ของแบรนด์ ขณะที่ Smoked Salmon Sandwich นำเสนอความเรียบหรูผ่านการผสานชีสกงเต้ (Comté) และน้ำมันสกัดจากมะกรูด เพิ่มความหอมสดชื่นในแบบเอเชียนทวิสต์ นอกจากนี้ยังมีเมนูคลาสสิกระดับโลกอย่าง Club Pont Neuf ที่เสิร์ฟพร้อมแฮมไก่งวงและมายองเนสซาโวรา รวมถึง Croque Louis ที่รังสรรค์จากปารีสแฮม ซอสเบชาเมลทรัฟเฟิล และชีสกรุยแยร์ พร้อมตัวเลือกสำหรับผู้ที่รับประทานมังสวิรัติ แม้แต่เมนูเครื่องเคียงก็ยังคงเอกลักษณ์ของเมซงไว้ผ่าน Monogram Flower Chips มันฝรั่งทอดกรอบรูปดอกไม้โมโนแกรมที่ทำสดใหม่จากมันฝรั่งสายพันธุ์ Agria โดยเมนูอาหารคาวทั้งหมดนี้จะกลายเป็นเมนูประจำที่สามารถมาลิ้มลองได้ในระยะยาว
ในส่วนของเมนูของหวานประจำฤดูกาล ได้รับแรงบันดาลใจจากบรรยากาศการพักผ่อนท่ามกลางแสงแดดของฤดูร้อน เมนูเด่นคือ Pandan Phuket Pineapple Petula ที่ผสานกานาชใบเตยและพุดดิ้งข้าวเข้ากับสับปะรดภูเก็ตย่างและมะกรูด เพิ่มมิติของรสชาติด้วยเจลตะไคร้และบิสกิตเฮเซลนัท สร้างความซับซ้อนของรสชาติแต่ยังคงความกลมกล่อมอย่างลงตัว ขณะที่ Melon Parfait เป็นของหวานที่ให้ความรู้สึกเบาสบายมากขึ้น ด้วยเลเยอร์ของเมลอนสด กานาชวานิลลา และครัมเบิลอัลมอนด์ เสริมกลิ่นหอมด้วยน้ำมันกะเพรา ดอกเอลเดอร์ฟลาวเวอร์ และเลมอนคาเวียร์ นอกจากนี้ยังมีเครื่องดื่มม็อกเทลใหม่ 2 เมนู ได้แก่ Island Tea ที่ให้ความสดชื่นจากคอร์เดียลเกรปฟรุตและน้ำแตงกวา และ Coco Bango ที่ให้รสชาติทรอปิคัลเข้มข้นจากน้ำมะพร้าวและไซรัปมะม่วง โรยหน้าด้วยผงมัทฉะบางเบา
สำหรับผู้ที่ต้องการนำความอร่อยกลับไปสัมผัสต่อที่บ้าน Roasted Coconut Vivienne Biscuit ถูกสร้างสรรค์ขึ้นในรูปทรงของ Vivienne มาสคอตสัญลักษณ์ของเมซง ภายนอกให้เนื้อสัมผัสหอมเนย ซ่อนไส้พราลีนมะพร้าวไว้ด้านในอย่างพิถีพิถัน สะท้อนแนวคิดของ Louis Vuitton ที่ให้ความสำคัญกับรายละเอียด งานฝีมือ และความคิดสร้างสรรค์ในทุกองค์ประกอบ ไม่ว่าจะเป็นแฟชั่น ไลฟ์สไตล์ หรือแม้แต่อาหาร การเปิดตัวเมนูอาหารคาวครั้งแรกของ Le Café Louis Vuitton ในครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการเพิ่มเมนูใหม่ แต่คือการยกระดับประสบการณ์ของคาเฟ่ให้กลายเป็นอีกหนึ่งเดสติเนชั่นด้านอาหารและไลฟ์สไตล์ที่สะท้อนตัวตนของแบรนด์ได้อย่างชัดเจน ผ่านเมนูฤดูร้อนที่ถูกรังสรรค์ขึ้นอย่างประณีตในทุกจาน
Note : The information in this article is accurate as of the date of publication.